100 ปี สืบสานและส่งต่อ

กรกฎาคม 2022 : เดือนแห่งดนตรีคริสตจักร

เทศนา ภาคเช้า 2013-07-21

ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์ หัวข้อ : Life is Beautiful
ฮีบรู 12:1-11
โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

 

เถ้าภูเขาไฟพูเยฮิวที่พ่นลาวาไหลลงมาให้เห็นอยู่ทั่วทุกแห่ง โดยเฉพาะบนหลังคาบ้านและบริเวณต่างๆ ทำให้ผิวพื้นเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ รวมทั้งเถ้าจากลำธารลาวาที่ไหลมาถึงทางเข้าโบสถ์ ขณะที่ผมก้าวขึ้นไป บนเถ้าลาวาที่ว่านั้น ผมเห็นรอยเท้าของคนที่มาถึงก่อนหน้า ทำให้คิดถึงบรรพชนแห่งความเชื่อที่เดิน ล่วงหน้าไปก่อน ทั้งยังทิ้ง “รอยเท้า” ไว้ การก่อสร้างอาคารโบสถ์และโรงเรียน การตั้งคณะนักร้อง คริสตจักร ผมขอบคุณบรรดาผู้บุกเบิกความเชื่อที่นำทาง สร้างจิตวิญญาณของผม ผมเองต้องเดินหน้า ต่อไป ทิ้งรอยเท้าไว้ให้คนรุ่นหลังเดินตาม เหมือนบรรพชนที่เดินตามพระเจ้าก่อนหน้าพวกเราอย่าง สัตย์ซื่อ

ชีวิตคริสเตียนเปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอน เพราะเป็นการเดินทางทั้งชีวิต หนทางข้าง หน้าอาจขุรขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่ได้โรยด้วย กลีบกุหลาบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยพลังที่มา จากเบื้องบน แรงจูงใจ การผลักดันที่มาจาก พระเจ้า การวิ่งมาราธอนนั้น ผู้วิ่งกำลังแข่งขันกับ ตัวเอง และผู้ที่วิ่งจนถึงหลักชัยที่ได้กำหนดไว้ ทุกคนจะได้รับรางวัล ดังนั้น ให้เราตระหนักว่า เราต้องพร้อมและฟิตเสมอ การมีวินัยเกิดขึ้น จากความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงหลักชัยที่อยู่ข้างหน้าอันยาวไกล ซึ่งต้องคำนึงถึง 2 สิ่งด้วยกัน คือ

