ส่งต่อความรัก || Pass The Love Forward

ตุลาคม 2020 : เดือนแห่งการรับใช้ชุมชน

นมัสการ ภาคเช้า 2014-11-02

ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์ หัวข้อ : เหตุผลในการขอบพระคุณพระเจ้า
ฟป.1:3-6, 9-11
โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

ฟีลิปป.1:3-6 “ข้าพเจ้าระลึกถึงท่านเมื่อใด ข้าพเจ้าก็ขอบพระคุณพระเจ้าทุกครั้ง และทุกเวลาที่ข้าพเจ้าอธิษฐานเพื่อท่าน ข้าพเจ้าก็ทูลขอด้วยความยินดี เพราะเหตุที่ท่านทั้งหลายมีส่วนในข่าวประเสริฐด้วยกัน ตั้งแต่วันแรกมาจน กระทั่งบัดนี้ ข้าพเจ้าแน่ใจว่าพระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวัน แห่งพระเยซูคริสต์ การที่ข้าพเจ้าคิดอย่างนั้นเนื่องด้วยท่านทั้งหลายก็สมควรแล้ว เพราะว่าข้าพเจ้ามีใจรัก ท่านทุกคน ท่านทั้งหลายได้รับส่วนในพระคุณด้วยกันกับข้าพเจ้า ในการที่ข้าพเจ้าถูกจำจอง และในการกล่าว แก้และหนุนให้ข่าวประเสริฐนั้นตั้งมั่นคงอยู่ เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นพยานของข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้าเป็นห่วง ท่านทั้งหลายเพียงไร ตามพระทัยเมตตาของพระเยซูคริสต์ และข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้ความรักของท่านจำเริญ ยิ่งๆ ขึ้น พร้อมกับความรู้และวิจารณญาณทุกอย่าง เพื่อท่านทั้งหลายจะสังเกตได้ว่าสิ่งใดประเสริฐที่สุด และ เพื่อท่านจะได้เป็นคนบริสุทธิ์ และไม่เป็นที่ติได้ในวันแห่งพระคริสต์ จะได้เป็นผู้ที่บริบูรณ์ด้วยผลของความ ชอบธรรม ซึ่งเกิดขึ้นโดยพระเยซูคริสต์ เพื่อถวายพระเกียรติและความสรรเสริญแด่พระเจ้า”

สเปอร์เจียนกล่าวว่า “ชีวิตคริสเตียนที่ปกติเต็มไปด้วยการอัศจรรย์ ที่เราจะต้องขอบคุณพระเจ้า” คำถามก็คือ อะไรคือสิ่งอัศจรรย์ หาก เราพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เราจะเห็นสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นรอบตัวเราที่มา จากพระเจ้า ในการมีชีวิตอยู่ประจำวันของเรา การคุ้มครองอารักขา ที่น่าอัศจรรย์ ภูมิคุ้มกันที่น่าอัศจรรย์ ความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน ที่น่าอัศจรรย์ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตและพัฒนาการที่น่าอัศจรรย์ สันติสุขที่เกินความเข้าใจที่น่าอัศจรรย์ สิ่งนี้ควรจะเป็นเหตุที่เราจะต้อง ขอบคุณพระเจ้ามิใช่หรือ

นักศาสนศาสตร์ ได้เรียกขบวนการหนึ่งว่า เป็นสิ่งอัศจรรย์ในชีวิตคริสเตียน ขบวนการนั้นเรียกว่า “Sanctification” แปลว่า “ขบวนการชำระให้บริสุทธิ์” อันเกิดจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่เปลี่ยนแปลง ชีวิตของเราให้ทำบาปน้อยลง ทำดีมากขึ้น ชำระเราให้พ้นมลทิน ด้วย การที่เราต้องสารภาพ ทูลขอการอภัย และรับการชำระ ดังนั้นชีวิตของคริสเตียนจะต้องบริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้ความจริงที่ว่า

  1. นี่คือพระราชกิจของพระเจ้าในชีวิตของเรา
  2. ขบวนการนี้ใช้เวลาชั่วชีวิต
  3. เสร็จสิ้นขบวนการเมื่อจากโลกนี้ไป

