100 ปี สืบสานและส่งต่อ

มิถุนายน 2022 : เดือนแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

เทศนา ภาคเช้า 2013-07-28

อ.วาระ มีชูธน หัวข้อ : สาวก VS คริสเตียน
ยอห์น 13:34-35
โดย อ.วาระ มีชูธน

 

ผมรู้สึกคุ้นเคยกับ คจ.วัฒนานี้เพราะผมเคยมามีส่วนร่วมในพิธีแต่งงานที่ คจ.นี้บ่อยๆ และน้องสาวของ ผมก็เรียนที่ รร.วัฒนาวิทยาลัย ผมรู้สึกว่าไม่ได้เป็นแค่เกียรติ แต่เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ คจ.นี้ตั้งอยู่ที่นี่ และส่ง ผลกระทบกับชีวิตอีกหลายชีวิต สำหรับคำเทศน์ในเช้านี้ถ้าฟังดีๆ จะเข้าใจและอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ เพราะฟังตอน แรกอาจรู้สึกตะหงิดๆ แต่ลองฟังดู ผมเชื่อว่าพระเจ้าจะนำการท้าทายมาสู่ชีวิตของท่าน ในการเดินกับพระองค์

ทุกคนรู้จักคำว่าอเมริกันไม๊ครับ คือคนที่มีผมสีทองหรือเปล่าครับ ไม่ใช่ คือคนที่เกิดในประเทศอเมริกา หรือเปล่าครับ ไม่ใช่ คนอเมริกันคือคนที่ถือสัญชาติอเมริกา ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เกิดที่นั่น แต่เป็นคนที่ถือ พาสปอร์ตและถือสัญชาติเขียนว่าอเมริกัน ทุกคนรู้และเข้าใจดีกับคำว่าอเมริกัน ทุกคนรู้จักคำว่าเม็กซิกันหรือ เปล่าครับ คือคนที่อยู่ในเม็กซิโกหรือเปล่าครับ ไม่ใช่ครับ คือคนที่ถือสัญชาติเม็กซิกัน เป็นคนที่ถือพาสปอร์ต ของเขา ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ต้องพูดภาษาสเปน แต่เป็นคนที่มีสิทธิและถือสัญชาติของเขา คนไทยรู้จัก คนต่างด้าวไม๊ครับ คนต่างด้าวในที่นี้ในคริสตจักรนี้มีไม๊ครับ มี คนต่างด้าว จำเป็นต้องเป็นคนในประเทศเพื่อน บ้านไม๊ครับ ไม่จำเป็น คือใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย ในแผ่นดินไทย คือคนต่างชาติไม่ว่าจะมา จากทวีปไหน เราเรียกว่าคนต่างด้าว นิยามของคำว่าอเมริกัน เม็กซิกัน และคนต่างด้าว เรารู้ เราเข้าใจดี เพราะว่ามันมีนิยาม มีความหมายที่บอกอย่างชัดเจน

ในเช้าวันนี้ผมอยากจะท้าทาย อยากจะถามว่า รู้จักคำว่าคริสเตียนไม๊ครับ ทุกคนเคยได้ยินบ่อย อยู่ใน บัตรประชาชนของเราด้วย เราเขียนว่าเราเป็นคริสเตียน เวลาไปเซ็นเอกสารทางราชการ คำว่าคริสเตียน เราใช้มากมาย ใช้บ่อย และคนอื่นๆ ที่รู้จักเราก็ใช้คำนี้กับเรา คำว่าคริสเตียนเวลาเราพูดถึงคำว่า คริสเตียน เราอาจหมายถึงคนที่มาที่่คริสตจักร อาจหมายถึงคนที่แสวงหาพระเจ้า อาจหมายถึงคนที่อธิษฐาน อาจ หมายถึงคนที่มานมัสการ อาจหมายถึงคนที่ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า อาจหมายถึงคนที่ห้อยกางเขนไว้ ตรงหน้าอก เป็นสร้อยคอ หรือหมายถึงคนที่ถวายทรัพย์ คนที่มาเรียนรวี แต่คำว่าคริสเตียนนั้นหมายความ ว่าอะไร ในเช้าวันนี้ ถ้าผมให้แบ่งกลุ่ม และเขียนคำว่าคริสเตียนหมายความว่าอะไร เชื่อหรือไม่ครับ ว่าแต่ละ กลุ่มจะมีนิยามของคำว่า คริสเตียนที่แตกต่างกันออกไป

