100 ปี สืบสานและส่งต่อ

มิถุนายน 2022 : เดือนแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

เทศนา ภาคเช้า 2013-08-04

ศจ.สุนทร สุนทรธาราวงศ์ หัวข้อ : ฤทธิ์เดชแห่งข่าวประเสริฐ
โรม 1:16-17
โดย ศจ.สุนทร สุนทรธาราวงศ์

พระวจนะของพระเจ้าใน โรม 1:16-17 จะขอใช้เพื่อกล่าวทั้งหนุนใจและชี้แจงความจริงของชีวิต ให้เรา ทั้งหลายได้เข้าใจในเช้าวันนี้ เมื่อเราพูดถึงพระวจนะของพระเจ้า เราก็จะพูดถึงข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ และก็เป็นหัวข้อของวันนี้ “ฤทธิ์เดชแห่งข่าวประเสริฐ”

เมื่อเราพูดถึงพระวจนะของพระเจ้า เราเรียนรู้พระวจนะของพระเจ้าจากการรู้จักข่าวประเสริฐ ขอเราดู พระคัมภีร์อีกครั้งหนึ่งเพราะว่าสำคัญมาก “เพราะว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่า ข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด” นี่เป็นหัวใจของพระคัมภีร์ที่จะ ได้กล่าวถึงในเช้านี้ อาจารย์เปาโลเขียนพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญ ด้วยว่าท่านจะ ไปประกาศข่าวประเสริฐในที่ต่างๆ รวมทั้งที่กรุงโรมด้วย แต่ว่าท่านยังไม่สามารถไปทำตามที่ตั้งใจไว้ ท่านจึง เขียนจดหมายถึงพี่น้องในคริสตจักรที่กรุงโรม เพื่อให้เห็นความสำคัญของพระวจนะของพระเจ้า หรือข่าว ประเสริฐ ขณะที่ท่านเขียนจดหมายถึงพี่น้องในกรุงโรมนี้ ท่านได้ติดคุกอยู่ที่เมืองฟีลิปปี ซึ่งไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่า กับสิ่งที่ท่านได้เขียนฝากถึงคริสตจักรที่โรม นั่นคือข่าวประเสริฐ

คริสตจักรเป็นเหมือนสถานที่สากลที่ต้อนรับผู้คนมากมาย ที่จะเข้ามานมัสการพระเจ้า มาฟังพระวจนะ ของพระเจ้าหรือข่าวดีของพระองค์ สำหรับตัวผมเองไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวคริสเตียน แต่เป็นผู้ที่เกิดมา ในครอบครัวที่นับถือศาสนา ไหว้เจ้า แต่วันหนึ่ง เมื่อชีวิตผมได้ยินเรื่องราวที่ไม่เคยได้ยินนั่นคือ ได้ยินข่าว ประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของผม ก็ถึงจุดเปลี่ยน ก็อยากจะหนุนใจพี่น้องทั้งหลาย ไม่ว่า จะเป็นผู้ใดก็ตามว่า นี่คือข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ที่อาจารย์เปาโลได้พยายามอธิบาย ให้พี่น้องทั้งหลาย ได้ฟังในครั้งนั้น

1. ข้าพเจ้าไม่ละอายต่อข่าวประเสริฐ เพราะข่าว ประเสริฐนั้นดี และเป็นข่าวประเสริฐแห่งชีวิต อาจารย์ เปาโลพยายามอธิบายว่าข่าวประเสริฐนั้นมีความ สำคัญอย่างไรต่อชีวิต มนุษย์นั้นไม่สามารถดำรงค์ชีวิต อยู่ด้วยอาหารอย่างเดียว จะดำรงค์ชีวิตด้วยสัจจธรรมทางโลกที่สอนเป็นวิชาการอย่างเดียวหามิไม่ได้ สิ่งที่ มนุษย์กำลังคิดถึงทุกวันนี้เพื่อจะสร้างความแข็งแกร่งของความเป็นมนุษย์ พยายามไขว่คว้าสิ่งต่างๆ มากมาย ที่ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตปลอดภัยและมั่นคง แต่อาจารย์เปาโลได้กล่าวถึงสิ่งที่ค้านกับความคิดของมนุษย์ทั่วไป นั่นคือเรื่องข่าวประเสริฐ เรื่องของความจริง ที่ใครที่ได้ยินก็จะรู้ว่านั่นเป็นข่าวดี และข่าวประเสริฐนี้หมายถึงอะไร หมายถึงการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ ในฐานะของพระบุตรของพระเจ้า ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด ในฐานะของผู้ครอบครอง และนำพาชีวิตของพวกเราทั้งหลาย นี่คือข่าวดีที่มนุษย์ทั้งหลายต้องฟังและต้องรับ พระเจ้าประทานพระเยซูคริสต์ให้เข้ามาในโลก และเป็นสิ่งเดียวที่รอดพ้นจากบาปได้ ก็คือทางองค์พระเยซูคริสต์

