100 ปี สืบสานและส่งต่อ

เมษายน 2022 : เดือนแห่งการสืบสานศรัทธา

เทศนา ภาคเช้า 2013-08-18

ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์ หัวข้อ : ทาสีของพระเจ้า
ลูกา 1:29-33, ยอห์น 19:25-27
โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

ถ้าท่านจะเลือกแม่ให้กับลูกของท่าน ท่านวางคุณสมบัติไว้อย่างไร? ท่านจะเลือกใคร? สวย, รวย, เก่ง,การศึกษาสูง, ชาติตระกูลดี, มีความเป็นผู้ใหญ่, ขยัน

นางมารีย์เป็นผู้หญิงที่พระเจ้าทรงเลือก จึงเป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลก และเป็นภรรยาที่ดีที่สุดในโลก เพราะนางเป็นแม่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ชีวิตของนางจึงเป็นต้นแบบให้คุณแม่ทั้งหลาย เราต้องถือว่า นางมารีย์เป็นยอดของคุณแม่ของคุณแม่ทุกคนในโลกนี้ นักวิชาการคาดคะเนว่าขณะที่นางมารีย์ตั้งครรภ์พระเยซูโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น นางสาวมารีย์มีอายุประมาณ 15-16 ปี เท่านั้น ในสมัยโบราณ ผู้หญิงชาวยิวมีลูกก็อายุประมาณ 15-16 ปี สังคมถือว่าเธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีความคิด สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตของตน

เมือทูตสวรรค์มาปรากฎกับเธอและการตอบสนองของเธอเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอและส่งผลต่อชะตากรรมความเป็นความตายของมวลมนุษยชาติ แน่นอนเธอเป็นปุถุชนคนธรรมดา ซึ่งเกิดความกลัว ทูตสวรรค์จึงตรัสแก่เธอว่า “อย่ากลัวเลย (ลก.1.30-32) เธอประหลาดใจ เธอจะทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลืออยู่ เธอเลือกจะเชื่อฟังทูตสวรรค์ที่มาประกาศถึงน้ำพระทัยยิ่งใหญ่และแผนการณ์แห่งความรอดของมวลมนุษย์ จะเลือกก้าวต่อไปบนทางชีวิตด้วยความเชื่อศรัทธา หรือจะใช้เหตุผล วิจารณญาณของมนุษย์ตัวเล็ก ๆ เช่นเธอ เธอจะเป็นแม่ที่จะเลี้ยงลูกที่จะโตเป็นพระเจ้าผู้ช่วยให้รอดได้หรือ?

เราเห็นบทเรียนของแม่ผู้ยิ่งใหญ่อย่างน้อย 3 ประการ

1. เธอรับด้วยความเชื่อ หากถามว่าอะไรที่เป็นเครื่องมือในการเข้าหา และรู้จักกับพระเจ้า คำตอบคือ ความเชื่อ โรม 1.17 “...โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ..คนชอบธรรมจะมีชีวิตอยู่โดยความเชื่อ”

  • การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ถือได้ว่าสำหรับนางมารีย์แล้ว เธอเผชิญกับวิกฤตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกคือการบังเกิดอย่างอัศจรรย์ ครั้งที่สอง คือการสิ้นพระชนม์ของบุตรสุดที่รักของนางบนไม้กางเขน
  • ถ้าเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว เมื่อได้ยินว่าเธอกำลังจะตั้งครรภ์ ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี แต่หาเป็นหญิงพรหมจารีย์ ถือว่าเป็นคำพิพากษาประหารชีวิต เพราะเธอต้องถูกหินขว้างตาย เธอยังไม่เข้าใจแน่ชัดว่าจะหาทางออกอย่างไร? ต่อปัญหาที่จะเกิดตามมา (consequence) ซึ่งเธอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่เธอใช้ความเชื่อรับเอา ซึ่งเป็นแก่นแท้หัวใจคริสเตียน
  • ฮบ.11.1-2 ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง โดยความเชื่อนี้เองคนในสมัยก่อนก็ได้รับการรับรองจากพระเจ้า เกิดจากความศรัทธาในพระเจ้า ศรัทธาในพระเจ้าเกิดจากความรู้ที่มีต่อพระเจ้า (การรู้จักพระเจ้า) เกิดขึ้นโดยการอ่านพระคัมภีร์ ความเชื่อดูเหมือนจะเกี่ยวกับอนาคต ความศรัทธาเกิดจากการสะสมประสบการณ์ในพระเจ้า จากอดีตที่ผ่านมาสร้างความศรัทธาได้ กลุ่ม Care; ชั้นเรียนรวีฯ เราจะฟูมฟักความเชื่อได้อย่างไร? คำตอบคือ เรียนพระคัมภีร์ บางคนอ้างว่าเบื่อเรียนพระคัมภีร์เพราะเป็นภาคทฤษฎี อยากให้เป็นปฏิบัติ ออกไปรับใช้เลย ฐานไม่ดี ชีวิตก็พัง