คำว่าคริสเตียนความหมายไม่ค่อยชัดเจน ถ้ามีคนถามคุณและผมว่าเป็นคริสเตียนหรือเปล่า บางคนก็ตอบ ว่า ใช่ครับผมเป็นคริสเตียน บางคนก็บอกว่า ไม่แน่ใจครับ บางคนบอกว่าอาจจะ บางคนบอกว่า ผมเป็นคริสเตียน แต่ว่าบางคนบอกว่า ผมเป็นคริสเตียนแต่ผมเชื่อแบบนี้... อาจจะมีหลายครั้งที่ผมคิดว่าผมเป็นคริสเตียนหรือเคย เป็นคริสเตียนมาก่อน ผมเป็นคริสเตียนแต่ไม่ใช่ในความหมาย ของคำว่าคริสเตียน

ความหมายของคำว่าคริสเตียนเยอะแยะมากมาย และมีคนอีกหลายคนที่เราเดินออกไปแล้วถามว่า คุณเป็น คริสเตียนหรือเปล่า เขาจะบอกว่าเขาเป็นแต่... เขาเป็นถ้า... อย่างนี้เรามาเป็นคริสเตียนได้หลายรูปแบบมาก ไม่ว่าจะเป็น การอธิษฐาน การรับศีลบัตติศมา บางคริสตจักรในต่างประเทศ สามารถเป็นคริสเตียนได้ โดยรับพิธีศีลมหาสนิท การเป็น คริสเตียนสามารถเป็นได้หลายแบบ ตอนผมเป็นเด็กๆ คุณแม่ของผมนำผมอธิษฐานในการเป็นคริสเตียน เป็นการอธิษฐานแบบ sinner’s prayer ถ้าคุณอธิษฐานคำนั้น คุณได้เป็นคริสเตียนทันที “ข้าแต่พระบิดาเจ้า ข้าพระองค์เป็นคนบาป ข้าพระองค์เสื่อมจากพระสิริของพระองค์ ข้าพระองค์ขอพระองค์เข้ามาในจิตใจ ขอพระองค์ ทรงชำระล้างความผิดบาปของข้าพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์บังเกิดใหม่ อาเมน” ปิ๊ง เป็นคริสเตียนทันที และผมรู้สึกว่าคำอธิษฐานนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก ตอนเด็กๆ ทุกครั้งที่ผมทำความผิดบาป ที่่ผมเกเร หรือไม่เชื่อฟังใคร ผมอธิษฐานตามคำอธิษฐานนั้น ผมเป็นคริสเตียนได้ใหม่ทันที ผมจำได้ผมอธิษฐานด้วยคำอธิษฐานนั้นในทุก ห้องในบ้านของผม ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องอาหาร ห้องน้ำ คำอธิษฐานนั้นศักดิ์สิทธิ์สำหรับผม และผมเชื่อว่า ผมได้เป็นคริสเตียนในคำอธิษฐานนั้น บางคนต้องจุ่มลงไปในน้ำเพื่อรับบัพติศมา บางคนต้องยืนขึ้นเพื่อเดินออกมา บางคนต้องร้องเพลง บางคนต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อจะเป็นคริสเตียน