ผมเกิดในครอบครัวชาวจีนที่พยายามสั่งสอนผมว่า ถ้าอยากจะเจริญก้าวหน้าต้องมีความรู้สูงๆ มีความ สามารถมากๆ เขาสอนทุกสิ่ง พาไปเรียนในโรงเรียนที่ดีมากๆ แต่ผมก็โตขึ้นมาไม่ได้เป็นอย่างที่เขาต้องการ นี่คือสิ่งที่มนุษย์ไม่เข้าใจ สิ่งที่เราอยากจะได้เราไม่ได้ สิ่งที่เราอยากจะเป็นเราไม่ได้เป็น สิ่งที่เราอยากจะ เห็นเราไม่ได้เห็น มนุษย์ไม่มีสิทธิที่จะจับอะไรแล้ววางให้เป็นแบบนั้นแบบนี้ แม้แต่อนาคตหรือลูกหลานของ เรา นั่นเป็นเหตุที่พระเจ้าได้ประทาพระเยซูเข้ามาในโลกเพื่อจะเป็นคำตอบของคนที่ไม่เข้าใจเรื่องของชีวิต

เมื่อผมเติบโตเป็นวัยรุ่นผมเริ่มออกนอกลู่นอกทางของชีวิต ผมไม่เชื่อฟังสิ่งที่แม่ผมสอน ไม่ยอมอยู่ภาย ใต้กฏต่างๆ ของบ้านและเริ่มทำชีวิตหลายอย่างที่ไม่เหมาะสม เมื่อกลับมาถึงบ้านพ่อแม่ก็จะว่ากล่าว ว่าทำไม ทำอย่างนั้น ทำตัวแบบนั้น ไม่เคยสั่งเคยสอน ครอบครัวผมผิดหวังในตัวของผม เพราะเขาคาดหวังในตัว ของผม ว่าผมควรจะเดินในทางที่ดีในตัวของผม แล้วเมื่อชีวิตของผมไม่ดีอย่างที่เขาคิด แม่ของผมก็พาผมไป ทุกหนทุกแห่งที่เขาจะสามารถบนบานให้ผมเป็นคนดีได้

อาจารย์เปาโลได้กล่าวไว้ว่าในหนังสือโรมตอนหนึ่งว่า ข้าพเจ้าอยากจะทำในสิ่งที่ข้าพเจ้าควรทำแต่ไม่ได้ ทำ ข้าพเจ้าอยากจะเป็นอย่างที่ข้าพเจ้าควรจะเป็นแต่ไม่ได้เป็น เราไม่สงสัยหรือ? คริสตจักรวัฒนาอยากจะ เห็นเราร้อนรนในพระเจ้า รักพระเจ้า อ่านพระคัมภีร์เยอะๆ อธิษฐานมากๆ นำคนมาเป็นคริสเตียน แต่หลาย ครั้งเราทำไม่ได้ หลายครั้งเราไม่ได้ทำ เคยสงสัยบ้างไหมครับ? สิ่งที่เราเห็นว่าดีแต่ไม่ได้ทำ ข่าวประเสริฐ นั้นสำคัญอย่างไร? มีค่าอะไรในชีวิตของคน?

ผมได้รับฟังข่าวประเสริฐจากคริสเตียนที่ร้อนรนคนหนึ่งที่เขาแจกใบปลิวตามท้องถนน ได้มาเล่าให้ผมฟัง ในใบปลิวนั้นบอกไว้ว่า ผู้ลำบากเหน็ดเหนื่อยจงมาหาเราเราจะทำให้ท่านหายเหนื่อยและเป็นสุข และเขา บอกว่านี่คือข่าวดีจากพระเยซูคริสต์ ผมอยากหายเหนื่อย และเป็นสุข อยากให้พ่อแม่มีความสุข ผมอยากให้ครอบครัว มีความชื่นชมยินดีกับชีวิตของผม จากตอนนั้น ผมก็ไปโบสถ์ ตามที่อยู่ในใบปลิวนั้น เพราะว่าผมสนใจในข่าวประเสริฐ นั้น เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตของผม ผมได้เชื่อว่าข่าวประเสริฐ นั้นคือความหวังและความสมบูรณ์ของชีวิตมนุษย์เรา เมื่อ มนุษย์ได้รับเอาข่าวประเสริฐนั้นเข้ามาในชีวิตของเขา

