ก้าวต่อไป || Moving Onward

มกราคม 2022 : เดือนแห่งการสืบสานชีวิตใหม่่

เทศนา ภาคเช้า 2013-01-13

ศจ.สันติ แดงเรือน หัวข้อ : พระองค์ทรงห่วงใย
มาระโก 4:35-41

โดย ศจ.สันติ แดงเรือน

คนเรานั้นมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวเองเสมอ คือต้องการความอบอุ่น ต้องการให้คนมาสนใจ อย่าง การใช้งานเครือข่ายสังคม (Social Network) ในปัจจุบันนี้อย่างเฟซบุ๊ค ซึ่งก็เป็นเครื่องมือติดต่อ สื่อสาร ค้นหา ปฏิสัมพันธ์ผู้คนได้ดี แต่สำหรับวัยรุ่นหลายๆ คนก็ใช้เฟซบุ๊คเพื่อให้ผู้อื่นมาสนใจตัวเอง พอเข้าใช้เฟสบุ๊คก็ตรวจสอบดูแล้วว่ามีการแจ้งเตือนมากแค่ไหน โพสต์ของตัวเองมีคนมา กดไลค์ไปกี่ ไลค์แล้ว มีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน นั่นก็แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เราต้องการความห่วงใย ต้องการใคร สักคนหนึ่งมาให้ความใส่ใจ ทำให้เราอบอุ่นใจ ต้องการกำลังใจที่จะต้องสู้กับเวลาที่เลวร้ายในชีวิตต่อ ไปได้

หัวข้อในวันนี้คือ พระองค์ทรงห่วง ความหมายของความห่วงใย ก็คือการเอาใจใส่ การดูแล การอารักขา ทำให้ผู้ที่ถูกห่วงใยนั้น มีความอบอุ่น มีความมั่นใจปราศจากความกังวล ในพระธรรมที่ เราได้อ่าน อาจจะเห็นว่าพระเยซูไม่ทรงห่วงใยสาวกที่อยู่ในเรือ ในท่ามกลางพายุของทะเลสาปกาลิลีเลยหรือ พระองค์เอาแต่นอน หลับ แต่นั่นไม่ใช่ว่าพระองค์ไม่ห่วงใยพวกเขา สำหรับทะเลสาป กาลิลีที่มีความกว้าง 5 กิโเมตรและยาว 20 กิโลเมตร แต่อยู่ต่ำ กว่าระดับน้ำทะเลถึง 500 ฟุต มีภูเขาอยู่ล้อมรอบ ซึ่งเป็นเหตุให้ เกิดลมแรงได้ทุกเมื่อ และเป็นเหตุให้เรือข้ามฟากของเหล่าสาวก ต้องผจญกับพายุโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซึ่งนักศาสนศาสตร์บางคนก็ตี ความไปว่า ลมนั้นก็เสมือนกับซาตานที่กระทำการงานของมัน เมื่อพระองค์สั่งให้มันสงบลงดังเช่นที่พระเยซู สั่งผีที่เข้าอยู่ในฝูง หมูนั้น มันก็สงบลง ระหว่างผจญพายุนั้นเหล่าสาวกและคนในเรือ ต่างต่อสู้ด้วยการวิดน้ำออกจากเรือ จนเหน็ดเหนื่อยอ่อนกำลัง แล้วเขาก็หันกลับมาหาพระองค์ที่กำลังพักผ่อนอยู่ ถึงแม้ว่าพวก เขาจะเชื่อฟังพระองค์ด้วยการทำตามที่พระองค์บอกว่าให้ข้ามทะเลสาปไปอีกฟากหนึ่งก็ตาม แต่กระนั้นเขาก็ยังต้องเผชิญกับพายุจนแทบเอาชีวิตไม่รอด เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เรารู้ว่า ถึงแม้เราจะ ติดตามพระองค์ กำลังรับใช้พระองค์ เราเชื่อพระองค์จริงๆ แต่เราก็ยังต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก ลำบาก เผชิญกับปัญหา นั่นไม่ใช่ว่าพระองค์ไม่รักเรา พระองค์ไม่ได้สถิตย์อยู่ด้วย แต่เป็นน้ำพระทัย ของพระเจ้าที่จะให้เราประสบกับสิ่งเหล่านั้นและผ่านพ้นมาได้ด้วยความเชื่อ พึ่ง และไว้วางใจในพระองค์ 

เวลาที่พระเยซูทรงบรรทมหลับอยู่นั้น เหล่าสาวกก็ดูเหมือนพวกเขาถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับความ ห่วงใย ปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กับพายุแต่ลำพัง แล้วเหล่าสาวกก็ได้วางภาระนั้นลง ทูลขอพระองค์ ปลุกพระองค์ แล้วพระองค์เพียงแต่ตรัสห้ามลมนั้นเสียมันก็สงบ ในเหตุการเช่นนั้นพระเจ้าทรงควบ คุมสถาการณ์เหล่านั้นอยู่ เช่นเดียวกับในชีวิตของเราพระเจ้าก็ทรงควบคุมสถานการณ์อยู่

