100 ปี สืบสานและส่งต่อ

สิงหาคม 2022 : เดือนแห่งการระลึกสตรี

เทศนา ภาคเช้า 2013-07-14

ศจ.ชำนาญ แสงฉาย หัวข้อ : การร้องเพลงสรรเสริญด้วยจิตวิญญาณและด้วยความคึิด
สดุดี 150:1-6
โดย ศจ.ชำนาญ แสงฉาย

ถ้าหากวันนี้เรามีคำถาม? ถ้าเราถามคนทั่วไปว่าคริสเตียนคือผู้ใด หรือใครคือคริสเตียน คำตอบทั่วๆ ไปก็คงจะบอกว่าคริสเตียนคือคนที่ถือศาสนาคริสต์ หรือคริสเตียนคือผู้ที่ถือศาสนาของพระเยซู แต่ถ้าหวนกลับมาถามในคริสตจักรของเราว่า คริสเตียนคือผู้ใด คำตอบก็คงจะไม่เหมือนกับที่คนอื่นได้ตอบและในเวลาเดียวกันก็คงไม่ง่ายในการที่จะตอบด้วยเหมือนกัน

ประการที่ 1 นี่คือคริสเตียน หรือ นี่คือคริสตชน

ใครก็ตามที่เชื่อและศักธาและไว้วางใจในพระเยซูคริสต์ เขาผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ เมื่อเขาติดตามพระเยซูคริสต์เจ้าแล้วเขาจึงได้ชื่อเป็นชาวแผ่นดินสวรรค์ เป็นชาวแผ่นดินสวรรค์คือบ้านเมืองเขาไม่ได้อยู่ในโลกนี้แต่อยู่ในแผ่นดินสวรรค์ ดังนั้นในลูกา 9:62 พระเยซูคริสต์บอกว่า “ผู้ใดเอามือจับคันไถแล้วหันหน้ากลับเสีย ผู้นั้นก็ไม่สมควรกับแผ่นดินของพระเจ้า” ในฐานะที่เขาเป็นผู้ที่ติดตามพระเยซูคริสต์เขาจะต้องเรียนจากพระเยซูคริสต์ทุกๆ วัน เขาจากเรียนจากพระเยซูคริสต์ได้ที่ไหน ได้จากพระคริสตธรรมคัมภีร์ เขาจะอ่านและเรียนพระคัมภีร์ การกระทำเช่นนี้ก็จะทำให้เขามีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเป็นเหมือนพระคริสต์ ติดตามพระเยซูคริสต์ เรียนจากพระเยซูคริสต์ ชีวิตจึงเหมือนพระเยซูคริสต์ นี้คือกระบวนการของความเจริญเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณของทุกคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ด้วยกระบวนการติดตามพระเยซูคริสต์นี้เองจึงทำให้เราได้ชื่อว่าเป็นคริสเตียนหรือเป็นคริสตชน ชื่อนี้เอ่ยเป็นครั้งแรกในพระธรรมกิจการ 11:26 ที่เมืองอันทิโอกเราได้ชื่อว่าเป็นคริสเตียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ดังนั้นการดำเนินชีวิตของคนที่มาเชื่อในพระเยซูคริสต์จึงแตกต่างไปจากเมื่อเขายังไม่เชื่อพระองค์ เป็นต้นว่า เขาจะอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยที่สุดก็ห้าครั้ง นอกจากนี้พระคัมภีร์เขาจะอ่านอย่างสม่ำเสมอ เขาไม่เคยอ่านแต่วันนี้เมื่อเขาเป็นคนติดตามพระเยซูคริสต์เขาจะอ่านพระคัมภีร์เพราะทุกครั้งที่เขาอ่านพระคัมภีร์ เวลานั้นพระเจ้าพูดกับเขาๆ จึงอยากจะพูดกับพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน เมื่อพฤติกรรมของเขาเป็นอย่างนี้แล้วเขามีคำพยานทุกวันที่จะบอกให้กับครอบครัวคนที่อยู่ใกล้ชิด หรือคนที่ร่วมงาน เขาจะบอกถึงพระคุณของพระเจ้าที่เขาได้รับ จากการที่เขามีความสัมพันธิ์กับพระเจ้าโดยการอ่านพระคัมภีร์ การอธิษฐานเขาจะมีคำพยานทุกๆ วัน วันอาทิตย์เมื่อเขายังไม่ได้เป็นคริสเตียนเป็นวันพักผ่อน เป็นวันที่จะไปเที่ยว เป็นวันที่จะพาครอบครัวไปหาความสุขข้างนอก เป็นวันที่จะให้เขาชื่นชมยินดี แต่เมื่อเขามาเป็นคริสเตียนมันเปลี่ยนไปเลย เขารู้สึกว่าวันอาทิตย์นั้นเป็นวันที่จะสรรเสริญพระเจ้า เขามีการเตรียมตัว เตรียมพระคัมภีร์ไปที่โบถส์เพื่อจะเรียน เขาเตรียมเงินที่จะไปถวาย ถ้าเป็นต้นเดือนหรือปลายเดือนเขาก็จะเอาสิบลดมาถวายพระเจ้าด้วย เขาจะมีความรู้สึกอิ่มเอิบอบอุ่นเมื่อเข้ามานมัสการพระเจ้า รู้สึกได้รับการเสริมกำลังจากมิตรสหายที่มานมัสการพระเจ้า วันอาทิตย์เป็นวันสำคัญสำหรับเขามากไม่จำเป็นเขาจะไม่ไปไหนเขาจะมาที่โบถส์ วิญญาณจิตของเขากับพระเจ้ามันต่อเนื่องกันเพื่อมาหาพระเจ้า ดูราวกับว่าเขาหลงรักพระเจ้ากระนั้น

