ส่งต่อความรัก || Pass The Love Forward

ตุลาคม 2020 : เดือนแห่งการรับใช้ชุมชน

นมัสการ ภาคเช้า 2014-06-01

ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์ หัวข้อ : ให้ผลของท่านคงอยู่
มัทธิว 15:16-17
โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

ยอห์น 15:16 ท่านทั้งหลายไม่ได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่านทั้งหลาย และได้แต่งตั้งท่านทั้งหลายไว้ให้ท่านไปเกิดผล และเพื่อให้ผลของท่านคงอยู่ เพื่อว่าเมื่อท่านทูลขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะได้ประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน

เมื่อตื่นเช้าลุกขึ้นมา เรามีความรู้สึกแรกคือ? ความคิดแรกที่เข้ามาก่อน? จะเป็นการขอบคุณพระเจ้า หรือนึกถึงเช้าวันใหม่ที่ดีๆ หรือนึกถึงงานที่หนักและเหนื่อยที่รอเราอยู่ นึกถึงคนที่เรารักหรือนึกถึงพระเจ้า

มีใครคิดว่า งานคือกำไร สุภาษิต 14:23 มีกำไรอยู่ในงานทุกอย่าง การเพียงแต่พูดนั้นโน้มไปทางความขาดแคลน
มีใครคิดว่า “งานเข้า” ซึ่งเป็นทัศนคติแง่ลบที่มีต่องาน ทุกชีวิตมีงานที่ต้องทำให้สำเร็จทั้งสิ้น ไม่ว่างานในระดับใดก็ตาม ต้องมีเป้าหมาย ต้องมีวัตถุประสงค์ แม่บ้านก็ต้องมีความสำเร็จ แม่ทัพก็ต้องมีความสำเร็จของแม่ทัพ
งานศพ –RIP พักนี้ พี่น้องจากเราไปอยู่กับพระเจ้ามากมาย หลายท่าน Well Done จากพระเจ้า Finish Well จากคนที่อยู่ ฟป.1.20 เพราะว่าเป็นความมุ่งมาดปรารถนาและความหวังว่า ข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความละอายใดๆ เลย แต่เมื่อก่อนทุกครั้งมีใจกล้าเสมอฉันใด บัดนี้ก็ขอให้เป็นเช่นเดียวกันฉันนั้น พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอ แม้จะโดยชีวิตหรือโดยความตาย

I. การทรงเรียก (เกิดทีหลัง) — การทรงเลือก (เกิดก่อน) = การแต่งตั้ง—ให้เกิดผล คือการกำหนดเป้าหมาย

ขั้นตอนต้องเลือกก่อนจึงเรียก

  • บางคนไม่รู้ว่าพระเจ้าเรียก ต้องจดจ่อ/ต้องอ่านพระคัมภีร์/ต้องเฝ้าเดี่ยว/เข้าใกล้พระเจ้า โดยปกติแล้ว ถ้าคนที่ออกห่างพระเจ้าไปไกล จนจิตสำนึกเอาไม่อยู่ ก็แย่แล้ว เขาจะได้ยินการทรงเรียกได้อย่างไร? เมื่อพระเจ้าเรียกเราจะรู้
  • บางคนรู้ว่าพระเจ้าเรียก: แต่ไม่ตอบสนอง ไม่เพียงแต่ไม่ตอบสนอง แถมยังบอกว่าไม่ใช่ ไม่แน่ (ข้อหาหมิ่นประมาท)
  • บางคนรู้ว่าพระเจ้าเรียก: แต่อ้างและขอตัว พระเจ้าข้า ข้าขออยู่ใน Comfort Zone เพราะข้าฯ มีอาชีพการงานที่ดีแล้ว ข้าฯมีครอบครัวที่ดีแล้ว กิจการของข้าฯกำลังรุ่งเรือง และพระเจ้าอวยพระพรไม่ใช่หรือ? ลูกข้าฯยังเล็ก ข้าฯ ขอเลี้ยงดูลูก พ่อ แม่ ข้าฯแก่แล้ว ข้าฯขอไปฝังศพก่อน