แต่สิ่งซึ่งอยากหนุนใจพี่น้องในเช้าวันนี้ เป็นสิ่งซึ่งสำคัญและเป็นภาระในใจ คือสิ่งที่เราพูดเกี่ยวกับคริสเตียน มาทั้งหมด ไม่มีอะไรที่หมายถึงคริสเตียนที่แท้จริง สิ่งที่คุณรู้ คุณเข้าใจว่านี่คือคริสเตียน หลายครั้งเป็นสิ่งที่ เข้าใจผิดได้ครับ เพราะว่าอย่างนี้ครับ คำว่าคริสเตียนในพระคัมภีร์ถูกใช้แค่ 3 ครั้ง ถ้าเราเรียกตัวเองว่า คริสเตียนนั้น ความหมายของคำว่าคริสเตียน ในพระคัมภีร์นั้นไม่ค่อยชัดเจน ผมอยากจะนำพี่น้องไปสู่พระคำ ตอนหนึ่ง คือพระคำกิจการฯ เป็นคริสตจักรยุคแรกของคริสเตียน แล้วในพระคำ กิจการนั้นเป็นตอนที่ คริสเตียนถูกข่มเหง ถูกข่มเหงอย่างมาก ในคริสตศักราชที่ 64 กษัตริย์นีโรขึ้นครองราชย์ในกรุงโรม แล้วคริสเตียน ถูกข่มเหงอย่างมาก เขานำคริสเตียนเข้าไปในสเตเดียม แล้วให้ดาบคริสเตียนฆ่าฟันกันเอง ให้คริสเตียนสู้รบ กับสิงโต เขาพยายามฆ่าคริสเตียนให้ตายให้หมด คริสเตียนถูกข่มเหง จนแตกกระสานซ่านเซ็นไปทิศทางต่างๆ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Diaspora

ให้ดูกิจการบทที่ 11 แล้วบารนาบัสจึงไปตามหาเซาโลที่เมืองทาซัส เพราะเซาโลอยู่ที่เมืองนั้น เมื่อพบแล้ว ก็พาเขามายังเมืองอันทิโอก บารนาบัสพาเซาโลมาที่เมืองอันทิโอก เมื่อบารนาบัสเดินทางมาถึงเมืองอันทิโอก แล้วพบว่ามีกลุ่มคนกลุ่มคนหนึ่งที่เชื่อในพระเยซู บารนาบัสตกใจมาก เพราะกลุ่มคนกลุ่มนี้ได้แตกกระสาน ซ่านเซ็นไปแล้วไปรวมตัวกัน กลุ่มคนกลุ่มนี้มีเป็นจำนวนมาก บารนาบัสจึงไปเรียกเซาโลมา บารนาบัสกับ เซาโลร่วมประชุมกับคริสตจักร และสั่งสอนคนเป็นอันมากตลอดหนึ่งปีเต็ม และที่เมืองอันทิโอกนั้นเอง พวกสาวกได้ชื่อว่าคริสเตียนเป็นครั้งแรก ไม่ใช่เขาเรียกตัวเองว่าคริสเตียน แต่คนอื่นเรียกเขาว่าคริสเตียน คนต่างๆ ไม่เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ที่มาเชื่อพระเยซูจะต้องเรียกว่าอย่างไร ในกิจการบทที่ 9 เรียกคนกลุ่มนี้ว่า ผู้ที่เดินตามทางนั้น พี่น้องครับยิ่งไปกว่านั้น ในประวัติศาสตร์บอกว่า คริสเตียนมีความหมายที่เหมือนกับ คำถูกด่าว่า คนในสมัยนั้นเมื่อใช้คำว่าคริสเตียนเหมือนกับเป็นการว่า ไอ้พวกคริสเตียน คนกลุ่มนี้แทนที่จะเชื่่อ ในศาสนายิว ในพระคัมภีร์เดิม ในโมเสส กลับเชื่อผิดๆ ไปเชื่อในเยซูชาวนาซาเร็ท แล้วตีตัวออกห่างจาก ศาสนาดั้งเดิมของเขา เป็นกลุ่มคนที่เชื่อผิดๆ และถูกตีตราว่าเป็นพวกที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรที่จะอยู่ใน ธรรมศาลาของคนยิว เป็นคำดูถูกเหยียดหยาม เป็นคำถูกว่า