2. การรับใช้อันยาวนาน การดูแลลูกคืองาน 24 ชม. ต้องมีความอดทน ถ่อมใจ พระเยซูคริสต์เป็นเด็กดีที่เชื่อฟังอย่างสุดๆ นางมารีย์ต้องสอนพระคัมภีร์ให้อย่างแน่นอน การเชื่อฟังดีกว่าช่อดอกไม้วันแม่ คำอวยพรวันแม่ การ์ดอวยพร เค็กวันแม่หรือพาแม่ไปทานข้าวนอกบ้าน ท่านเชื่อไหมว่า พระเยซู แม่ไม่ต้องเรียกหลายครั้ง ตอนเป็นเด็ก หรือไม่ต้องเตือนแล้วเตือนเล่าตอนเป็นวัยรุ่น

จากการคาดการณ์ของนักวิชาการ เนื่องจากพระคัมภีร์ไม่ค่อยได้เอ่ยถึงโยเซฟ หลังจากพระเยซูอายุ 12 ปีแล้ว เป็นไปได้ที่ว่าโยเซฟคงเสียชีวิตไปหลังจากนั้นไม่นาน หรืออย่างมากก็มีชีวิตจนถึงอยู่ก่อนพระเยซูเสด็จออกมารับใช้ ในการเทศนาสั่งสอน

ชาวนาซาเร็ธรู้จักพระเยซูเป็นอย่างดีว่าเป็นบุตรโยเซฟ และรู้จักครอบครัวนี้ด้วย (มธ.13.55-56 “คนนี้เป็นลูกช่างไม้ มีแม่ชื่อมารีย์และน้องชายของเขาชื่อยากอบ โยเซฟ ซีโมนและยูดาสมิใช่หรือ และน้องสาวก็อยู่กับเรามิใช่หรือ” ) เป็นไปได้ที่พระเยซูทรงทำงานช่างไม้เลี้ยงดูแม่ ด้วยความกตัญญู จนถึงอายุ 30 พรรษา ส่วนแม่ก็อดทน ปรนนิบัติรับใช้ รอคอยการทรงเรียกของพระเจ้าที่มาถึงบุตรชายของตน

การรับใช้ที่ยังไม่รู้ชัดเจนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร? ผ่านกี่ด่านกี่โค้ง ฯลฯ ทุกครอบครัวมีปัญหา รักพิสูจน์ได้ด้วยความอดทน ครอบครัวต้องอดทน การเลี้ยงลูกที่โตขึ้นจะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเป็นสิ่งท้าทาย ซึ่งต้องใช้ความอดทนยาวนานหลายสิบปี ต้องเผชิญกับความคิดที่อาจยิ่งใหญ่ นึกไม่ถึงของพระเยซูตอนอายุ 12 ปี ต้องเผชิญกับคำพูดที่อาจทำให้น้อยใจ ในขณะที่พระเยซูกำลังเปลี่ยนน้ำเป็นเหล้าองุ่น และอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจกัน เพราะมารีย์คิดอย่างมนุษย์ มารีย์ต้องปกป้องลูกตั้งแต่เกิด ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังอียิปต์ หนีเฮโรดและภยันตรายทุกประเภท ยังต้องไม่แพร่งพรายสถานภาพของพระเยซู (ลก.2.19 ฝ่ายมารีย์ก็เก็บบรรดาสิ่งเหล่านั้นไว้ในใจและรำพึงอยู่ treasured (Gk) = intense protective keeping; protection app.การดูแลคน) ตอนที่พระเยซูอายุ 12 ปี นางใจแทบสลายเมื่อพระเยซูหายไป Mother’s job is never done : พระเยซูมีพี่น้องหลายคน คงไม่เชื่อฟังเหมือนกับพระองค์