ตัวอย่าง : หินก้อนหนึ่งแตกแยกตัวเองออกจากภูเขามหึมา เมื่อผ่านแดฝนร้อนหนาว หล่นมาตามสายน้ำ มาอยู่ใต้น้ำตก มักถูกน้ำกระแทกไปมา เสียดสีกับหินก้อนอื่นๆ ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว มันต้องทนแรงกระแทกกระทั้นจากเพื่อนหินที่ใหญ่กว่ามัน และเล็กกว่า ผู้อยู่เหนือมันและใต้มัน จนมีวันหนึ่ง เหลี่ยมคมที่มันเคยมีก็หายไป มันเสียใจมากที่ถูกลบเหลี่ยม ลบคม จนวันนี้มันกลมเกลี้ยง กลิ้งไปมาได้ในน้ำ เมื่อถูกกระแสพัดพา เพื่อนๆ มันถูกเด็กๆ มาเก็บมันเป็นเล่นเป็นลูกหิน เมื่อเพื่อนมันถูกเก็บจากเด็กๆ ก็ดีใจมาก แล้วกล่าวคำอำลา มันต่างก็ไปตามชะตาชีวิตของตน หินกลมก้อนนี้เสียใจมาก เพราะมันอยู่ในลำธารข้างน้ำตกมานาน จนท้อใจว่าไม่มีเด็กคนไหนมาเก็บฉันไป และฉันคงไม่สวย ไม่เก่ง ฉันคงอยู่ในลำธารนี้ตลอดไปจนสิ้นโลก ทุกครั้งที่มีเด็กมาเก็บหิน มันอยากจะร้องโบกมือว่าฉันอยู่นี่ แต่มันไม่มีปาก มีมือ แขน มีวันหนึ่งก็มีเด็กคนหนึ่งมาเก็บมันไป มันดีใจมาก ระหว่างทางเด็กพูดกับมันว่า “ถูกต้องแล้ว หินก้อนนี้เหมาะเจาะที่สุด” เด็กคนนั้นก็หยิบมันขึ้นมา ใส่ไว้ที่สลิง แล้วเหวี่ยงมันออกไป ตัวมันแหวกว่ายไปในอากาศ มีความสุขที่เคยอยู่ในน้ำ แต่เดี๋ยวนี้มาอยู่บนเครื่องบิน เสี้ยววินาทีผ่านไป มันไปกระแทกกับหน้าผากระหว่างตาทั้งสองข้าง และคนๆ นั้นก็ล้มลงตาย

ทำอย่างไรให้ผลคงอยู่

II. ทำด้วยความรัก ให้เกียรติ อดทน เชื่อมั่น

  1. รักตัวเอง
    –รักตัวเองให้เป็น จึงจะรักเพื่อนบ้านได้
    -- ยกโทษให้ตัวเอง ออกจากความรู้สึกผิด
    -- จัดระเบียบชีวิตของตนเองให้ถูก จึงจะเป็นโค้ช แนะนำเพื่อนบ้านได้ถูก
    -- พัฒนาชีวิตของตนอย่างถูกต้อง จึงจะพัฒนาชีวิตของคนอื่นๆ ได้
  2. รักเพื่อนบ้าน –ใครเป็นเพื่อนบ้าน? คนที่เรารัก เราชอบหรือ? หรือคนที่อยู่รอบข้างเราต่างหาก สมัยก่อนอยู่กันเป็นชุมชน รู้จักโคตรเง่าเหล่ากอกัน รู้ว่าใครน่ารัก ใครไม่น่ารัก ก็คือ เป็นการใช้ชีวิตสัมผัสชีวิต แม้ว่าเขาไม่น่ารัก เขาไม่ถูกชะตากับเรา เขาไม่ใช่คนที่เราจะใกล้ชิดด้วยทางใจและกาย
    ตัวอย่าง : ชาวสะมาเรียใจดี ไม่ได้ตั้งแง่ว่า ชายที่บาดเจ็บรอการช่วยเหลือจะเป็นใคร เป็นยิว หรือไม่ใช่ยิว เป็นคนที่เขาชอบหรือไม่ชอบ
  3. รักพระเจ้า – พระเจ้าอยู่ไหน? เป็นคำถามที่ไม่ควรถาม?
    -- พระเจ้าของเรา คือ พระบิดา คุณพ่อบนสวรรค์
    -- พระเจ้าของเรา คือ พระเยซู ผู้ช่วยเราให้รอด
    -- พระเจ้าของเรา คือ พระวิญญาณ ผู้สถิตอยู่ในเรา

III. ทำด้วยการพึ่งพาพระเจ้า : อธิษฐาน ทำด้วยการพึ่งพากัน/ช่วยเหลือกัน/ความสัมพันธ์ สังคมสอนไม่ให้เสียเปรียบ พระเจ้าสอนให้เรายอมเสียเปรียบ ไม่ให้คิดว่าเสียเปรียบ แต่ให้คิดว่า สุขใจ สุขกาย Happiness ≠ Joy ความสุขจากการให้อภัย/ ความสุขจากการให้ เพราะงานเป็นของพระเจ้า เป็นงานที่พระเจ้าให้ทำ เราเป็นผู้ช่วยพระเจ้าทำงาน พระเจ้าเป็นเจ้าของกิจการ ก่อนทำอะไรอธิษฐานเสมอ ค่อยตัดสินใจอะไร ถามพระเจ้าก่อนเสมอ