ด้วยเหตุนี้ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ชอบหรือไม่ชอบ ปรารถนาหรือไม่ ปรารถนา พอใจหรือไม่พอใจ ล้วนแล้วแต่ได้รับการอนุญาตการควบคุมและบังคับบัญชาที่มาจากพระเจ้า ที่เรา ควรขอบพระคุณพระองค์เสมอ ภายใต้หลักความเชื่อศรัทธาที่ว่า พระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อและทรงเริ่มต้นการดี ในชีวิตของเรา พระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ โดยเราจะเห็นหลัก 4 ประการ ในพระวจนะพระเจ้าตอนนี้

1. พระเจ้าเป็นผู้เริ่มต้นกิจการของพระองค์ในชีวิตของเรา แม้ว่าเราอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ตั้งแต่ เกิด พระองค์ทรงถักทอเราตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ทรงกำหนดเราไว้ล่วงหน้า ในแผนการอันเลิศประเสริฐ ของพระองค์ คือแผนการแห่งความรอด ทรงเลือกเราให้เป็นบุตรของพระองค์ ทรงเรียกเราให้กลับใจและ บังเกิดใหม่ เข้าสู่ครอบครัวของพระเจ้า เราจะเห็นหลักการย่อยๆ ที่ว่า

1.1 พระองค์เป็นผู้เริ่มต้น หากพระองค์ไม่เริ่มต้น เราคงไม่มีวันนี้ มีบางคนที่ไม่เข้าใจชอบพูดว่า ในแผนการแห่งความรอด เราต้องเริ่มต้นทำส่วนของเรา แล้วพระเจ้าจะทำส่วนของพระองค์ แท้จริงแล้วเราเอง เดิมทีนั้น ตกต่ำจากมาตรฐาน และวิ่งหนีพระเจ้า และพระเจ้าทรงวิ่งตามเรา และจับตัวเราไว้ต่างหาก เราตกต่ำเกินกว่าที่จะพบกับพระเจ้าได้ด้วยตัวเอง แต่พระเจ้าทรงเริ่มต้นยื่นพระหัตถ์ของพระองค์มาฉวยเรา ไว้ก่อนเสมอ

1.2 พระองค์ทรงเป็นผู้รับผิดชอบ ในการทำให้ชีวิตของเราสำเร็จตามพระประสงค์ของพระองค์ นี่คือความหมายของคำว่า “การดี” ที่พระองค์ตั้งพระทัยให้เกิด และจะรับผิดชอบให้เสร็จ ในการเปลี่ยนแปลง ชีวิตของเรา ให้เหมือนพระฉายของพระเยซูคริสต์ ดังนั้น ชีวิตของเราในทุกวันนี้ กำลังอยู่ในกระบวนการอาจ เปรียบเทียบได้เหมือนหนังยังไม่จบ เหมือนสีที่ยังไม่แห้ง เหมือน ถนนที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง หรือเหมือนป้ายติดหลังรถ ว่า “ขออภัย มือใหม่หัดขับ โปรดระวัง” ด้วยเหตุนี้ เราต้องขอบ คุณพระเจ้าและอย่าหมดกำลังใจ อย่าท้อแท้ยามล้มเหลว อย่า บ่นต่อว่าเมื่อรู้สึกไม่พอใจ อย่าด่วนสรุปเมื่อคำถามยังไม่ได้รับ คำตอบ เมื่อคำอธิษฐานยังไม่บังเกิดผล

1.3 พระเจ้าการันตีผลงานในชีวิตของเรา เป็น ความหมายของคำว่า “จะทรงกระทำให้สำเร็จ” นั่นหมายความ ว่า พระเจ้าจะไม่หยุด จะทรงดำเนินการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ก่อร่างสร้างชีวิตของเรา บางครั้งอาจจะเจ็บปวด บางครั้งอาจจะมีความชื่นชมยินดี บางครั้งอาจโดนตีสอน บางครั้งอาจได้รับรางวัล นี่เป็นความรักซึ่งเป็นพระคุณของพระเจ้า เป็นพระคุณพิเศษจริงๆ ที่พระองค์มีต่อลูก ของพระองค์ พ่อแม่สร้างเรามาด้วยความรักและพระคุณฉันใด พระเจ้าทรงเป็นยิ่งกว่า และทรงไว้ซึ่งแผนการ นิรันดร์สูงสุดของพระองค์ที่มีต่อเราฉันนั้น

