ก้าวต่อไป || Moving Onward

มกราคม 2022 : เดือนแห่งการสืบสานชีวิตใหม่่

เทศนา ภาคเช้า 2012-12-16

ศจ.ดร.ศึกษา เทพอาีรีย์ หัวข้อ : รับเสด็จพระเยซู (2)
อิสยาห์ 9:6-7, ฟิลิปปี 2:5-11

โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

ในเทศกาลคริสตสมภพ ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองและระลึกถึงองค์พระเยซูคริสต์ที่ได้เสด็จเข้ามาในโลกนี้ เป็นเทศกาลแห่งความสุข สันติภาพและความชื่นชมยินดี รวมทั้งเป็นเดือนสุดท้ายของปี ที่เรากำลังรอคอยปีใหม่ที่จะมาถึงอย่างจดจ่อและตื่นเต้น อยากให้พี่น้องได้ละทิ้งความเศร้า ความทุกข์โศก ความเครียดกังวล ให้เรารับพระวจนะของพระเจ้า รับเสด็จการมาบังเกิดของพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสไปชมคอนเสิร์ตของ The Bangkok Combined Choir of The Church of Christ in Thailand ในบทเพลง Handel's Messiah วึ่งเป็นบทเพลงอมตะที่ได้ประพันธ์โดย George Frideric Handel เมื่อปี 1741 ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น The Bible in The Music เป็นบทประพันธ์ในประเภท Oratorio ซึ่งจะรวมดนตรีทั้ง Orchestra, Soloist, Choir คล้ายกับการแสดง Opera แต่ไม่ต้องแต่งกายแบบ Opera และจะร้องในโบสถ์เท่านั้น เป็นดนตรีศักดิ์สิทธิ์ เมื่อศตวรรษที่ 17 ก็มักจะร้องในช่วง Lent หรือประมาณ 6 สัปดาห์ก่อนเทศกาลอีสเตอร์ หรือการระลึกถึงการสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ศาสนจักรนั้นก็ไม่เคยออกกฏว่าไม่สามารถแสดง Opera ในโบสถ์ แต่ Opera ก็เป็นการแสดงเพื่อความรื่นเริง แต่ก็ใช้การแสดง Oratorio และ Messiah ก็เป็นหนึ่งใน Oratorio ที่ Charles James ได้คัดเอาเนื้อหาในพระคัมภีร์ทั้ง อิสยาห์ 40, อิสยาห์ 9:6, ลูกา 2:14 ก็อยากให้พี่น้องได้ลองรับฟัง For Unto Us A Child Is Born ใน Handel's Messiah

Handel ใช้เวลาในการประพันธ์ทั้งชุด 3 สัปดาห์ ภายใต้การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อท่านได้เห็นบทคัดลอกพระคัมภีร์ที่ Charles James ได้คัดไว้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็สวมทับท่าน สามสัปดาห์ที่ท่านไม่ได้รับประทานใดๆ เลย จนวันสุดท้ายเมื่อท่านได้แต่งบทประพันธ์เสร็จ คนที่เข้ามาที่บ้านของท่านเห็นบทประพันธ์ที่อยู่บนพื้น และท่านก็พูดว่า ข้าพเจ้าเห็นพระสง่าราศียิ่งใหญ่ และพระศิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า ในขณะที่ท่านประพันธ์เพลงนี้ มีสามประเด็นที่จะขอนำเสนอให้พี่น้องจากเพลงๆ นี้ก็คือ