บางคนก่อนตัดสินใจคิดเรื่องได้-เสีย ได้เปรียบ—เสียเปรียบ กำไร—ขาดทุน ทางกายภาพ แต่ไม่เคยคิดถึงเรื่องที่มองไม่เห็น (Intangible profit) CSR : Corporate Social Responsibility ต้องคืนกำไรให้กับสังคมบ้าง

ตัวอย่าง :
I. พี่แดงให้กำลังใจคนไปเยี่ยมเยียน
II. ทีมเยี่ยมเยียนเข้มแข็งมากในการประกาศพระกิตติคุณ หลังกลับมาจากค่ายคจ. การประกาศคือการ exercise ความเชื่อของตน

IV. การเดินทางของจอร์ดิน จอร์ดิน แคสเตอร์ เกิดมาตาบอด แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตที่เต็มเปี่ยมและมีความหมาย สารคดีคุณเห็นอย่างที่ฉันเห็นไหม? บอกเล่าเรื่องราวของเธอ เธอใช้ชีวิตได้ดีที่โรงเรียนและด้วยความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย เธอสามารถสนุกกับการขี่จักรยานและเล่นสกีลงเขาได้ จอร์ดินกล่าวถึงการมองเห็นของเธอว่า “หากฉันสามารถทำให้ตาของฉันมองเห็นได้ ฉันจะไม่ทำ ฉันคิดว่าพระเจ้าทรงสร้างเราทุกคนในแบบที่เราเป็นด้วยเหตุผลบางประการ..และฉันคิดว่าการตาบอดของฉันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน” ขณะนี้เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย วิชาเอกเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ความฝันของเธอคือ การช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์แบบใหม่ที่จะช่วยคนตาบอด ทำไมจอร์ดินตจึงยังคงมองชีวิตในแง่บวก ในฐานะผู้ติดตามพระคริสต์ เธอเข้าใจว่าพระเจ้าทรงควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิต เธอจึงมั่นใจที่จะไขว่คว้าโอกาสต่างๆ ที่คนอื่นอาจไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ชีวิตของจอร์ดินได้สะท้อนภาพความจริงจากพระธรรมฟิลิปปีที่ว่า “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟิลิปปี 4.13)

ไม่ว่าเราจะมีจุดอ่อนหรือจุดแข็งอะไร พระหัตถ์ของพระเจ้าสามารถประทานสิ่งที่จะเป็นเพื่อให้เราสร้างความแตกต่างเพื่อพระองค์ในโลกของเรา จงพึ่งพากำลังเข้มแข็งของพระองค์ที่จะช่วยคุณ ขณะที่คุณก้าวออกไปด้วยความเชื่อ

“เราจะหนุนกำลังเจ้าให้เข้มแข็ง” อย่าอ่อนแรงจงกล้าหาญอยู่เสมอ
เพราะเหตุใดตัวฉันและตัวเธอ เมื่อพบเจอทุกข์ยากจึงหวั่นไหวไป
ทั้งที่องค์พระเจ้าทรงสัญญาไว้ เพราะทุกสิ่งที่ทรงตรัสจะเป็นไป
พระสัญญานิจนิรันดร์วางใจได้ คงมั่นไว้ไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา —Anon

เมื่อทรงเรียกให้คุณทำภารกิจ พระองค์จะทรงประทานกำลังที่จะทำให้สำเร็จด้วย
เพลง กิจการพระเจ้าได้เริ่มต้นไว้นั้น หน้า 251

1. กิจการพระเจ้าได้เริ่มต้นไว้นั้น ไม่มีวันชะงักหรือหยุดพักไป
กิจนั้นย่อมไม่ต้องพึ่งป้อมปราการใด แต่จำเริญใหญ่จากพืชพันธุ์เป็นช่อพวง
2. สิ่งดีอันใดที่คนได้คิดทำ ย่อมเนื่องจากความคิดเริ่มนำไว้ดี
กิจดีอันใดที่เริ่มไว้ในบัดนี้ จะค่อยทวีมีชัยในขั้นบั้นปลาย
3. ดั่งนี้แหละงานก็เป็นเหมือนต้นไม้ ต้นสูงขึ้นไปรากก็หยั่งลึกลง
และยิ่งพายุจัดพัดกิ่งไม้ใบบง รากยิ่งหยั่งลงไปยึดแน่นในแผ่นดิน
4. หากพายุใหญ่จะก่นไม้หักลง เป็นไรถ้าโล่งเป็นทางลมพัดมา
ฝ่ายฝนที่เริ่มตกในยามปลายหน้านา ทั้งนี้เพื่อว่าปลูกพันธุ์พืชจะได้งาม
5. ดั่งนั้นอย่ากลัวที่พายุผ่านมา พระเจ้าบัญชาให้หว่านพืชโดยตรง
และถ้าต้นใดถูกทำลายล้มฟาดลง เป็นไรพระทรงกระจายพืชให้แพร่ไป อาเมน