ปัญหาต่างๆ ในชีวิตของเราไม่ว่าจะเล็กน้อย หรือใหญ่โต ที่รบกวนในจิตใจของเราอยู่ ทำให้เรา เฝ้าครุ่นคิดอยู่กับสิ่งนั้นเสมอๆ นั่นคือความวิตกกังวล มีผู้รับใช้ท่านหนึ่งได้กล่าวว่า เมื่อคุณคิดถึง ปัญหาซ้ำๆ ซากๆ ในสมอง นั่นเรียกว่าความวิตกกังวล เมื่อคุณคิดถึงพระวจนะของพระเจ้าซ้ำๆ นั่น เรียกว่าการภาวนาใคร่ครวญ ถ้าคุณวิตกกังวลเป็น คุณก็รู้จักภาวนาใคร่ครวญเป็นเช่นเดียวกัน การ สรรเสริญพระเจ้าก็เช่นกัน ทำให้เราจดจ่ออยู่กับพระเจ้า ปัญหาของเราก็ถูกผลักออกไป จิตใจของเรา มุ่งอยู่กับพระเจ้า

ในพระธรรมสดุดีมีถึง 150 บท หลายข้อก็มาจากการสรรเสริญขอบพระคุณ อันเนื่องมาจาก การช่วยกู้ของพระเจ้า กษัตริย์ดาวิดก็เป็นผู้หนึ่งที่เขียนบทสรรเสริญพระเจ้าในพระธรรมสดุดีมากที่สุด ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ได้จากการใคร่ครวญการทรงห่วงใยของพระเจ้า ที่เริ่มจากการตัดพ้อต่อว่าพระเจ้าใน พระธรรม สดุดี 22:1 “พระ​เจ้า​ข้า ​พระ​เจ้า​ข้า ไฉน​ทรง​ทอดทิ้ง​ข้า​พระ​องค์​เสีย เหตุ​ใด​พระ​องค์​ทรง​ เมิน​เฉย​ที่​จะ​ช่วย​ข้า​พระ​องค์​และ​ต่อ​ถ้อยคำ​คร่ำ​ครวญ​ของ​ข้า​พระ​องค์” และกษัตริย์ดาวิดก็ได้ค้นพบ ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าดังที่ว่า

  • เยโฮวาห์โรอิ พระเจ้าทรงเป็นผู้บำรุงเลี้ยง สดุดี 23:1 “พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ ขัดสน” ท่านจึงมีอาหารที่จำเป็น เพียงพอ ไม่ขัดสน
  • เยโฮวาห์ยิเร พระเจ้าทรงเป็นผู้ทรงจัดเตรียม “พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด”
  • เยโฮวาห์ชาโลม พระเจ้าทรงเป็นสันติสุขของเรา “พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ”
  • เยโฮวาห์โรฟี พระเจ้าทรงเป็นแพทย์ผู้ประเสริฐ “ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า”
  • เยโฮวาห์ทิสเคนนู พระเจ้าทรงเป็นความชอบธรรมของเรา “พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทาง ชอบธรรม”
  • เยโฮวาห์นิสสี พระเจ้าผู้ทรงมีชัย “แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้า​พระ​องค์ ​ไม่​กลัว​อันตราย​ใดๆ”
  • เยโฮวาห์ชัมมาห์ พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย “เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์ คทาและธาร​ พระ​กร​ของ​พระ​องค์​เล้าโลม​ข้า​พระ​องค์”
  • เยโฮวาห์เมคคาดิคเฮม พระเจ้าทรงชำระท่าน “พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ขัน น้ำของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่”

กษัตริย์ดาวิดได้ยืนยันในความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ไว้ในข้อที่ว่า “แน่ที่เดียวที่ความดี ความรักมั่นคง จะติดตามข้าพเจ้าไปตลอดวันคืนของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศน์ของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์”

พระคัมภีร์ได้ท้าชวนพวกเราทุกคนให้วางใจในพระเจ้า วางภาระของเราลง พึ่งในพระเจ้า พระองค์ ทอดพระเนตรดูแลเราตลอดเสมอดังในพระธรรม สดุดี 46:10 “จงนิ่งเสีย และรู้เถอะว่า เราคือพระเจ้า เราเป็นที่ยกย่องท่ามกลางประชาชาติ เราเป็นที่ยกย่องในแผ่นดินโลก” และสดุดี 55:22 “จงมอบ ภาระของท่านไว้กับพระเจ้า และพระองค์จะทรงค้ำจุนท่าน พระองค์จะไม่ทรงยอมให้คนชอบธรรม คลอนแคลนเลย” มาร์ติน ลูเธอร์ กล่าวว่า “ถ้ามีปัญหาอะไรในชีวิต หากไม่นำมามอบถวายแด่พระเจ้า ก็เท่ากับเราดูถูกพระเจ้า และเราไม่ได้ให้เกียรติพระองค์”