ดังนั้งเราจะเห็นว่าพฤติกรรมที่ทำอย่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของคริสเตียน อัตลักษณ์ะของคริสเตียนมีมากมายแต่ว่าส่วนนี้เป็นอัตลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในขณะที่เขาติดตามพระเยซูคริสต์ เรียนจากพระเยซูคริสต์ ชีวิตของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง สมกับที่พระธรรม 2 โครินธิ์ 5:17 “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่าๆ ก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” พี่น้องที่รักชีวิตของคริสเตียนเขาเรียกว่าชีวิตใหม่ จึงมีความแตกต่างจากคนอื่นไม่ใช่ดีกว่าคนอื่น เนื่องจากอาทิตย์นี้เป็นเดือนแห่งดนตรีศักดิ์สิทธิ์และการนมัสการ ข้าพเจ้าจึงได้นำอัตลักษณ์ส่วนหนึ่งของคริสเตียนเกี่ยวกับการนมัสการพระเจ้า และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าหรือเพลง Hymn ที่บรรพบุรุษของเราใช้ร้องในโบถส์มาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ เราเป็นผู้สืบสารในการร้องเพลงนี้มาจนถึงทุกวันนี้ ทำไมคริสเตียนต้องร้องเพลง ?

ประการที่ 2 ทำไมคริสเตียนต้องร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า

เพราะว่าพระเจ้าเอาเพลงนั้นใส่ในปากของเรา พระเจ้าบรรจุเพลงนั้นใส่ในปากของประชากรของพระองค์ เสียงเพลงสามารถทำให้คนยำเกรงพระเจ้า สดุดี 71:23 “ริมฝีปากของข้าพระองค์จะโห่ร้องด้วยความชื่นบาน เมื่อข้าพระองค์ร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ ทั้งจิตวิญญาณของข้าพระองค์ด้วย ซึ่งพระองค์ได้ทรงไถ่ไว้” นี้เป็นพระคุณของพระเจ้า คริสเตียนจะร้องเพลงตราบจนลมหายใจจะสิ้นไป สดุดี 104:33 “ข้ามีชีวิตอยู่ตราบใด ข้าจะร้องเพลงถวายพระเยโฮวาห์ ขณะข้ายังเป็นอยู่ ข้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าของข้า” ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรเสียงเพลงจะออกมาจากใจออกจากวิญญาณจิตของเราสรรเสริญพระเจ้าได้เสมอ