2. พระองค์ทรงรักษาและปกป้องเราไว้ พระเจ้าไม่เคยล้มเหลว พระองค์ไม่เคยผิดพลาดในแผนการของ พระองค์ พระหัตถ์ของพระองค์มิได้สั้นจนช่วยเราไม่ถึง มิได้อ่อนแรงจนช่วยเราไม่ได้ แต่กลับกันพระองค์ สามารถอารักขาเราให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย ปกป้องเราจากความล้มเหลว ช่วยเรามิให้พลาดเป้า เพราะเหตุผล 3 ประการดังนี้

2.1 พระเจ้าทรงฤทธานุภาพ พระองค์ทรงสามารถและเต็มด้วย ฤทธานุภาพที่จะป้องกันเราให้ พ้นจากซึ่งชั่วร้าย จากเงื้อมมือของผีมารวิญญาณชั่ว เพื่อมิให้เราขาดจากความรักของพระเจ้า โรม. 8:35 “แล้ว ใครจะให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระคริสต์ได้เล่า จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก หรือการ เคี่ยวเข็ญ หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ”

2.2 พระเจ้ามีพระประสงค์ในชีวิตของเรา พระประสงค์ของพระองค์ก็คือ นำเสนอเราต่อเบื้อง พระพักตร์อันทรงพระสิริและสง่าราศีของพระบิดา ต่อหน้าบัลลังก์อันอานุภาพของพระเจ้า เราจะเป็นผลงาน อันน่าภาคภูมิใจ พระองค์ทรงบรรจงสร้างเราและนำเสนอเราต่อพระบิดาด้วยความภาคภูมิใจเช่นกัน

2.3 พระเจ้าทรงให้สัญญาเราแล้ว ยูดา 1:24-25 “ขอพระเกียรติ พระอานุภาพ ไอศวรรย์ และศักดานุภาพ จงมีแด่พระองค์ผู้ทรงสามารถคุ้มครองรักษาท่านมิให้ล้ม และทรงนำท่านให้ตั้งอยู่เฉพาะ พระสิริของพระองค์ ให้ปราศจากตำหนิ และมีความร่าเริงยินดี คือแด่พระเจ้าองค์เดียว พระผู้ช่วยให้รอด ของเรา โดยพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ทั้งในอดีตกาล ปัจจุบันกาล และในกาลต่อๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน”

พระสัญญานี้ทำให้เรามั่นใจว่ามีวัน หนึ่ง เมื่อเราปราศจากมลทิน และเต็มด้วยความ ชื่นชมยินดีอย่างล้นพ้นและพระบิดา จะชมเชย เราว่า “ดีแล้ว เจ้าเป็นทาสที่ดีและสัตย์ซื่อ จงเปรมปรีดิ์กับนายของเจ้าเถิด” เราอาจสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับเราได้อย่างไร ในขณะที่ทุกวันนี้เรายังอ่อนแอ ยังทำผิดทำบาป เรายังไม่สมบูรณ์ คำตอบก็คือ เราพึ่งในพระบารมีและพระคุณแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน สิ่งที่เราทำไม่ได้ เราทำไม่สำเร็จ พระองค์ทรงกระทำเพื่อเราแล้วบนไม้กางเขน ความอ่อนแอของเราทำให้เรา เห็นฤทธานุภาพ พระกำลังของพระองค์ เหมือนในพระคำที่ว่า “ความอ่อนแอมีที่ไหน ฤทธิ์เดชของเราก็จะเต็ม ขนาดขึ้นที่นั่น” 2 โครินธ์ 12:9 “แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะ ความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น’ เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อ ฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า”

3. พระองค์ทรงเตรียมเราให้พร้อมในการทำให้พระประสงค์ สำเร็จ คำว่า “เตรียม” ภาษาอังกฤษเทียบเท่ากับคำว่า “equip” อาจแปลได้ว่า “ติดอาวุธ” เมื่อเสร็จแล้วเราจะเป็นเครื่องมือหรือ ที่เรียกว่า “equipment” หรือเป็นทหารที่พร้อมรบ ซึ่งสวม ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าในการทำให้พระประสงค์ และน้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จ คำนี้ยังมีความหมายรวมถึง “การชุน อวน ซ่อมแซมแหอวนที่ขาด” หรือการเข้าเฝือกกระดูกที่หักให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม

โปรดจำไว้ว่าพระ ประสงค์ของพระองค์มิได้ส่งเราไปตายหรือให้พบกับความพ่ายแพ้ ล้มเหลว แต่ทรงให้เรามีชัยชนะ ทรงตกแต่ง สร้างสรรค์เราให้ทำบางอย่างเพื่อพระประสงค์ของพระองค์ บางครั้งการตกแต่งนี้ อาจนำมาซึ่งความยินดีหรือ เจ็บปวด ยกตัวอย่างเช่น การจัดฟัน หรือการเจาะหู หรือการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกจากร่างกาย โปรดจำไว้ว่า พระเจ้าไม่เคยให้ภารกิจที่ยากเกินไป โดยไม่มีตัวช่วย และตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือพระ ผู้ช่วยที่เรารู้จักดี คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ในเรา อยู่ล้อมเรา ข้างหน้า และข้างหลัง ทางซ้ายและทางขวา และเป็นผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้เราเชื่อฟังพระองค์ ศรัทธาและมีความหวังในพระองค์ ประทานความ กล้าหาญ เข้มแข็งให้กับเราเสมอ ยามใดที่เราต้องการความกล้า ยามที่เราต้องการความรัก ยามที่เราต้องการ ความสัตย์ซื่อ พระองค์จะทรงสร้างและประทานให้กับเรา ยามที่เราต้องการสติปัญญาพระองค์ก็จะทรงเติม สติปัญญาให้กับเราเมื่อเราทูลของ

4. พระองค์สัญญาที่จะทำกิจการของพระองค์ให้สำเร็จในชีวิตของเรา เนื่องจากพระองค์ทรงสัตย์ซื่อและ พระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ นี่คือพระสัญญา ชีวิตของเราจะต้องผ่านการทดลอง คำว่า “การทดลองหรือ temptation” มี 2 แบบ แบบแรกคือการทดสอบ มาจากพระเจ้า เพื่อให้เราผ่าน แบบที่สองคือการล่อลวง เกิดจากมารต้องการให้เราตกและตาย ต้องการฆ่าเราและทำลายเราโดยได้รับอนุญาตจากพระเจ้า พระเจ้าจะทรงประทานกำลังที่เราจะทนได้ และประทานทางออกสำหรับปัญหาและความยุ่งยากทุกอย่าง ประทานจิตใจ ที่เข้มแข็งหากเราพึ่งพระองค์ หลักการนี้คริสเตียนจะทิ้งและลืมไม่ได้เลย ในที่สุดเราจะมีชัยชนะ และนั่นคือ พระราชกิจที่พระเจ้ากระทำให้สำเร็จในชีวิตของพวกเรา หลังจากทีเราบังเกิดใหม่ พระเจ้าเริ่มต้นการดี พระองค์ ทรงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในชีวิตของเรา เป็นสิ่งที่ท้าทาย เราต้องใช้ความเชื่อมั่นศรัทธา ใช้การเชื่อฟังพระวจนะ ใช้การอธิษฐาน วิงวอนและเราจะขอบพระคุณพระเจ้าได้ในที่สุด

คำว่า “พระองค์จะทรงกระทำ” เป็นคำสั้นๆ ได้ใจความชัดเจน ครบถ้วน เป็นความจริงสมบูรณ์ เราควร รู้ตัวว่า เรายังไม่ดีพอ แทนที่จะบอกว่า “เราดีแล้ว” เรายังมี “จุดอ่อน” อยู่หลายอย่างซึ่งต้องพัฒนา แทนที่จะ บอกว่าเราไม่มีจุดบกพร่องแล้ว และเราควรทำอย่างไรดี สิ่งที่เราต้องทำคือ วางชีวิตของพวกเราอยู่ในพระหัตถ์ ของพระเจ้า ร่วมมือกับพระองค์ ซึ่งเป็นนายช่าง ปฏิมากรมืออาชีพ อย่าลืมว่า ถ้าเราอยู่ในพระหัตถ์ของ มืออาชีพ เราจะกลายเป็นประติมากรรมชิ้นเอกที่สวยงาม เหมือนกับเพลง Change My Heart, O God