2. เพราะข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า ผู้รู้จักข่าวประเสริฐของพระคริสต์จะรู้จักฤทธิ์เดช พระองค์ และฤทธิ์เดชของพระเจ้านั้นคือ การเปลี่ยนแปลง ข่าวประเสริฐจะเปลี่ยนแปลงชีวิต และสร้างความหวังใหม่ให้แก่เรา ตัวผมเปลี่ยนแปลงใหม่ ขอบคุณพระเจ้า เมื่อครั้งที่แม่ผมพาผมไปบนบานกับเจ้าทั้งหลายที่เขาเชื่อ เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของผม แต่ชีวิตของผมก็ยัง เหมือนเดิม แต่เมื่อวันหนึ่งที่ผมต้อนรับพระเยซูเป็นพระเจ้า ชีวิตของผมเปลี่ยนแปลง เพราะพระเยซูคือข่าว ประเสริฐแห่งการเปลี่ยนแปลงและให้ความหวังใหม่ ผมทำงานกับคนที่ด้อยโอกาส คนมากมายไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมทำ

ผมอยากเล่าให้พี่น้องฟังถึงความจริงว่าฤทธิ์อำนาจของพระเยซูยิ่งใหญ่แค่ไหน ผมทำงานรับใช้เกี่ยวกับ พันธกิจในเรือนจำมายี่สิบกว่าปีแล้ว ผมถวายตัวรับใช้ เมื่อสำเร็จการศึกษาด้านคริสตธรรม ผมมีความตั้งใจ จะเป็นศิษยาภิบาลในคริสตจักร แต่พระเจ้าทรงเรียกให้ผมทำงานกับนักโทษ เรื่องข่าวประเสริฐเป็นข่าวดีสำหรับ มนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รู้สึกว่าตัวเองแย่ที่สุดนั่นก็คือนักโทษ และนักโทษเป็นคนที่เราทำงานด้วย ยากที่สุด เรือนจำบางขวางมีนักโทษที่ต้องโทษอย่างน้อย 30 ปีจนถึงประหารชีวิต เมื่อผมเข้าไปในเรือนจำ แห่งนั้น ผู้คุมพานักโทษมานั่งรวมกันประมาณ 60 คน เพื่อฟังผมสอน พวกเขาคิดว่าผมคือนักสังคมสงเคราะห์ ที่มาสอน มาสร้างกำลังใจ มียี่สิบกว่าคนเป็นนักโทษประหารชีวิต แต่เมื่อผู้คุมถาม ผมตอบว่าผมสอนเรื่องข่าว ประเสริฐของพระเยซู ผู้คุมตอบว่า “แค่นี้เหรอ” ผมตอบว่า “แค่นี้ครับ” ผมเป็นผู้แทน ของพระเจ้าเข้าไปพบคนเหล่านั้น

ผมพูดและอ่านพระคัมภีร์ยอห์น สิ่งหนึ่งที่ผมพูด คือ พระเยซูทรงรักเรา และเป็นข่าวดีสำหรับมนุษย์ทุกคน เมื่อหมดเวลา มีนักโทษ 2 คน เดินเข้ามาถามว่า สิ่งที่่ผม พูดเป็นจริงหรือ ที่ว่าพระเยซูรักผม และเปลี่ยนผมได้ ผมตอบว่าจริง เพราะพระเยซูเป็นความจริงและเป็นความหวังของทุกคน พวกเขาตื่นเต้นมากที่รู้ว่ามีคนรักเขา สัปดาห์ต่อมา นักโทษเพิ่มขึ้นจาก 60 คน เป็นร้อยกว่าคน ผู้คุมยังคงถามเหมือนเดิมว่าผมสอนอะไร ผมตอบ ว่าสอนพระคัมภีร์ ผู้คุมส่ายหัวแล้วเดินจากไป เป็นแบบนี้ 6 ครั้ง พอครั้งที่ 6 ผู้คุมถามผมว่าสอนพระคัมภีร์ อย่างเดียวหรือ ผมตอบว่าใช่ ผู้คุมบอกว่าแปลกมาก เดี๋ยวนี้นักโทษเหล่านั้นเชื่อฟัง มีระเบียบ และสุภาพ เปลี่ยนไปจากเดิมมาก นักโทษเหล่านั้นรับเชื่อพระเจ้า และรับบัพติศมา