ยิ่งไปกว่านั้นในคริสตศักราชที่ 64 กษัตริย์นีโรเผาเมืองเพื่อจะสร้างแผ่นดินใหม่ กษัตริย์นีโรถูกต่อต้าน จากประชาชน กษัตริย์นีโรจึงบอกว่าคริสเตียนเป็นคนเผา ทำให้คนสมัยนั้นเกลียดคริสเตียน คุณเกลียดไม๊ครับ คนที่เผาบ้านเผาเมือง คนสมัยนั้นเกลียดคริสเตียนเหมือนกัน เจอคริสเตียนที่ไหนต้องด่าต้องว่า เพราะฉะนั้น คำว่าคริสเตียน เป็นคำที่คนอื่นเรียกเรา เป็นคำที่เหยียดหยาม เป็นคำที่ไม่สุภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นคำที่ไม่รู้ว่าจะใช้เรียกอะไร จึงเรียกตัวเองว่าคริสเตียนตลอดมา ในความเป็นจริง กลุ่มคนที่เรียกว่าคริสเตียน นั้นเขามีชื่อเรียกของเขาเองชื่อหนึ่ง

ขณะที่บารนาบัสกับเซาโลประชุมที่เมืองอันทิโอก หนุนใจและสั่งสอนเขาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ถึงแม้ว่าจะ ถูกเรียกว่าไอ้พวกคริสเตียน แต่พวกเขามีชื่อเรียกท่ามกลางพวกเขาเอง เขาเรียกตัวเอง ว่า สาวก และคำว่าสาวกนี่เอง เป็นคำที่เขาให้นิยาม ความหมายกับตัวเขาเอง เพราะเขาเข้าใจ เพราะพระ คัมภีร์มีเขียนไว้มากมายว่า คำว่าสาวกนั้นคือใคร คน สามารถซ่อนภายใต้คำว่าคริสเตียน คุณสามารถมา โบสถ์และทำทุกอย่างได้ให้เหมือนกับคริสเตียน แต่ถามในเช้าวันนี้ว่า คุณกล้าเรียกตัวเองว่าสาวกเหมือนกับคริสเตียนยุคแรกหรือเปล่า เป็นคำพูดที่น่ากลัว ให้นิยาม ตัวเองที่น่ากลัว นิยามที่พระเยซูให้ไว้ ในกิจการบทที่ 9 เมื่อเซาโลมาถึงเยรูซาเล็ม เซาโลเพิ่งได้เห็นพระเยซู และเพิ่งได้กลับใจใหม่ ตาก็เปิดออก แล้ววิ่งเข้าไปในธรรมศาลา เริ่มเทศนา และเริ่มประกาศตัวเองว่าเป็น สาวกขององค์พระผู้เป็นเจ้า ในกิจการบทที่ 9 เซาโลมาถึงเยรูซาเล็ม ก็พยายามเข้าร่วมกับเหล่าสาวก แต่เขา เหล่านั้นล้วนกลัวเซาโล ไม่เชื่อว่าเขาเป็นสาวกจริงๆ คนเหล่านี้รู้ว่าเซาโลพยายามฆ่า ข่มเหงคริสเตียน แต่วันหนึ่งเซาโลเดินเข้ามาและอยากร่วมเป็นสาวกด้วย สาวกกลัว เพราะคิดว่าเซาโลกำลังแทรกแซงเข้ามา เหมือนกับสปาย เพื่อที่จะรู้ข่าวคราวและทำลายคริสตจักร แต่เซาโลมีชีวิตเป็นสาวกของพระองค์ตั้งแต่ วันนั้นแล้ว