ถ้าเรารู้จักพระเจ้ายิ่งมาก เราจะยิ่งรัก เมื่อเรายิ่งรัก เราจะรับใช้

  • การรับใช้ในโบสถ์ของเรา ตย.ต้อนรับคนมาใหม่ คุณที่เสนอตัวมารับใช้พระเจ้า เราขาดคนไปเยี่ยมเยียน คนดูแลคนอื่น ขาดครูสอนภาษาอังกฤษ ฯลฯ
  • การรับใช้ต้องอดทน นางมารีย์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์นางต้องอดทนต่อความเข้าใจผิด/เสี่ยงต่ออันตรายจากถูกหินขว้างตาย/ยอมเสี่ยง ยอมเจ็บตัว

3. ความเสียสละอย่างใหญ่หลวง ลก.2.29-32/34-35 “ข้าแต่พระเจ้า บัดนี้พระองค์ทรงให้ทาสของพระองค์ไปเป็นสุข ตามพระดำรัสของพระองค์ เพราะว่าตาของข้าพระองค์ได้เห็นความรอดของพระองค์แล้วซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้ต่อหน้าบรรดาชนชาติทั้งหลาย เป็นสว่างส่องแสงแก่คนต่างชาติ และเป็นศักดิ์ศรีของพวกอิสราเอลชนชาติของพระองค์”... ...แล้วสิเมโอนก็อวยพรแก่เขา แล้วกล่าวแก่นางมารีย์มารดาพระกุมารนั้นว่า “ดูก่อน ท่านทรงตั้งพระกุมารนี้ไว้ เป็นเหตุให้หลายคนในพวกอิสราเอลล้มลงหรือยกตั้งขึ้น และจะเป็นหมายสำคัญซึ่งคนปฏิเสธ เพื่อความคิดในใจของคนเป็นอันมากจะได้ปรากฏแจ้ง ถึงหัวใจของท่านเองก็ยังจะถูกดาบแทงทะลุด้วย”

ลูกเจ็บ-แม่เจ็บด้วย (ยน. 19.26-27) “เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์ และสาวกคนที่พระองค์ทรงรักยืนอยู่ใกล้พระองค์ จึงตรัสกับมารดาของพระองค์ว่า “หญิงเอ๋ย จงดูบุตรของท่านเถิด”และพระองค์ตรัสแก่สาวกคนนั้นว่า “จงดูมารดาของท่านเถิด” ถ้าพระเจ้าต้องการใช้ลูกของท่านเป็นผู้รับใช้ ท่านยอมหรือไม่?

มาเรียเอ๋ย ท่านทราบไม๊ พระเยซูเดินบนน้ำ รักษาคนป่วยให้หาย คนตายให้ฟื้น ห้ามพายุ ขับผีร้าย ผู้ช่วยให้รอด มีวันหนึ่งแก้มที่ท่านจุมพิตนั้น คือ ใบหน้าของพระเจ้า มีวันหนึ่งท่านต้องยืนดูลูกของท่านตายต่อหน้าต่อตา ซึ่งไม่มีแม่คนไหนรับได้

เราจะเลือกเป็นทาสีของพระเจ้าหรือจะเลือกเดินไปตามเหตุผลของโลกและความต้องการของเราเอง แต่อย่าลืมว่า “เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้”