100 ปี สืบสานและส่งต่อ

มิถุนายน 2022 : เดือนแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

นมัสการ ภาคเช้า 2014-02-02

ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์ หัวข้อ : รักจนพูดความจริง
เอเฟซัส 4:15
โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

เอเฟซัส 4:15 แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ คือพระคริสต์

บริบทของพระธรรมตอนนี้เป็นบทที่ 4 ในเอเฟซัส 3 บทแรก เน้นหนักเกี่ยวกับหลักข้อเชื่อของคริสตจักรและ คริสเตียนที่ต้องยึดไว้เป็นหลักเพื่อให้เกิดความเชื่อศรัทธา และคำสอนที่ถูกต้องของคริสตจักรในสมัยต่อมา

บทที่ 4-6 เน้นเกี่ยวกับการนำหลักข้อเชื่อที่ดูเหมือนไกลตัว ค่อนข้างเป็นหลักการนำลงสู่ภาคปฏิบัติ

บทที่ 4 เน้นถึงการดำรงไว้ซึ่งความเป็นหนึ่งเดียวกันหรือเอกภาพ คือเราทั้งหลายซึ่งเป็นคริสเตียนนั้น ต่างก็เป็นอวัยวะในพระวรกายเดียวกัน คือ พระเยซูคริสต์ และมุ่งเน้นวัตถุประสงค์ของการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็เพื่อให้เกิดการประกาศข่าวประเสริฐ สัจธรรมของความรอดในพระคริสต์ด้วยความรัก การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก็ใช้ความรักเป็นที่ตั้ง เป็นฐาน ใช้ความถ่อมใจเข้าหากันในการแก้ปัญหา

เอเฟซัส 4:1-2 “เหตุฉะนั้นข้าพเจ้า ผู้ถูกจำจองเพราะเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอวิงวอนท่านให้ดำเนินชีวิตสมกับพันธกิจอันเนื่องจากการทรงเรียกท่านนั้น คือจงมีใจถ่อมลงทุกอย่าง และใจอ่อนสุภาพอดทนนาน และอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก”

อัครทูตเปาโลขอร้องให้ผู้เชื่อมีชีวิตให้สมกับการทรงเรียกของพระเจ้า แบกรับภาระของกันและกันด้วยความรัก และทำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างก่อนจะมาถึงข้อ 15 เกี่ยวกับการพูดความจริงด้วยใจรัก โดยเฉพาะข้อ 13 “จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์” เรียกร้องให้เรายึดความจริงจากพระวจนะคำของพระเจ้าไว้ให้มั่นคงไม่ใช่ยึดคำพูดของใครบางคน หรือหลักปรัชญาใด ๆ ก่อน เพราะฉะนั้นพระวจนะของพระเจ้าเป็นความจริงสมบูรณ์ (Absolute Truth)

การพูดความจริงด้วยใจรักนั้น มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อปกป้องหลักข้อเชื่อ

1เปโตร 3:15-16 “แต่ในใจของท่าน จงเคารพนับถือ พระคริสต์ว่าเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ และให้ความสำนึกผิดชอบของท่านไม่เป็นเหตุติท่าน เพื่อว่าเมื่อท่านถูกใส่ร้าย คนที่กล่าวร้ายความประพฤติดีของท่านในพระคริสต์ จะต้องได้รับความอับอาย” แต่คนที่พูดต้องมีชีวิตที่สอดคล้องกับหลักข้อเชื่อต่าง ๆ ของพระวจนะด้วย ท่าทีแห่งการพูดความจริงปกป้องหลักข้อเชื่อไม่ใช่ให้ทะเลาะกัน แต่ให้ชี้แจงด้วยความถ่อมใจ อ่อนสุภาพ ด้วยความเคารพในความเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งเน้นเรื่องวิธีการถ่ายทอดเนื้อหาของความเชื่อของเรา เพื่อให้คนรับสารบังเกิดความเข้าใจที่ดี สัมผัสความรักความอ่อนโยน ของผู้รับใช้พระเจ้าที่ประกาศข่าวประเสริฐอยู่นั้น