คำว่าสาวก ในนิยามกรีกแปลว่า นักเรียน สิ่งที่เราต้องการจากนักเรียนคือ การเชื่อฟัง นักเรียนคือ ผู้ที่เรียนรู้จากอาจารย์ คอยมองอาจารย์ ดูว่าอาจารย์จะใช้เราไปทิศทางไหน ดูว่าอาจารย์จะสอนเรา เรื่องอะไร ดูว่าอาจารย์จะขอให้เราทำอะไร คนที่เป็นนักเรียนคือผู้ที่ติดตามอาจารย์ ผู้ที่คอยดูชีวิตของอาจารย์ ผู้ที่คอย นั่งที่เท้าของอาจารย์ รอคอยฟังคำสั่งของอาจารย์ คำว่าสาวกหรือนักเรียนของพระเยซู เป็นพวกที่บอกตัวเอง ว่าฉันเป็นพวกที่ติดตามพระองค์ เป็นพวกที่เชื่อฟังพระองค์ และทุกอย่างในชีวิตของ ฉันเป็นไปตามคำสั่ง ของพระองค์ ในเช้าวันนี้คุณและผมเป็นคริสเตียนหรือเป็นสาวก? คำว่าคริสเตียนนั้นเบลอและเข้าใจยาก ถ้าคุณจะบอกว่าคุณเป็นคริสเตียนจริงๆ ชีวิตของคุณต้องเป็นสาวก คือผู้ที่ยอมทำตามพระองค์ในทุกน้ำพระทัย ของพระองค์ ในพระธรรมมัทธิว ขณะที่พระเยซูพบมัทธิวและให้ตามพระองค์ไป มัทธิวทิ้งทุกอย่างและตาม พระองค์ไป ในมัทธิวบทที่ 16 ขณะนั้นพระเยซูจึงตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า “ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามาให้ผู้ นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา” นี่คือนิยามที่พระเยซูให้ไว้กับสาวกของพระองค์ สิ่งที่อยากหนุนใจและท้าทายคริสเตียนทั่วประเทศ คือการที่เราต้องตัดสินใจว่า เราจะเป็นแค่คริสเตียนที่มา โบสถ์เฉพาะวันอาทิตย์ แต่วันอื่นไม่เคยได้รับฟัง และทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงพูดจริงๆ

คริสเตียนกับสาวก ถ้าไม่เพ่งดูจริงๆ มีชีวิตที่คล้ายๆ กันมาก แต่จริงๆ มีข้อแตกต่างที่ยิ่งใหญ่มาก ทำ อย่างไรจึงจะเป็นสาวกของพระองค์ ดูในพระคำยอห์นบทที่ 13 “ลูกของเราเอ๋ย เราจะอยู่กับพวกท่านอีกเพียง ไม่นาน ท่านจะหาเราแต่ดังที่เราได้บอกพวกยิวไว้และจะบอกท่าน ณ บัดนี้ คือที่ซึ่งเราจะไปนั้น ท่านไม่สามารถ ไปได้ เราให้บัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลายคือจงรักซึ่งกันและกัน ท่านต้องรักซึ่งกันและกันเหมือนดังที่เราได้รัก พวกท่าน” เป็นคำสอนท้ายๆ ของพระเยซู เป็นคำสอนที่สำคัญมาก พระเยซูกำลังหมายความว่าคนที่เป็นสาวก รักอย่างที่พระองค์รัก อภัยอย่างที่พระองค์อภัย มองข้ามความบาป เห็นความดีในความชั่ว เห็นคนบาปและ อยากเข้าใกล้ อยากเห็นความรอดมาสู่ทุกคน รักคนอื่นเหมือนอย่างที่พระองค์รักเรา แล้วคนอื่นจะเห็นว่าเรา ไม่ได้เป็นแค่คริสเตียนแต่เป็นสาวกของพระองค์ “ถ้าท่านรักซึ่งกันและกัน คนทั้งปวงจะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา” ด้วยความรักของพระเยซู ทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ยอมถูกทรมานเพื่อคุณและผมจะลงลึกไปถึง รากแก่นของคำว่า สาวก คือการเชื่อฟังพระองค์ รักคนอื่นเหมือนที่พระองค์ทรงรัก ขอให้พระวจนะในเช้า วันนี้ท้าทายให้ชีวิตคุณเป็นกระจกสะท้อนชีวิตของพระเยซู ที่เราจะไม่เป็นแค่คริสเตียนอีกต่อไปแต่เราจะยอม ทำตาม และเป็นสาวกของพระองค์