100 ปี สืบสานและส่งต่อ

มิถุนายน 2022 : เดือนแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

นมัสการ ภาคเช้า 2014-01-26

ศจ.ดร.วิชาญ ฤทธ์ินิมิต หัวข้อ : พฤติกรรมชีวิตเป็นการเลือก
1คร. 13:11, 2ทม. 3:14, ปญจ.2:24-25
โดย ศจ.ดร.วิชาญ ฤทธ์ินิมิต

จากหัวข้อนี้คือสิ่งที่เราต้องเผชิญอยู่ตลอดเวลา เมื่อผมดำเนินชีวิตมาหลายสิบปี ผมพยามที่จะวิเคราะห์ว่าในชีวิตของเรานี้ แท้ที่จริงแล้วมีความอะไร มีความลึกซึ้ง ความเกี่ยวข้องระหว่างเรากับพระเจ้าอย่างไรบ้าง ผมจึงได้สรุปว่าชีวิตของพวกเรานั้นเป็น กระบวนการแห่งการตัดสินใจ หรือการเลือกนั่นเอง และพวกเราก็มีพฤติกรรมอยู่3อย่างที่พวกเราจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่ เพื่อ พัฒนาการดำเนินชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด พฤติกรรมชีวิตที่สำคัญทั้ง3ประการนี้ ได้แก่

  1. กระทำ
  2. การเรียนรู้
  3. ความชื่นชมยินดีในกระบวนการ

คนเราส่วนมากทำการปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการกระทำหรือพฤติกรรมชีวิตในแง่ลบของตนเอง ขณะเดียวกันก็ มักจะแสวงหาแพะรับบาปหรือรรับกรรมแทนตนเองเสมอ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของมนุษยืเรานั่นเอง กล่าวคือท่านอา ดัมและท่านเอวา พระเจ้าทรงประทานสิทธิอำนาจในการเลือกให้กับอาดัมและเอวาว่าจะเชื่อฟังพระเจ้าหรือไม่เชื่อฟังก็ได้ และอาดัม เอวาได้ตัดสินใจที่จะเลือกไม่เชื่อฟังพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนั้นผลลัพธ์ก็ได้เป็นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ นั่นก็คือโทษแห่ง ความไม่เชื่อฟังนั้นก็นำมาซึ่งความตาย เช่นเดียวกันเราทุกคนก็ต้องดำเนินชีวิตตามกระบวนการแห่งการตัดสินใจที่จะทำการเลือก พฤติกรรมของตนเองตลอดชีวิตของแต่ละคน

จากข้อความข้างต้นที่กล่าวมาเราพบว่าทุกๆ การกระทำของเรานั้นมีผลลัพธ์ ทุกๆ คำพูด ทุกๆ ความคิด ทุกๆการตัดสินใจของ เรามีผลลัพธ์เสมอ แม้แต่ทุกๆ อารมณ์ความรู้สึกของเราก็มีผลลัพธ์ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าให้เราคิดว่าถ้าเรามีผลลัพธ์แล้ว เราไม่ต้องรับ ผิดชอบอะไร แค่หาคนไปรับผิดแทนเรา สิ่งเหล่านี้ไม่ควรที่จะนำมาเป็นพื้นฐานวุฒิภาวะความเป็นมนุษย์ของเรา เพราะพระเจ้าทรง สร้างเราให้เรามีความรับผิดชอบ เมื่อเรารู้ว่าเราจะต้องรับผิดชอบในผลลัพธ์ต่างๆที่เกิดจากการกระทำของเรา และยังเป็นผลกระทบ ต่อคุณภาพการดำเนินชีวิตนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นทำให้เราจำเป็นต้องเลือกให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ เพื่อชีวิตของเราจะไม่เพียงแต่เป็นพระ พรแต่เป็นชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าและนำมาซึ่งความชื่นชมยินดี

I สิ่งที่พระธรรม 3 ตอนนี้ได้สอนเรา

  1. ความแตกต่างหว่างวุฒิภาวะของเด็ก/ผู้ใหญ่ - การกระทำของผู้ใหญ่ต่างจากของเด็กอย่างไร เมื่อมาดูชีวิตของพวกเรานั้น เรามักไม่ชอบที่มีคนมาพูดกับเราว่า "อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ" ที่เราไม่ชอบคำพูดเหล่านี้เพราะทุกๆคนอยากจะเป็นผู้ใหญ่ และนี่จึงเป็นสิ่ง ที่เราต้องตระหนักเวลานี้เราอยู่ในวุฒิภาวะความเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่
  2. วุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องทำการเลือก - สิ่งที่เป็นหน้าที่หลัก หรือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดที่พระเจ้าได้มอบให้กับมนุษย์ ตั้งแต่อาดัมและเอวาพระเจ้าบอกกับพวกเขาว่า จงเชื่อฟัง แต่พระเจ้าไม่ได้กระทำกับมนุษย์เหมือนกระทำกับหุ่นยนต์พระองค์ได้ให้ สิทธิในการเลือกให้กับเรา และนี่ยังเป็นเหตุผลว่าทำไมมนุษย์เราจึงไม่ชอบการตัดสินใจหรือการเลือก เพราะมนุษย์ทุกคนตระหนัก ว่าทุกๆการเลือกก็จะมีผลลัพธ์เสมอ
  3. การดำเนินชีวิตเป็นกระบวนการแห่งการเรียนรู้ - อ.เปาโลเตือนในทิโมธีว่าให้ท่านทั้งหลายประเมินชีวิตจากสิ่งที่ได้เรียน มา และสิ่งที่เรียนมานั้นเป็นประโยชน์ต่อชีวิตเรามากน้อยเพียงใด และเราทำตามสิ่งที่ผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าได้สอนเราหรือเปล่า คนหยิ่ง และคนถ่อมนั้นมีความแตกต่างกันมาก เพราะคนถ่อม คือคนที่คิดว่าชีวิตของตนยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกมาก ต่าง กับคนที่มีท่าทีหยิ่งยโส คนเหล่านั้นมักจะคิดว่าชีวิตของตนเรียนรู้มามากพอแล้ว และถ้าหากว่าเราเป็นสาวกของพระเจ้า เราจะ ปราศจากการเรียนรู้นั้นไม่ได้เลย เราจะต้องมีชีวิตที่พระเจ้าต้องการให้เราพัฒนาอยู่เสมอ
  4. ทำการประเมินทุกสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในชีวิต - หากชีวิตของเราที่ได้รับการเรียนรู้และการพัฒนาแต่เราไม่ได้เอาชีวิตเรา มาประเมินหรือทดสอบว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น สิ่งที่เราเอามาใช้ในชีวิตนั้นเป็นพระพรหรือเป็นสิ่งที่จะทำลายชีวิตเรา อย่าให้เรา หยุดในการประเมินปรับปรุงแก้ไขและเสริมสร้างตลอดเวลา
  5. จงชื่นชมยินดีทั้งในการกระทำและการเรียนรู้ - แม้แต่กษัตริย์โซโลมอนเป็นคนที่ฉลาดที่สุดและรวยที่สุดในประวัติ ศาสตร์โลก มีประสบการณ์มากมายในทุกแง่ของชีวิต และท่านก็สรุปว่าสิ่งสำคัญในชีวิตคือความชื่นชมยินดีในผลงานที่เรากระทำ และสิ่งที่เราชื่นชมยินดีนี้ก็มาจากพระเจ้าด้วย

II เราต้องทำการเลือกพฤติกรรมชีวิตให้ดี

  1. เป็นที่สร้างสรรค์ชีวิตทั้งของตนและผู้อื่นไหม? - เวลานี้เราเห็นพฤติกรรมของมนุษย์ที่ทำลายตัวเอง ทำลายสังคม และ ทำลายชุมชน อย่าให้เราดึงสิ่งเหล่านี้มาอยู่ในชุมชนของพระเจ้า ซึ่งเราเห็นว่านั่นเป็นการลดคุณภาพของคริสตจักร ดังนั้นเราจึงต้อง เลือกในการกระทำของเราแต่ละพื้นที่ แต่ละบริบท ให้เป็นชีวิตที่สร้างสรรค์และช่วยให้คนอื่นดีขึ้นด้วย
  2. เป็นที่สอดคล้องกับพระคำพระเจ้าไหม? - การกระทำทุกอย่างที่เราเลือก การกระทำเหล่านี้มีสิ่งที่พระเจ้าบอกในพระ คัมภีร์สนับสนุนการกระทำนี้หรือไม่ ถ้าไม่มีอย่าทำ แต่ถ้ามีให้เราตัดสินใจทำทันที ให้เราอธิษฐานขอให้พระวิญญาณทรงนำว่า พระองค์ให้เราตัดสินใจทำหรือไม่
  3. จุดประสงค์เพื่ออะไร? และเพื่อใคร? - เวลาเราจะกระทำอะไร จะพูดอะไร หรือตัดสินใจอะไร ให้เราตระหนักก่อนที่จะ กระทำสิ่งเหล่านั้นไปว่าเรากำลังทำเพื่อตนเอง หรือเพื่อพระเจ้า และหยุดถามพระเจ้าก่อนซักหน่อยว่าพระองค์สนับสนุนสิ่งที่เรา กระทำไหม ให้พระเจ้าทรงนำการกระทำของเราทุกๆการกระทำก่อน
  4. 4. ผลลัพธ์จะเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ? - ถ้าเราต้องเลือกสิ่งที่เราคิดว่าเป็นประโยนช์สำหรับเรา เราต้องเลือกพฤติกรรม ของเราแบบผู้ใหญ่ด้วยในการเลือก
  5. ใครเป็นผู้ตัดสิน พระเจ้า หรือ มนุษย์? - เราจะต้องคิดและตระหนักว่าใครที่มีสิทธิในการตัดสินชีวิตของเรา ให้พระเจ้า ตัดสินชีวิตของเรา หรือให้จิตใจของมนุษย์ด้วยกันตัดสินชีวิตของเรา

III เราจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสมอ

  1. ประเมินคำพูดและการสื่อสารเป็นประจำ - การสื่อสารเป็นปัญหาที่มากที่สุดในการรับใช้ คำพูดเป็นสิ่งที่กำหนดได้ว่าจะ สร้างสรรค์หรือทำลายกัน เราจึงควรประเมินให้ดี
  2. ทำการประเมินความคิดและเหตุผลอย่างรอบคอบ
  3. ทำการประเมินปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยใจถ่อม - อย่าเอาตนเองเป็นที่ตั้งในการตัดสินคนอื่น อย่าให้การปฏิบัติต่อคนอื่น เปลี่ยนแปลงไปจากความถ่อมตน
  4. ประเมินทั้งท่าทีและการปฏิบัติต่อพระเจ้า

IV ชื่นชมยินดีทั้งการเรียนรู้และการดำเนินชีวิต

  1. ความชื่นชมยินดีก็เป็นการเลือกของชีวิต - เรามีสิทธิที่จะยื่นความชื่นชมยินดีนี้ให้กับใครก็ได้ หรือแม้แต่ตัวเราเองว่าเรา เลือกที่จะมีความชื่นชมยินดีที่มาจากพระเจ้าหรือไม่ หากว่าเรามองสิ่งที่เป็นพระพรและเสริมสร้างกันและกัน ทำให้ชีวิตของเรามีความ สุขได้
  2. ความชื่นชมยินดีขึ้นอยู่กับท่าทีและทัศนคติ - หากเรารู้ว่าชีวิตเราเป็นพระพรและเป็นพระคุณก็ให้เรามีชีวิตอยู่อย่างชื่น ชมยินดีได้
  3. ความชื่นชมยินดีในกระบวนการไม่ใช่ผลลัพธ์ - ให้เราชื่นชมยินดีที่กระบวนการไม่ใช่ผลลัพธ์ของมัน ผลของมันอาจจะ ช้าหรือเร็วไม่สำคัญ สำคัญที่กระบวนการต่างหากว่าเราชื่นชมยินดีในกระบวนการมากน้อยแค่ไหน
  4. ความชื่นชมยินดีพระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานให้ - เวลาเราไม่ชื่นชมยินดีให้เราขอพระเจ้าและร่วมมือกับพระองค์ พยายาม ชื่นชมยินดีให้กับผู้อื่นไม่ว่าจะมีความสุขเวลานั้นหรือไม่ เพราะความชื่นชมยินดีเป็นพลังในชีวิตของเรา

ชีวิตของเราแต่ละคนตั้งแต่เกิดจนตาย เราก็ต้องมีการกระทำไม่อย่างหนึ่งก็อย่างใด กล่างคือตั้งแต่การหายใจครั้งแรกใน ชีวิตจนถึงการหายใจครั้งสุดท้ายระหว่างนั้นเราแต่ละคนก็ไม่มีการหยุดในการกระทำแม้แต่วินาทีเดียวเลย คำถามก็คือว่าเราได้มี ความตระหนักหรือไม่ว่า เราเองต้องเป็นผู้ทำการตัดสินใจในการเลือกทำกิจกรรมอันหนึ่งอันใดและเราก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อ ผลลัพธ์ทุกการเลือกของเราเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นจงเลือกให้ดีและจงชื่นชมยินดีในทุกการกระทำของตนเองด้วยใจจริงและด้วยการ ขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