พระเยซูห่วงใยเด็ก ทรงห้ามปรามพวกสาวก และผู้ใหญ่ทั้งหลายที่กันเด็กๆ ที่เข้ามาใกล้พระองค์ ทรงอุ้มพวกเขาไว้ที่ตักและอวยพรพวกเขา (มาระโก 10.16)

พระเยซูห่วงใยคนใกล้ชิด พระองค์มิได้รีรอ ที่จะรักษาเมื่อแม่ยายของเปโตรป่วยจับไข้ (มาระโก 1.29-31)

พระองค์ห่วงใยเพื่อน เมื่อลาซาลัสตายทรงสะเทือนพระทัย แสดงถึงความห่วงใยของพระองค์ ก่อนที่จะเรียกลาซาลัสขึ้มาจากความตาย (ยอห์น 11.35)

ทรงเป็นห่วงสาวก เมื่อเขาหันกลับไปจับปลา แต่ไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว แล้วพระองค์ก็บอกพวกเขา ให้หย่อนอวนลงไปอีกข้างหนึ่ง พวกเขาก็เชื่อฟังและทำตาม กลับได้ปลาเป็นอันมาก เมื่อกลับถึงฝั่ง บรรดาสาวกของพระองค์ก็เห็นพระองค์ย่างปลารอพวกเขา พร้อมกับมีขนมปัง (ยอห์น 21.1-12) 

พระเยซูคริสต์ทรงห่วงใยสาวกดูแลปัญหาความกลัว และความวิตกของเขา 

พระองค์ทรงห่วงใยพี่น้องและผม เมื่อจิตใจของเราเมื่อยล้า  สับสน  วุ่นวาย  นอนไม่หลับ  หมดกำลัง โกรธและเจ็บป่วยทางกาย  สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นกับเราได้บ่อยๆ  ปัญหาประดังเข้ามา  อย่างทะเลบ้าคลั่ง ที่ซัดเรือไปชนหินโสโครกทำให้เรือชีวิตแตกได้  เสียงพระเยซูคริสต์มาถึงเรา “จงสงบ  เงียบซิ”

พระเจ้าประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์และสันติสุขแก่ลูกของพระองค์ เพื่อเขาจะสัมผัสกับการ ทรงสถิตของพระองค์ มีสันติสุขเมื่อต้องเผชิญกับโลกที่เปลี่ยนผันทุกเมื่อเชื่อวัน พระเยซูตรัสว่า “เราได้ บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจ เถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว” (ยอห์น 16:33)

ทรงเอาพระทัยใส่  พระเจ้าไม่ทรงเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา  แม้สิ่งเล็กน้อยที่สุด ในชีวิต หรือแม้แต่เส้นผมบนศีรษะของเราทรงรู้ว่ามีกี่เส้นเพราะทรงนับไว้แล้ว  พระเจ้าทรงห่วงใย ต่อบุตรทุกๆ คนของพระองค์  พระบิดาในสวรรค์ของพวกเราเห็นทุกอย่างและก็รู้ทุกอย่าง เห็นว่าพวก เราลำบากแค่ไหนในการดำเนินชีวิต พระองค์เข้าใจและก็เป็นห่วง ขอเพียงให้หัวใจของเราได้รู้ถึง พระคุณ และความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อเรา ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ตามพระเจ้าทรงควบคุมเหตุการณ์ นั้นอยู่ เราสามารถสัมผัสความห่วงใยเช่นนี้ และเป็นตัวแทนของพระเจ้า ในกลุ่มอธิษฐาน กลุ่มแคร์ การเข้าสามัคคีธรรมกับคณะต่างๆ 

Frank E. Graeff, 1901 เขาได้ผ่านการทดลองบางอย่างที่ยากมาก ระยะเวลาก่อนที่จะ เขียนเพลงบทหนึ่ง ในความสงสัยและความเจ็บปวดทางกาย เมื่อเขาหันไป พระวจนะของพระเจ้า ให้เล้าโลมใจอย่างยอดเยี่ยม : “พระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย” ดังพระคัมภีร์ 1 เปโตร 5:7 กล่าวว่า “จงละความกระวนกระวายของไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย” หลังจากนั่ง สงบกับความจริง เขาเขียนเนื้อเพลงที่มีการยืนยันดังก้องในใจ

“พระองค์ทรงห่วง พระองค์ทรงห่วง เมื่อข้าฯ เศร้าพระองค์ทรงห่วง

กลางวันอ่อนระอาใจ กลางคืน เมื่อยล้ากายข้าฯรู้พระองค์ทรงห่วง” อาเมน