นักโทษที่พ้นโทษออกมา บางคนปัจจุบันกลายเป็นนักเทศน์ที่อยู่ในประเทศไทย และนี่คือสิ่งยิ่งใหญ่ที่ พระเจ้าท้าทายการร้บใช้ของผม ผมเห็นคนมากมายเปลี่ยนแปลง และมีความหวัง เพราะฤทธิ์อำนาจของข่าว ประเสริฐ ชีวิตคนเราวัดกันที่ไหนครับ ถ้าเราเข้าใจความหมายของพระธรรมที่ว่า เรามาเพื่อท่านทั้งหลายจะได้ ชีวิตและได้อย่างครบบริบูรณ์ เราวัดกันที่ตรงนี้แหละครับ ชีวิตที่บริบูรณ์ในพระเยซูคริสต์ นี่คือความสำคัญที่สุด ของชีวิตที่เราอยู่บนโลกนี้ บริบูรณ์ทั้งความเชื่อ ความมั่นคง ความยึดมั่นในพระองค์ไม่ใช่สิ่งที่โลกนี้วัด (ความ มั่งคั่ง ความสำเร็จในอาชีพการงาน) ที่คริสตจักรของผมมีผู้ร่วมงาน 4 คน ล้วนแต่เคยเป็นนักโทษมาก่อน และได้เรียนจบโรงเรียนศาสนศาตร์ทั้งสิ้น และนี่คือฤทธิ์เดชของพระเจ้า เมื่อเรายอมยกชีวิตของเราให้พระเจ้า พระเจ้าจะเปลี่ยนแปลงเราให้สมบูรณ์เกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ ผมขอบคุณพระเจ้าในฤทธิ์เดชของพระองค์ มีเด็กเยาวชน 2 คน ที่เคยอยู่ในสถานพินิจ และไม่เคยเรียนหนังสือเลย อ่านหนังสือไม่ได้ แต่เมื่อเขาต้อนรับ พระเยซู ปัจจุบันทั้ง 2 คนเรียน กศน. (การศึกษานอกโรงเรียน) กำลังจะจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และอ่าน พระคัมภีร์ได้ดีมาก ชีวิตของเราทุกคนก็เช่นเดียวกัน

การรู้จักกับพระคริสต์คือการรู้จักฤทธิ์อำนาจของพระองค์ที่อยู่ในเราทั้งหลาย พระธรรมที่เขียนว่าพระคริสต์ คือฤทธิ์เดชที่่อยู่ในผู้เชื่อ และในพระธรรมที่เขียนว่า เพื่อให้บรรดาผู้ที่เชื่อได้รับความรอด นอกจากเราจะได้รับ การเปลี่ยนแปลงแล้วเรายังได้รับความรอด ผมอยากให้คุณแม่ของผมได้รับความรอด ผมนำใบปลิวไปวางไว้ ตามที่ต่างๆ ของบ้าน เพื่อให้คุณแม่ได้อ่านเป็นเวลาหลายปี วันหนึ่งคุณแม่ผมป่วยต้องไปนอนรักษาตัวที่โรง พยาบาล ผมและครอบครัวไปเยี่ยม พูดให้กำลังใจ แต่ไม่กล้าอธิษฐานเผื่อ เพราะเกรงจะโดนว่า เมื่อเยี่ยมเสร็จ แล้วจึงขอตัวลากลับ แต่คุณแม่กลับพูดออกมาว่า จะไปแล้วหรือ ยังไม่ได้อธิษฐานเผื่อแม่เลยนะ ผมดีใจมาก และถามคุณแม่ว่า คุณแม่เชื่อพระเยซูหรือ คุณแม่พยักหน้าและพูดว่าพระเยซูดีนะ ผมรีบอธิษฐานเผื่่อคุณแม่ ขอบคุณพระเจ้าที่คุณแม่ได้เชื่อในพระองค์ หลังจากวันนั้นมาคุณแม่ยอมให้น้อง และหลานไปโบสถ์ได้

พระคริสต์คือองค์เที่ยงแท้ของทุกคน ผมอยากหนุนใจให้พี่น้องรักการประกาศและเป็นพยาน เพราะนี่ คือคำตอบของชีวิตคน และเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่ อาจารย์เปาโลรับใช้พระเจ้า ผมนำลูกนักโทษประมาณ 20 กว่า คนที่เกิดในเรือนจำและขาดการเลี้ยงดู มาเลี้ยงดูที่บ้านพระพร เป็นงานที่ยากมาก แต่ผมเชื่อว่าพระคริสต์ทรง ทำได้ทุกสิ่ง เราเริ่มต้นด้วยการอธิษฐานขอพระเจ้าเลี้ยงดู และสอนเด็กในการอธิษฐาน จนพวกเขาเชื่อมั่นว่า พระเจ้าคือผู้เลี้ยงของเขาทุกคน ปัจจุบันมีพี่น้อง 7 คนจากทั้งหมด 11 คน มาเชื่อพระเจ้า ผมขอท้าทายอีก ครั้งว่า ให้เรารักในการประกาศและเป็นพยาน เพราะนี่คือฤทธิ์เดชแห่งข่าวประเสริฐที่เปลี่ยนชีวิตคนได้

ขอพระเจ้าอวยพร