   1. For unto us เพื่อเรา เป็นจุดประสงค์แห่งการเสด็จมาขององค์พระเยซูคริสต์ ผู้เกิดมาเพื่อเราทั้งหลาย ผู้สิ้นพระชนม์เพื่อเราทั้งหลาย ผู้เสด็จขึ้นสู่สวรรค์เพื่อเราทั้งหลาย และเสด็จฟื้นคืนพระชนม์เพื่อเราทั้งหลาย จะมีใครบ้างไหมที่เราอยู่เพื่อเขา เรามักจะอยู่เพื่อตัวเราเอง แต่ก็ไม่มีใครที่จะอยู่เพื่อคนอื่นร้อยเปอร์เซ็น  มีแต่องค์พระเยซูคริสต์เท่านั้นที่อยู่เพื่อเราเต็มร้อยเปอร์เซนต์ ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเรา มีแต่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อเราทั้งหลาย สิ้นพระชนม์เพื่อเรา เสด็จขึ้นสู่สวรรค์เพื่อเรา และฟื้นคืนพระชนม์เพื่อเรา

   2. Given, Born ให้มาเกิดมา พระเยซูคริสต์ได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ ทรงสละสภาพแห่งพระเป็นเจ้าสมบูรณ์ มาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เช่นเราทั้งหลาย ทรงหิวกระหาย เจ็ยปวด ทนทุกย์ทรมานได้เช่นเดียวกับเราทั้งหลาย ซึ่งเป็นสภาวะสมบูรณ์แบบทั้งความเป็นพระเจ้าและความเป็นมนุษย์ ที่มนุษย์เช่นเราไม่อาจอธิบายได้ แต่พระคัมภีร์ได้บันทึกไว้

   3. จุดมุ่งหมายปลายทาง ของพระเยซูคริสต์หรือเด็กคนนี้คืออะไร อสย. 9:7 "เพื่อการปกครองของท่านจะเพิ่มพูนยิ่งขึ้น และสันติภาพจะไม่มีที่สิ้นสุด เหนือพระที่นั่งของดาวิด และเหนือราชอาณาจักรของพระองค์ ที่จะสถาปนาไว้ และเชิดชูไว้ ด้วยความยุติธรรมและด้วยความชอบธรรม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนนิรันดร์กาล ความกระตือรือร้นของพระเจ้าจอมโยธาจะกระทำการนี้" หมายถึงพระเยซูคริสต์จะเป็นผู้ปกครองอาณาจักรของท่าน ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งสันติภาพ และทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ เป็นพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด เป็นพระบิดานิรันดร์ และองค์สันติราช อยากจะให้ทั้งสี่อย่างนี้เกิดขึ้นภายในตัวเรา

เมื่อเวลาที่เรามีปัญหา พระเยซูทรงเป็นที่ปรึกษาของเรา เมื่อเราอ่อนกำลังต้องการรับการเสริมเรี่ยวแรงจากพระผู้เป็นเจ้า เมื่อเรารู้สึกผ่ายแพ้บางสิ่งบางอย่างในชีวิต ถูกสิ่งนั้นผูกมัด มีอำนาจเหนือเราอยู่ พระเยซูคริสเจ้าผูเป็นพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุดจะเป็นผู้ปลดปล่อยเราจากสิ่งผูกมัดต่างๆ เหล่านั้น เมื่อใดที่เรารู้สึกเหงา เมื่อเรารู้สึกอยากมีคุณพ่อคนหนึ่งบนสวรรค์ที่ดูแลเรา เมื่อนั้นพระเยซูก็ทรงเป็นตัวแทนพระบิดานิรันดร์ ที่จะทรงฟังคำอธิษฐานวิงวอน ร้องทูลของเรา และเมื่อเรากำลังรับใช้พระเจ้า กำลังทำการยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอยู่ ขอพระเจ้าช่วยเรา ขอองค์พระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์สันติราช ที่จะนำสันติภาพ นำความสงบสุข นำความเป็นเอกภาพเกิดขึ้นในแผ่นดินของพระเจ้า

ขอพาพี่น้องเข้ามาถึงความเข้าใจในองค์พระเยซูคริสต์ เพื่อความเข้าใจถ่องแท้ถึงการรับเสด็จองค์พระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงตรัสว่า "เราเป็น" ทั้ง 7 ประการนั้น (7 I am) ดังนี้

   1.เราเป็นอาหารแห่งชีวิต
   2.เราเป็นความสว่างของโลก
   3.เราเป็นประตู
   4.เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี

ขอท้าวความในพระคัมภีร์เมื่อครั้งโมเสสขึ้นไปหาพระเจ้าบนภูเขาซีนาย โมเสสได้ทูลถามพระเจ้าว่าพระองค์มีพระนามว่าอะไร โมเสสถามด้วยความไม่รู้เนื่องจากภูมิหลังของเขาที่เกิดและเติบโตในแผ่นดินอียิปต์นั่นเอง ซึ่งในแผ่นดินอียิปต์นั้นก็มีพระ มีเจ้ามากมาย และล้วนแล้วแต่มีชื่อเรียกขาน และเมื่อเขาได้เข้าเฝ้าพระเจ้าสูงสุดผู้เป็นพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเขานั้นมีพระนามว่าอย่างไร และพระองค์ก็ได้ตรัสตอบโมเสสว่า "เราเป็น ซึ่งเราเป็น" พระองค์ทรงเป็นอย่างไรก็ทรงเป็นอย่างนั้นตลอดไป

   5.เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ยน.11:25-26 "พระเยซูตรัสกับเธอว่า 'เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก และทุกคนที่มีชีวิตและวางใจในเราจะไม่ตายเลย เจ้าเชื่ออย่างนี้ไหม'" พระองค์เป็นต้นเหตุแห่งการคืนชีวิต พระองค์เป็นผลแรกแห่งการฟื้นคืนชีวิต และเราทั้งหลายจะกลับคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คำว่ามีชีวิตหรือฝื้นคืนชีวิตนั้นมีความหมายสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การมีชัยชนะต่อความตาย ซึ่งพระเยซูคริสต์ก็เป็นผู้แรกที่มีชัยชนะต่อความตายบนไม้กางเขน และพระองค์ไม่ตายอีกเลย มีสามเหตุการที่พระองค์ทรงสำแดงอัศจรรย์ให้คนตายได้ฟื้นขึ้นมา

      1.ลูกสาวของนายธรรมศาลา ในพระธรรม มก.5:21
      2.ลูกชายของแม่ม่ายที่เมืองนาฮิม
      3.ลาซารัสน้องชายของมารีและมาร์ธา ในพระธรรม ยน.11

   6.เราเป็นทางนั้น ยน.14:16 พระเยซูตรัสไว้เช่นนี้ และด้วยความมั่นใจ มนุษย์พยายามที่จะหาหนทางไปถึงพระเจ้า เขาพยายามช่วยตัวเองเพื่อที่จะไปหาพระเจ้า แต่พระเจ้ากลับเปิดทางให้กับมนุษย์โดยทางองค์พระเยซู ผู้ที่วางใจในพระองค์ก็จะได้รับความรอด

   7.เราเป็นเถาองุ่น ยน.15:1 "เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป" ชีวิตของคนที่ได้เข้าสนิทติดอยู่กับเถานี้ จะเป็นชีวิตที่ดำเนินไปแล้วเกิดผลมาก จะเป็นชีวิตที่พระเจ้าทรงอวยพระพรเป็นอันมาก เราจะต้องเติบโตขึ้น และผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็คือการชี้วัดการเติบโตของเรา และถ้าแขนงไหนที่ไม่เกิดผล ก็จะถูกตัดทิ้งไปเผาไฟ ความสัมพันธ์ของเรากับพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นดังเถาองุ่นนั้นสำคัญมาก ความสัมพันธ์นี้สำแดงออกด้วยการอ่านพระวจนะของพระเจ้า อธิษฐาน เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวทุกวัน นี่เป็นวินัยของคริสเตียนในการสร้างสัมพันธ์กับองค์พระผู้เป็นเจ้า

ในวันนี้เราควรจะเตรียมชีวิตของเราต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์เจ้า รอรับเสด็จพระองค์ เราควรจะรู้อย่างลึกซึ้งว่าพระองค์เป็นผู้ใด