  1. ต้องรู้จักสิ่งที่ถ่วงและปลดมันออกเสีย สิ่งที่ถ่วงศัพท์เดิมแปลว่าน้ำหนัก (ความอ้วนนั่นเอง) ดังนั้น ชีวิตคริสเตียนจึงต้องลดน้ำหนักฝ่ายวิญญาณ ต้องเริ่มออกกำลังกายฝ่ายวิญญาณ เริ่มทำงานฝ่ายวิญญาณ การกำลังกายฝ่ายวิญญาณคือการดำเนินชีวิตบนพระวจนะของพระเจ้า เชื่อฟัง และประกาศ พระกิตติคุณ หรือรับใช้พระเจ้าในด้านต่างๆ ไม่มีใครที่จะสวมชุดที่เต็มไปด้วยเสบียง เช่น น้ำ หรืออาหารเสริม ขณะที่วิ่งมาราธอนฉันใด คริสเตียนที่ปรารถนา จะไปให้ถึงเป้าหมายที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ จะต้องรู้วิธีที่ทำให้ตัววิ่งสบาย คล่องแคล่ว ว่องไว และไม่ปล่อยให้สิ่งที่ไม่สำคัญ หรือสำคัญน้อยกว่า มาทำให้เราไปไม่ถึง หรือไม่ได้ทำ สิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น การอ่านพระคัมภีร์กับการอ่านหนังสือพิมพ์
  2. ต้องรู้จักบาปที่ต้องได้รับการกำจัดออกไป เราจะต้องกำจัดบาปที่พันตัว หรือผูกมัดตัวของเรา ที่ทำให้เราไม่สามารถขยับ พัฒนาตัวเองไปข้างหน้า ก่อนนอนเราต้องพิจารณาตัวเองในคำพูด ความคิด และการกระทำ ว่าเราได้ทำบาปอะไร และสารภาพเสีย เช่น ความหยิ่งยโส ความโลภ ตัณหา ความอิจฉา ความโกรธ ความเห็นแก่ตัว การคิดร้าย (ยก. 1:14-15) การไปให้ถึงเป้าหมายต้องการความเพียรพยายาม และต้องรู้ว่าหนทางนั้นได้กำหนดไว้โดยพระเจ้า เพื่อเราจะวิ่งจนถึงเส้นชัยของแต่ละคน กำลังใจที่จะทำให้เราวิ่งต่อได้คือ การดูตัวอย่างขององค์พระเยซูซึ่งเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ และทำให้ ความเชื่อสมบูรณ์
    1. พระเยซูเป็นผู้เริ่มต้นความเชื่อ เมื่อเรามองดูที่พระเยซู เรารู้ว่าชีวิตของเรามีพระเยซูเป็นผู้นำทาง พระองค์เดินในทางแห่งความเชื่อของพระบิดาเจ้า และในที่สุด พระองค์ก็สำเร็จในพระราชกิจที่พระองค์ ทรงได้รับมอบหมาย
    2. พระเยซูทรงทำให้ความเชื่อสมบูรณ์ พระเยซูทรงเป็นกัปตันเรือ และเป็นผู้ปั้นแต่งความเชื่อของ เรา เป็นผู้เริ่มต้นการดีทั้งปวงในชีวิตของเรา (ฟป.1:6)
    3. พระเยซูได้ทรงอดทนต่อกางเขน การแบกกางเขนของพระเยซูซึ่งไม่มีผู้ใดแบกแทนพระองค์ได้ มี เพียงผู้เดียวที่สละพระองค์เพื่อคนทั้งปวง เสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อที่จะมาเป็นผู้ปฏิบัติ ผู้รับใช้ และด้วย ความเชื่อฟังที่มีต่อพระบิดา ก็นำพระองค์ไปถึงการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
    4. พระองค์ทรงอดทนต่อคำคัดค้านของคนบาป ขณะ ทำพันธกิจของพระองค์ มีผู้เข้าใจผิด อิจฉาตาร้อน แค้น เคือง โกรธ อาฆาตมาดร้าย พยายามฆ่าพระองค์ แต่เมื่อยัง ไม่ถึงเวลา พวกเขาไม่สามารถทำอะไรพระองค์ได้ เพราะ พระองค์อดทนต่ออุปสรรค และทรงทราบว่าพระองค์จะ พบกับอะไร และจะทำอะไรให้สำเร็จในที่สุด
    5. ทรงต่อสู้กับบาป ขณะที่พระองค์ทรงดำรงชีวิต โดยพระเจ้าร้อยเปอร์เซนต์ และเป็นมนุษย์ร้อยเปอร์เซนต์ ในเวลาเดียวกัน ด้านความเป็นมนุษย์ก็มีจุดอ่อนของเนื้อ หนังเหมือนกับเรา ได้รับการล่อลวงและผจญกับมาร ไม่ แตกต่างจากเรา ทรงต่อสู้กับบาป ทรงเอาชนะการล่อลวง ด้วยความหยั่งรู้ในพระวจนะของพระเจ้า อัครทูตเปาโล แนะนำให้คริสเตียนสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุด เพื่อต่อสู้กับมาร และสมุนของมัน โดยมีนัยยะเพิ่มเติมคือการต่อสู้กับ ความบาป

เมื่อเราวิ่งถึงเส้นชัย เท่ากับเราทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ พระเยซูทรงเป็นตัวอย่าง ที่ทำพันธกิจ ของพระองค์ในโลกนี้สำเร็จ ขณะที่ทรงอยู่บนกางเขน เพราะพระองค์ทรงทำด้วย

  • ความรักที่พระองค์ทรงมีต่อพระบิดาและมนุษย์ในโลก
  • พระองค์ทรงมีเป้าหมายเพื่อถวายเกียรติ (มีเป้าหมายที่ชัดเจน)
  • พระองค์ทรงทำอย่างเต็มความสามารถ

เราวิ่งด้วยความอดทนโดยจับตาที่พระเยซู หมายถึง

  1. ละและปฏิเสธตัวเอง 2คร. 13:5; 1 คร. 11:28
  2. พึ่งพาในพระองค์ รม. 6:3-5 อฟ.1:7 ; 2คร. 1:20
  3. พร้อมที่จะถูกคนอื่นเข้าใจผิดและปฏิเสธ (คำ คัดค้านของคนบาป)
  4. ต้องไม่ท้อถอย

Finish กับ Success ต่างกันอย่างไร? ต่างกันตรงที่ Success นั้น Beautiful สวยงาม fulfill อิ่มเอิบ ใจ Honor มีสง่าราศี