กิจการ 16 ตอนที่เปาโลและสิลาสไปประกาศ มีหญิงคนหนึ่งชื่อลิเดีย องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเปิดใจของเขาให้สนใจในถ้อยคำซึ่งเปาโลได้กล่าว หญิงนั้นอ้อนวอนว่า "ถ้าท่านเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนสัตย์ซื่อต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เชิญเข้ามาพักอาศัยในบ้านของข้าพเจ้าเถิด" ต่อมาก็มาหญิงอีกคนหนึ่งหลายคนใช้หญิงคนนี้เป็นผู้ทำนาย หญิงคนนี้เห็นภาพชีวิตของเปาโลและสิลาสต่างจากที่อื่น และประกาศว่า "คนเหล่านี้เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้สูงสุด มากล่าวประกาศทางรอดแก่เราทั้งหลาย" เขาทำอย่างนั้นหลายวัน เปาโลลำคัญ เปาโลจึงขับผีออก พวกเจ้านายของเขาเมื่อเห็นว่าหมดหวังที่จะได้เงินแล้ว เขาจึงจับเปาโลและสิลาสลากมาถึงพวกเจ้าหน้าที่ยังที่ว่าการเมือง เมื่อนำมาถึงเจ้าเมืองก็กล่าวว่า "คนเหล่านี้เป็นพวกยิว ก่อการวุ่นวายมากในเมืองของเรา และสั่งสอนธรรมเนียม ซึ่งเราชาวโรมตามกฎหมายไม่ควรจะรับหรือถือเลย" ฝูงชนก็ได้ฮือกันขึ้นเล่นงานเปาโลและสิลาสโดนเฆี่ยนและขังไว้ในคุก แต่ถึงแม้เปาโลจะถูกขังไว้ในคุกแต่ไม่สามารถที่จะขังความชื่นชมยินดีในชีวิตของท่านได้ เขาร้องเพลงขณะที่อยู่ในคุก เกิดแผ่นดินไหว แล้วคุกก็เปิดออก นายคุกยอมเปิดใจรับบัพติสมา นี้คือตัวอย่างสองอย่างคือ ยามสงบพระเจ้าอยู่ด้วย ยามทุกข์พระเจ้าทรงอยู่ด้วย

ประการที่ 3 คริสเตียนจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าอย่างไร

นอกจากพระคัมภีร์แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเพลงนมัสการ เพลงไทยนมัสการเราร้องเพลงนี้มาหลายศตวรรษ เราร้องเพลงนี้เนื่องจากเพลงนี้มาจากตะวันตก มีตัวโน๊ตมีทุกอย่างบังคับไว้ต้องร้องอย่างนี้ สดุดี 150:3-5 การจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าต้องมีดนตรีด้วย การร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเป็นเรื่องของจิตวิญญาณไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกไม่ใช่ความถูกต้อง มันต้องออกมาด้วยใจด้วยจิตวิญญาณ การติดตามพระเยซูคริสต์ การเรียนรู้จากพระเยซูคริสต์ ชีวิตเราต้องเปลี่ยนพระเจ้าทรงบรรจุลิ้นให้เราแล้วให้เราร้องเพลงสรรเสริญ อ.เอาโลบอกไว้ว่า ข้าพระองค์จะร้องเพลงด้วยใจด้วยจิตวิญญาณและด้วยความคิด ดังนั้นในยุคแรก อ.เปาโลจึงเขียนถึงคริสตจักรเมืองเอเฟซัสว่า จงปราศัยกันด้วยเพลงสดุดี เพลงนมัสการ เพลงสรรเสริญ คือร้องเพลงสรรเสริญและสดุดี จากใจของท่านถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า

พี่น้องที่รักเดือนนี้เป็นเดือนแห่งดนตรีศักดิ์สิทธิ์ เราร้องเพลงเราต้องร้องเพลงด้วยความชื่นชมยินดีถ้าเราทำได้อย่าง อัตลักษณ์ะที่โดดเด่นของคริสเตียนคือการร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า จะทำให้อัตลักษณ์ของคริสเตียนแตกต่างไปจากคนทั่วไป นี่คือคริสเตียน พี่น้องที่รักทุกสิ่งอาจจะสายเกินไปแต่อะไรก็ไม่สายเมื่อเราเริ่มต้นกับพระเจ้า