เนื้อหา เราพบหลัก 3 ประการในข้อ 15 เกี่ยวกับการพูดความจริงด้วยใจรัก

1.ความจริงคืออะไร

  1. ความจริงที่สมบูรณ์แบบหรือ Absolute Truth นั้น คือ ตัวพระเจ้าเอง พระเจ้าตรีเอกานุภาพ คือพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตัวอย่าง พระเยซูตรัสว่า เราเป็นทางนั้นเป็นความจริงและเป็นชีวิต (ยอห์น 14:6)
  2. พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง (ยอห์น 17:17 “ขอทรงโปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง” ตัวอย่าง เมื่อปอนติอัส ปีลาต ถามพระเยซูในศาลขณะกำลังพิพากษาประหารชีวิต พระเยซูนั้นท่านถามว่าอะไรคือความจริง (ยอห์น 18:38 “ปีลาตทูลถามพระองค์ว่า “สัจจะคืออะไร” เมื่อถามดังนั้นแล้วท่านก็ออกไปหาพวกยิวอีก และบอกเขาว่า “เราไม่เห็นคนนั้นมีความผิด”) เขากำลังเน้นเรื่องความจริงสัมพัทธ์ (Relative Truth) ความจริงที่ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม สถานการณ์ พยานรู้เห็นเหตุการณ์
  3. ผลของความจริง (ยอห์น 8:32 “และท่านทั้งหลายจะรู้จักสัจจะ และสัจจะจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท”)
  • จะทำให้เราทั้งหลายเป็นไท เป็นอิสระจากความเท็จ ความหลอกหลอน ความคดโกง จากการผูกมัดของอำนาจมืดวิญญาณชั่วต่าง ๆ
  • 2 ทิโมธี 3:16-17 “เพื่อพระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง” กล่าวถึงความจริงแห่งพระวจนะจะตระเตรียมชีวิตของเรา ให้พร้อมที่จะกระทำความดีอย่างถูกต้อง

2. พูดความจริงด้วยใจรัก ความรักเป็นนามธรรม วัดปริมาณแบบกายภาพไม่ได้ เช่น ความรักหนักที่กี่กิโลกรัม? 

  1. โรม 5:8 “แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา” เราเห็นขนาดปริมาณความรักที่วัดไม่ได้ที่พระเยซูคริสต์ และสิ่งที่พระองค์ทำบนไม้กางเขน เพื่อมีจุดประสงค์จ่ายราคาของค่าจ้างความบาปคือความตายแทนเรา

การพูดความจริงแบบพระคัมภีร์ ไม่เหมือนการถือฆ้อนเหล็กไปทุบหัวคน ไปพิพากษาคน ไปไล่คนให้จนมุม หรือไปเผาให้มอดไหม้ เสียหน้า เสียโฉม หมอไม่รับเย็บ แต่เราพูดความจริงด้วยใจรักเพื่อให้ความรักแตะต้องชีวิต ความจริงแท้ต้องเคลือบด้วยความรักแท้ การพูดเพื่อเสริมสร้างแตกต่างจากการพูดเพื่อทำลาย คนสัมผัสได้ ปลายทางหรือจุดมุ่งหมายของการพูด คือ การถวายเกียรติพระเจ้า ดังนั้นการศึกษา การเรียนพระคัมภีร์จึงเป็นเรื่องสำคัญ

3. ชีวิตคริสเตียนที่เติบโต จะพูดความจริงด้วยใจรัก (ข้อ 15)

ในช่วงท้ายของข้อ 15 อัครทูตเปาโลบอกว่า เราจะเติบโตในพระคริสต์ เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ การพูดความจริงด้วยใจรักนี้เป็นสัญญาณหรือตัวบ่งชี้ ความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ ข้อ 15 นี้เข้าใจไม่ยาก แต่ทำยาก ต้องขอกำลังจากพระเจ้าในการสื่อสาร

นักวิชาการค้นคว้าเกี่ยวกับองค์กรที่มีชื่อเสียงของโลกต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าการสื่อสารที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพที่สุดคือการสื่อสารที่สาระแรกที่ไปถึงผู้รับนั้นคือความรัก ความห่วงใย การดูแล ความอบอุ่น การเอาใจใส่ ไม่ใช่การพิพากษา การกล่าวโทษ เรื่องถูกเรื่องผิดมาก่อน ตัวอย่าง การเสด็จมาของพระเยซูในโลกนี้ พระองค์มาด้วยพระคุณก่อนการพิพากษา App :

ในครอบครัวพวกเราก็เช่นกัน ต้องสร้างหลักการที่พูดความจริงด้วยใจรัก อดทน มองในแง่ดี เชื่อในส่วนดีของกันและกัน พยายามมีทัศนคติที่ดีต่อกันเสมอ มองปัญหาให้รอบคอบ เราอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยกัน ไม่ใช่ทำร้ายทำลายกัน

คำถาม : เราต้องพูดตรง ๆ ถึงความผิดที่เกิดขึ้นได้อย่างไร?

คำตอบ : ทิตัส 3:10 “คนใดๆ ที่ยุให้แตกนิกายกัน เมื่อได้ตักเตือนเขาหนหนึ่งหรือสองหนแล้ว ก็จงอย่าเกี่ยวข้องกับเขาเลย”

ความรักพระเจ้ายิ่งมีมากเท่าใด จะแสดงออกด้วยความรักในพี่น้องและเพื่อนมนุษย์ แม้ว่าในกรณียากๆ ในการจัดการสื่อสารความจริงเองก็ตาม พระเจ้าจะช่วยเราผู้ยืนหยัดอยู่บนความจริง ของพระองค์และความรักของพระเจ้า ในการสื่อสารประสานใจมาก่อนการสื่อสารประสานเนื้อ (หา) ฟิลิปปี 2:3-4 “อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว 4 อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆ ด้วย