100 ปี สืบสานและส่งต่อ

เมษายน 2022 : เดือนแห่งการสืบสานศรัทธา

นมัสการ ภาคเช้า 2013-08-25

ศจ.ผศ.ดร.ประดิษฐ์ เถกิงรังสฤษดิ์ หัวข้อ : มุ่งหวังพระพรของพระเจ้า
1 พงศ์กษัตริย์ 18:20-40
โดย ศจ.ผศ.ดร.ประดิษฐ์ เถกิงรังสฤษดิ์

ขอบคุณพระเจ้าที่ได้มาร่วมนมัสการกับท่านทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง ที่จริงแล้วเนื้อหาตอนนี้ครอบคลุมตั้งแต่บทที่ 16-18 ในบทใคร่ครวญตอนหนึ่งของการเฝ้าเดี่ยวของผมกล่าวถึง สามีภรรยา 2 คู่ ที่อยู่กินกันมานาน แต่ไม่มีบุตรซักที ท้้งสองคู่จึงไปขอคำปรึกษาจากรับบี รับบีได้อธิษฐานเผื่อ และขอพรให้ทั้งสองคู่

ก่อนจากไป รับบีคิดในใจว่าทั้งสองคู่คงมีทัศนคติที่แตกต่างกัน ไม่นานจากนั้นสามีภรรยาคู่หนึ่งก็มีบุตร แต่อีกคู่หนึ่งไม่มีบุตรซักที จึงทุกข์ใจมาก และกลับไปหารับบีอีกครั้งหนึ่ง รับบีจึงบอกว่า เมื่อคุณออกจากพระวิหารของพระเจ้าไปคุณพึงพอใจในพระพร และพระสัญญาของพระเจ้าที่จะประทานให้แก่คุณ และคุณก็เฝ้ารอพระสัญญานั้น แต่สามีภรรยาอีกคู่หนึ่งเมื่อออกจากพระวิหารไปพร้อมกับคุณนั้น เขาได้ไปที่ร้านสรรพสินค้า และซื้อรถเข็นทารกทันที จะเห็นว่าความเชื่อของเขาเป็นภาชนะที่รองรับพระพรของพระเจ้าอย่างเป็นรูปธรรม เราจะเห็นว่าทั้งสองคู่นี้มีทัศนคติต่างกัน

ในพระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ 18:20-40 ที่เราอ่านในวันนี้พูดถึงผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ เป็นการสะท้อนความเชื่อที่มีคุณภาพ มากกว่าเชื่อเถิดเท่านั้น ผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ต้องต่อสู้กับอำนาจมืดและความชั่วร้ายกับผู้นำประเทศที่ชื่อว่า อาหับ ซึ่งเป็นกษัตริย์ของอิสราเอลที่ชั่วร้าย ทรงรับพระราชธิดาของอาณาจักรไซดอน ที่ชื่อว่าเยเซเบล มาเป็นมเหสี และยังตกอยู่ภายใต้การครอบงำของพระนางอย่างสิ้นเชิง โดยได้ละทิ้งพระเจ้าและรับเอาพระบาอัลมาเป็นพระของตน และได้สั่งให้ชาวอิสราเอลทั้งประเทศละทิ้งพระเจ้าและรับเอาพระบาอัลมาเป็นพระเจ้าของชาวอิสราเอล ได้รื้อแท่นบูชาสำหรับถวายบูชาให้กับพระเจ้าทิ้ง และได้สร้างแท่นบูชาสำหรับถวายสักการะบูชาให้กับพระบาอัล

ต้องมีการพิสูจน์การเป็นพระเจ้าของพระเจ้า ว่าพระองค์ไหนเป็นพระเจ้าแท้ พระองค์ไหนเป็นพระเจ้าปลอม เอลียาห์คนเดียวที่จะต้องต่อสู้ต่อกรกับตัวแทนของพระบาอัลถึง 450 คน นอกจากจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์แล้ว ที่เจ็บใจที่สุดคือ ประชาชนที่เป็นเพื่อนร่วมชาติที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวกันนั้นก็ไม่สนับสนุนเอลียาห์แต่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเอลียาห์ กษัตริย์อาหับเป็นโอรสของ อมรี เป็นกษัตริย์ที่ทำชั่วในสายพระเนตรพระเจ้ามากกว่าพระราชาที่อยู่ก่อนพระองค์ พระองค์ทรงรักเยเซเบล และนมัสการพระบาอัล ก่อสร้างแท่นบูชาในสะมาเรีย (ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลภาคเหนือ) บาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสราเอลในเวลานั้นคือ การทอดทิ้งพระเจ้าไปนมัสการพระอื่น เป็นบาปที่ยอมรับไม่ได้ เป็นการหมิ่นแคลนและลบหลู่พระเกียรติของพระเจ้า เป็นการจงใจละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้าข้อแรก ที่ว่า อย่าได้มีพระเจ้าอื่นต่อหน้าเราเลย

ด้วยเหตุนี้บาปของอิสราเอลจึงหนักหนาสาหัสเกินแก้ไข เมื่อผู้นำไร้ศีลธรรม บ้านเมืองก็ระส่ำ ผู้คนใช้ชีวิตอย่างแหลกเหลว ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ สังคมเสื่อมทรุด ครอบครัวแตกแยก บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป เป็นการโกลาหลเหมือนกับในแดนมิกสัญญี นี่เป็นสัญญาณแห่งความหายนะ ไม่ว่าจะเป็นสังคมขนาดใหญ่ หรือสังคมขนาดเล็กในครอบครัว ในคริสตจักร หรือตัวเราเอง ที่จะต้องทำให้สิ้นซาก และสิ้นชาติ ผู้คนก็สิ้นหวัง ความหายนะของอิสราเอลที่คืบคลานเข้ามาตามที่อาโมสได้เขียนไว้ชัดเจนว่า "พวกเขาไม่รู้จักที่จะประพฤติตามทางเที่ยงธรรม พวกเขาไม่รู้จักทำในสิ่งที่ถูกต้อง they do not know how to do right but they know how to do wrong อันนี้แย่มาก เห็นผิดเป็นชอบ" ทุกสิ่งที่ทำล้วนผิดและยอมรับไม่ได้ ถ้าอาโมสอยู่ในยุคสม้ยเดียวกับเอลียาห์ ก็คงใช้คำนี้เหมือนๆ กัน ที่เรียกร้องให้ประชาชนว่า "จงแสวงหาพระเจ้า และดำรงชีวิตอยู่" แปลว่าถ้าไม่แสวงหาพระเจ้าก็ไม่มีชีวิต และจงแสวงหาความดี อย่าแสวงหาความชั่ว เพื่อเจ้าจะดำรงชีวิตอยู่ seek God = seek good good เป็นพระประสงค์ของ God so that you may live เพื่อท่านทั้งหลายจะมีชีวิตอยู่ จงแสวงหาความดีอย่าแสวงหาความชั่ว จงเกลียดชังความชั่วและรักความดี และตั้งความยุติธรรมไว้ที่ประตูเมือง

แต่สำหรับอิสราเอลในยุคอาหับนั้น ตรงข้ามโดยสิ้นเชิง นี่จึงเป็นความตกต่ำและความล้มเหลวทางจิตวิญญาณและความเชื่อวางใจในพระเจ้าของชนชาติอิสราเอลในเวลานั้น เป็นความเสื่อมทรุดทางศีลธรรม เป็นภัยร้ายแรงต่อประเทศชาติ และความมั่นคงของชีวิตของแต่ละคน ผมเข้าใจและเชื่ออย่างนี้ว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้มีอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้แตกต่างกับสถานการณ์บ้านเมืองของเราในปัจจุบันเท่าไรนัก เพียงแต่อยู่กันคนละยุคคนละสมัย และคนละบริบทเท่านั้น แต่เนื้อหาสาระก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ความขัดแย้ง แตกแยก ที่กลายเป็นภาพชินตาในสังคมบ้านเรา ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนนับวันยิ่งห่างมากยิ่งขึ้น คนเมืองกับคนชนบทไม่มีความเท่าเทียมกัน คนรากหญ้าถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและตักตวงผลประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง การเอารัดเอาเปรียบ การกดขี่ข่มเหง การเลือกที่รักมักที่ชัง การคดโกงทั้งเชิงปฏิบัติและเชิงนโยบาย ความคิดเห็นที่แตกต่าง ความแตกแยกที่แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ของสีเสื้อ การระบายอารมณ์ความโกรธแค้นด้วยมือตบตีนตบ ระบบการตรวจสอบและการแสวงหาทางออกในระบอบรัฐสภาที่ล้มเหลวทะเลาะกันอย่างกับอะไรซักอย่าง ผู้คนให้ความสำคัญในเรื่้องของอำนาจเงินตรา และบูชาเงินทองเป็นพระเจ้าในยุคสมัยปัจจุบันมันเป็นอย่างนั้นเสียแล้ว เราอยู่ในยุควัตถุนิยมและธนโภคนิยม นับวันจะรุนแรงและเป็นสัญญาณอันตรายต่อความหายนะทั้งระบบ แล้วเราจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้อย่างไร เป็นการสะท้อนสถานการณ์สมัยอาหับไม่มีผิดเพี้ยนเลย

แต่ที่น่าเศร้าในความรู้สึกของผมก็คือว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เพียงเกิดขึ้นในสังคมทั่วไปเท่านั้น แต่กลับคืบคลานเข้ามาครอบงำคริสตจักรของเราอย่างน่ากลัว ผู้นำคริสตจักรกำลังชักนำมวลสมาชิกให้หลงใหลได้ปลื้มกับวัตถุและเงินทอง หาเสียง ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและความเป็นใหญ่ กล่าวร้ายป้ายสี โจมตี และทำลายร้างกันโดยปราศจากความรักและเมตตาธรรมตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ ถามว่าแล้วสง่าราศีของพระเยซูคริสต์อยู่ที่ไหน สง่าราศีของพระเยซูคริสต์ถูกทำให้เสื่้อมลงโดยน้ำมือของคนที่ได้ชื่อว่าคริสเตียนกันทั้งนั้น เราลบหลู่ดูถูกพระเจ้าและทำให้พระนามของพระองค์ต้องเสียพระเกียรติ เราขับไสไล่ส่งพระเจ้าออกจากพระวิหารแล้วใช้ความโลภความหลงของเราเข้ามาแทนที่ เราทำพันธกิจโดยไม่ยอมของการเปิดเผยและการทรงนำจากพระเจ้า เราใช้พี่น้องคริสเตียนเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจและผลักไสคนที่เห็นต่างให้เป็นศัตรู หากเรายังวนเวียนในวังวนของความลุ่มหลงเช่นนี้ ผมเชื่อว่าความหายนะก็คงไม่ห่างไกลจากคริสตจักรของเราเช่นกัน

เราจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนและผมถือว่าเป็นวาระแห่งชาติที่คริสเตียนทุกคนต้องคุกเข่าลง ถ่อมจิตถ่อมใจลงจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า ใช้ 2-3 คำอย่างที่ท่านเอลียาห์ใช้ repent return renew ต้อง repent return renew ต้องสารภาพบาปด้วยความถ่อมใจ กลับมาหาพระเจ้า แล้วรื้อฟื้นจิตวิญญาณของเราเสียใหม่ จำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า พลิกฟื้นความเชื่อความไว้วางใจในพระเจ้าอย่างแท้จริงอีกครั้งหนึ่ง ช่วยกันเสริมสร้างคริสตจักรของพระเยซูคริสต์ให้มีสง่าราศีอีกครั้ง เพื่อการประกาศข่าวประเสริฐและการขยายแผ่นดินของพระเจ้านั้นจะเกิดผลอย่างเต็มที่ ผมอาจจะใช้อารมณ์มากเมื่ออ่านพระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 16-18 รวมถึง มีคาร์ อาโมส เพราะมันเป็นเหตุการณ์อย่างนั้นและได้เห็นความหายนะของสะมาเรีย เห็นความหายนะของอิสราเอลทั้งภาคเหนือภาคใต้ และผู้คนกระจัดกระจายไม่มีที่อยู่ สิ้นเนื้อประดาตัว สิ้นชาติ กว่าจะกลับมาตั้งชาติบ้านเมืองได้ใช้เวลายาวนาน

เราพบว่า ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติเราพบว่าพระเจ้าทรงเรียกและเลือกผู้นำทางจิตวิญญาณให้ลุกขึ้นกอบกู้ชีวิตที่ตกต่ำให้กลับคืนสู่ความสัมพันธ์ดังเดิมกับพระองค์เสมอ เราไม่ได้มีความสิ้นหวังเลย พระเจ้าทรงใช้ผู้ที่เชื่อวางใจและพร้อมที่ตอบสนองการทรงเรียกของพระองค์ เพื่อรับใช้พระองค์ด้วยความสัตย์ซื่อ และเต็มใจเสมอ เราต้องไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆในการติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้า นอกจากเชื่อ วางใจ และทำตามพระองค์มากว่าทำตามใจปรารถนาของตนเอง เอลียาห์เป็นหนึ่งในผู้รับใช้เหล่านั้นที่พร้อมยอมรับ ยอมฟังและทำตามพระดำรัสของพระเจ้าโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งๆ ที่มีการข่มขู่เอาชีวิตเขา แต่เมื่อเขาได้รับการทรงเลือกและเรียกจากพระเจ้าในเวลาที่เหมาะสม เขาจึงกล้าหาญเด็ดเดี่ยวพอที่จะต่อกรกับอำนาจแห่งความชั่วทั้งมวล เอลียาห์ 1 คน กับบรรดาผู้เผยพระวจนะของพระบาอัล 450 คน ถึงกระนั้นเอลียาห์ยังกล้าที่จะยืนหยัดอย่างมั่นคงในการเรียกร้องให้ผู้คนกลับใจ กลับตัว และกลับมาหาพระเจ้าอีกครั้ง แม้ต้องเสี่ยงตายก็ตาม

จากพระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ 18:20-40 เราจะเห็นว่าขั้นตอนในการทำเครื่องบูชาต่างกัน ตัวแทนของพระบาอัลจะทำการจัดเตรียมวัวเลย แต่เอลียาห์ซ่อมแท่นบูชาก่อน และนำก้อนหิน 12 ก้อนมาเรียง (ก้อนหินแต่ละก้อนแทนแต่ละเผ่าของอิสราเอล) เป็นชั้น เป็นอากัปกิริยาที่ทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ทำทีละขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เราได้เรียนรู้ว่า ในห้วงแห่งความทุกข์สุดๆ ในชีวิตของเรา ในห้วงที่มีความสงสัยในชีวิตของเรา ในห้วงที่มีความไม่แน่นอนในชีวิตของเรา ถ้าเราเชื่อ วางใจ ในพระเมตตาคุณของพระเจ้า เราจะได้เห็นฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม เพราะพระองค์ทรงฟังคำร้องทูลอธิษฐานของผู้ที่เชื่อ วางใจในพระองค์อย่างอดทน และมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมเสมอ เมื่อผมใช้คำว่าในเวลาที่เหมาะสม เป็นเวลาของพระเจ้า

คำว่าเวลาในภาษากรีกใช้อยู่ 3 คำ คือ Kronos = เป็นไปตามประวัติศาสตร์ Nomos = คือเวลาที่หมุนตามวัน kiros = เวลาของพระเจ้า พระเจ้ามีพระประสงค์ไม่มีใครมาบีบบังคับได้ kilos ของพระเจ้าไม่ได้ขึ้นกับอารมณ์ ความปรารถนา หรือกิเลสตัณหาของเรา แต่ขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระเจ้า ถ้าเราเชื่อวางใจในพระเจ้า เราจะรอคอยด้วยความยินดีแม้จะมีความอดทนด้วย และเชื่อแน่ว่าถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าทุกอย่างจะเป็นจริงและเกิดขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ ในสดุดี 46:1 .....เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ (ไม่ต้องเร่ง) ในยามยากลำบาก เชื่อเถอะว่าในสถานการณ์ที่สุดๆแล้ว และเรายังยืนหยัดกับพระเจ้าได้ พระเจ้าจะตอบคำอธิษฐานของเรา นี่คือเวลาที่เหมาะสม ท่านอ.เปาโล พูดในโรมบทที่ 8:28 พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คนที่รักพระองค์คือคนที่พระองค์ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์ ท่านอ.เปาโลพูดต่อว่า ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเราได้ if God be with us who will go against us ที่ against อยู่ทุกวันนี้คือตัวเราเอง

พระเยซูจึงสอนเราอยู่ 2-3 เรื่อง คือ ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง แบกกางเขนของตน และตามเรามา เราต้องเอาชนะตัวเองก่อน ถ้าพระเจ้าอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเราได้ ไม่มี ท่านพูดต่อในพระธรรมฟิลิปปี4 :13 ว่า ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า เมื่อเรามีกำลังที่เสริมโดยพระเจ้า เราไม่ต้องกลัว ความหมายของคำว่า ความเชื่อ คือการตั้งมั่น แตกต่างจาก ม้าโยก เพราะม้าโยกเคลื่อนไหวแต่อยู่กับที่ แต่ความเชื่อที่เกิดผลต้องลงมือทำ ทำตามที่เราเชื่อ ทำตามที่เราได้เรียนรู้จากน้ำพระทัยของพระเจ้า การที่จะได้รับพระพรจากพระเจ้า เราอาจต้องรอคอย รู้จักรอคอยด้วยความหวังและเชื่อมั่นว่าพระองค์จะตอบคำอธิษฐานในเวลาที่เหมาะสม ในเวลาของพระองค์ อย่าพยายามบังคับขู่เข็ญพระเจ้าให้ทำตามความต้องการของเรา หรือเร่งเร้าพระเจ้าให้ตอบคำอธิษฐานเร็วๆ เพราะความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งที่ยังไม่เห็นนั้นมีจริง นี่คือ ความเชื่อ ไม่เห็น ไม่รู้ อนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าเรามอบความไว้วางใจไว้กับพระเจ้า เชื่อเถอะว่าสิ่งที่เรายังไม่เห็นนั้นมีจริง พระเจ้าจะทรงนำเราจริงๆ เราจึงไม่กลัว เราต้องรู้จักที่จะมุ่งหวังเอาพระพรของพระองค์

หัวข้อภาษาอังกฤษวันนี้ anticipate กับ waiting ต่างกัน anticipate blessing มุ่งไปข้างหน้าพระพรรออยู่ waiting for blessing รอคอยขอให้มาหาเรา anticipate or longing for เป็นพระพรของพระเจ้าตามพระเมตตาคุณของพระองค์ ที่เรารับด้วยใจยินดี และพระพรของพระเจ้าก็จะบังเกิดผลในชีวิตของเราอย่างแท้จริง มีคนเขียนว่า an mercyful love of God always come with hope and joy in life พระคุณความรักของพระเจ้ามักจะมาพร้อมกับความหวังและความชื่นชมยินดี และการที่เรามีความเชื่ออย่างนี้ทำให้เรามีความหวังที่มีชีวิต ไม่ใช่หวังลมๆแล้งๆ ในพระธรรมสดุดี 46:10 .... be still and know that I'm God คำว่านิ่งเสีย หมายถึง การที่เรามีจิตสำรวมและสำนึกในพระคุณของพระเจ้า ในพระธรรมอิสยาห์ 40:31 .... นี่คือคนที่รอคอยพระเจ้า คนที่สำรวมอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้าและเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงตอบคำอธิษฐานตามพระประสงค์ในเวลาของพระองค์ แม้บางครั้งเราอาจหวั่นไหวและไม่แน่ใจในความเชื่อของเราแต่เราต้องตั้งสติ เราต้องสำรวม และทบทวนอยู่ตลอดว่าพระเจ้าทรงมีพระคุณต่อเรามากมายเพียงใด ทั้งต้องยึดพระองค์ไว้ให้มั่น พระคัมภีร์มี 2-3 คำ คือ ติดสนิท ยึดติดหรือเกาะอยู่ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า climb on หรือ hold on ในพันธสัญญาใหม่ใช้คำว่า ผูกพัน relationship เข้าสนิทหรือติดสนิท abind in me or remain united in me คำว่าติดสนิทในที่นี้ ไม่ใช่ว่าน่ารำคาญ หรือเป็นกาฝาก แต่เป็นการเดินตามพระเจ้า แล้ว enjoy life with him แล้วฟังคำสอนของพระองค์ เมื่อติดสนิทกับพระองค์แล้วจะเกิดผล นั่นคือคำว่า climb on คือคำว่าติดสนิท และคำว่า เข้าสนิท เราเป็นเหมือนกิ่งที่ติดอยู่กับต้น จะเจริญงอกงาม จากการเลี้ยงดู การพิทักษ์อารักขา ของลำต้นที่แข็งแรง ถ้าเราติดอยู่กับพระเจ้า ถ้าเราติดสนิทกับพระเยซูคริสต์ ชีวิตของเราจะเจริญงอกงามขึ้น เราจะมีวุฒิภาวะในความเชื่อของเรา นี่คือคุณภาพของความเชื่อที่แม้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราก็ไม่ทอดทิ้งพระเจ้า เราจะยืนหยัดอยู่กับพระองค์ คนเรานี้แหละถึงได้รับพระพร

สดุดี 63:8 จิตวิญญาณของข้าพระองค์เกาะติดอยู่ที่พระองค์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ชูข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ผูกพันอยู่กับบรรดาพระโอวาทของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าขออย่าให้ข้าพระองค์ขายหน้า ถ้าเราติดอยู่ในพระคำของพระเจ้า เชื่อและทำตามคำสอนของพระเจ้า เราจะไม่ทำอะไรที่เป็นเรื่องโง่ เราต้องตัดสินใจว่าเราจะติดอยู่กับอะไร พระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่ หรือพระบาอัลที่ไร้ชีวิต หรือจะผูกพันชีวิตของเราไว้กับสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน เงิน ทอง อำนาจ ชื่อเสียง เกียรติยศ การแต่งตัว ฯลฯ สิ่งต่างๆมากมายที่เราติดสนิทมากกว่าติดกับพระเจ้า ขอให้ถอดทิ้งสิ่งเหล่านั้นไป แล้วพระเจ้าจะไม่ทำให้เราอับอายขายหน้า เรากล้ารับคำท้าทายของเอลียาห์ที่ท้าทายประชาชนทั้งประเทศหรือไม่ว่า ท่านทั้งหลายจะขยักขย่อน weavering ระหว่างสองฝ่ายนี้นานสักเท่าใด ถ้าพระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าให้ติดตามพระองค์ไป ถ้าพระบาอัลเป็นก็ตามพระบาอัลไป แต่ประชาชนทุกคนปิดปากเงียบไม่ตอบท่านสักคำเดียว แต่มาตัดสินใจความเชื่่อเมื่อได้เห็นพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เมื่อพระเจ้าส่งไฟลงมาเผาแท่นบูชา พวกเขาจึงซบหน้าลงและร้องเสียงดังว่า พระยาเวห์พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า คำถามคือ พวกเราต้องเห็นแล้วจึงเชื่อ หรือเชื่อโดยไม่จำเป็นต้องเห็นหรือพิสูจน์ใดๆ เหมือนที่พระเยซูกล่าวกับโธมัสว่า เพราะท่านเห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ แต่ผู้ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข เช่นเดียวกับผู้เผยพระวจนะฮาบากุก 2:3 ที่เฝ้ารอนิมิตของพระเจ้าด้วยใจร้อนรน พระองค์ทรงบัญชาจงเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะยังไม่ถึงเวลาที่นิมิตจะเป็นจริงแต่เวลานั้นจะมาโดยเร็วพลัน แล้วสิ่งที่เราสำแดงแก่เจ้าจะเป็นจริง มันอาจจะดูเหมือนชักช้าอ้อยอิ่งเหลือเกิน แต่ขอให้รอ มันจะเกิดขึ้นแน่ และจะไม่ชักช้าด้วยซ้ำ faith in God include faith in his timing

ขอให้เรากล้าและรับคำท้าทายของพระเยซูคริสต์ที่ตรัสกับมาเรียและมาธาร์ที่สูญเสียน้องชายที่ชื่อว่าลาซาลัส ในขณะที่เศร้าโศกเสียใจ หมดหวัง และน้อยใจ ที่พระเยซูมาไม่ทันรักษาน้องชาย พระเยซูคริสต์จึงท้าทายว่า ถ้าเจ้าเชื่อ เจ้าจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า นี่คือคุณภาพของความเชื่อ ถึงแม้ว่าชีวิตเราดูไม่มีอะไรที่แน่นอนแต่ขอให้แน่ใจว่าพระพร และการทรงนำจากพระเจ้านั้นจะมาถึงเราอย่างแน่นอน ในเวลาของพระองค์ ให้เราเชื่อมั่นในความสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมของพระเจ้า พระองค์ทรงนำพาชีวิตของเราอย่างดีที่สุด และประทานพระพรตามพระประสงค์ของพระองค์อย่างแน่นอน ไม่ต้องรอการอัศจรรย์ การอัศจรรย์คือ การพิสูจน์ความไว้วางใจและเราชื่นชมยินดีในสิ่งที่พระเจ้าประทานให้เราหรือเปล่า ถ้าเราเชื่ออย่างนั้น ทุกวันทุกเวลา ที่เราใช้ชีวิตอยู่นั้น เราจะเดินไปด้วยความชื่นชมยินดี เราจะมีความหวังอยู่เสมอ และมีความมั่นคงอย่างเต็มเปี่ยม และรับพระพรของพระองค์ใช้ของประทานที่มีอยู่ ของประทานนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเองเลย ของประทานนี้เพื่อให้คนอื่นเห็นพระคุณและความรักของพระเจ้าเป็นการเสริมให้คนอื่นมารับใช้พระเจ้าด้วย ในความเป็นมนุษย์เราสงสัยและถามพระเจ้าได้ แต่ต้องไม่ทิ้งความเชื่อ เพราะพระเจ้าประเสริฐ ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ความรักมั่นคงของพระเจ้าเป็นความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง พระสัญญาของพระองค์แน่นอนและไม่เคยล้มเหลว หากเราติดตามพระเยซูคริสต์เช่นนี้ เราก็จะมีวุฒิภาวะทางความเชื่อ และเข้มแข็งอดทนพอที่จะเดินไปกับพระองค์ในทุกสถานการณ์ของชีวิต คนที่มีความเชื่อ การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร เราต้องเชื่อเสมอว่าพระเจ้ากระทำกิจในชีวิตของเราในเวลาที่เหมาะสมเสมอ พระองค์ทรงรักเรามากถึงขนาดลงมาตายแทนเรา และเรายอมเสียสละอะไรเพื่อพระองค์บ้าง

อ.เปาโล หนุนใจในโรมบทที่ 5 ว่า โดยทางพระเยซูคริสต์เราจึงเข้าในร่มพระคุณที่เรายืนอยู่ และเราชื่นชมยินดีในความไว้วางใจว่า จะได้มีส่วนในพระสิริของพระเจ้า ยิ่งกว่านั้น เราชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้นทำให้เกิดความอดทน และความอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่ใช้การได้ และการเป็นคนที่ใช้การได้ก่อให้เกิดความหวังใจ และความหวังใจไม่ได้ให้เกิดความเสียใจเพราะผิดหวัง ทั้งนี้เพราะเหตุความรักของพระเจ้าได้หลั่งเข้าสู่จิตใจของเราโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงประทานให้แก่เราแล้ว อ.เปาโลสรุปใน 1 โครินธ์ว่า ดังนั้น จึงตั้งอยู่ 3 สิ่ง คือ ความเชื่อ ความหวังใจและความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด ท่านยากอบได้ขยายแนวคิดของ อ.เปาโลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นโดยกล่าวว่า ความเชื่อที่เกิดผลนั้นต้องปฏิบัติตามด้วย ท่านกล่าวว่าแม้ผู้ใดมีความเชื่อแต่ไม่ประพฤติตามจะได้ประโยชน์อะไร ความเชื่อของเขาจะช่วยเขาให้รอดได้หรือ ความเชื่อที่ไม่ปฏิบัติตามก็ตายแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะเชื่อเป็นเพียงหลักข้อเชื่อเฉยๆไม่ได้ ท่องหลักข้อเชื่อได้ไม่ได้ทำให้รอด ท่องหลักของเชื่อได้และทำตาม และเป็นพยานถึงความเชื่อจากชีวิตจริงๆของเรา ขอพระเจ้าเท่านั้นได้รับเกียรติจาากชีวิตของเรา และขอให้มีความมุ่งหวังในพระพร และเชื่อว่าพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานทุกคำอธิษฐานถ้าเราอธิษฐานด้วยความเชื่อ ท่านยากอบกล่าวว่าที่ไม่ตอบเพราะขอไม่เป็น ขอเพื่อตนเอง ถ้าขอเป็นเชื่อเถอะว่าพระเจ้าตอบคำอธิษฐานของเราแน่ๆ และตอบตามแบบของพระองค์ ไม่ได้ตอบตามความต้องการของเราเอง และตอบในเวลาของพระองค์ เชื่อและทำตาม แล้วคุณภาพความเชื่่อนั้นจะทำให้เรามีความชื่นชมยินดีในการดำเนินชีวิตอยู่เสมอ ขอพระเจ้าได้รับเกียรติเพื่อพระองค์จะทรงโปรดเมตตาให้เราเป็นท่อพระพรของพระองค์ไปยังผู้อื่นด้วย ขอพระเจ้าอวยพร