รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

ธันวาคม 2019 : เดือนแห่งเทศกาลเตรียมรับเสด็จ

นมัสการ ภาคเช้า 2014-01-05

ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์ หัวข้อ : ถึงเวลาแล้ว
เอเฟซัส 5:15-17
โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

อฟ.5.15-17 เหตุฉะนั้นท่านจงระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าให้เหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา จงฉวยโอกาส เพราะว่าทุกวันนี้เป็นกาลที่ชั่ว เหตุฉะนั้นอย่าเป็นคนโง่เขลา แต่จงเข้าใจน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเป็นอย่างไร

สดด.90.10 กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบหรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป

ปี 2013 ที่ผ่านไปเหมือนแวบเดียวสำหรับคนที่มีความสุข แต่สำหรับคนที่มีความทุกข์ คนเจ็บป่วย คนที่ แบกรับความรับผิดชอบ คนที่มีปัญหา จะรู้สึกว่าช้า โทรทัศน์/สื่อมวลชนต่างๆ ช่วงสิ้นปีก็จะมีการสรุปข่าวเด่น และยังมีการพยากรณ์ไปข้างหน้า ในปี 2014 และปีต่อๆ ไปอีก

หากย้อนกลับไปในอดีต เมื่อปี 1967 มีการพยากรณ์ล่วงหน้าว่า อีกเพียงไม่กี่ปีสังคม IT จะทำให้อเมริกันชน ทำงานน้อยลง เหลือแค่เฉลี่ยสัปดาห์ละ 22 ชม. และคนส่วนหนึ่งจะทำงาน แค่ปีละ 27 สัปดาห์เท่านั้น

เรามาดูกันว่า ปี 2014 มีการคาดคะเนหรือคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตอย่างไร วารสาร The Futurist นักอนาคตศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รูปแบบการดำรงชีวิตที่อาจเปลี่ยนแปลง หรือหายไปในอีกไม่กี่ปี

อันดับที่ 1 ความเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรม ภาษา และการศึกษา สมาร์ทโฟนทำให้คนรุ่นใหม่ในปี ค.ศ. 2020 สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้จากทั่วโลกอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นการศึกษาที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาครูผู้สอน เยาวชน ในยุคนั้นจะใช้ภาษาของประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก เช่น ภาษาอังกฤษและภาษาจีน และจะซึมซับวัฒนธรรมที่คล้าย คลึงกัน ทำให้ความเหลื่อมล้ำต่างๆ หายไป แต่ในข้อดีก็มี ข้อเสียปนอยู่ นั่นคือ ในปี 2030 ภาษาจำนวน 3 พัน ภาษา จากที่มีอยู่ทั้งหมดในปัจจุบัน 6 พันภาษา จะหายสาบสูญไป รวมถึงคนรุ่นต่อๆ ไปอาจจะไม่มีความเข้าใจ และต้องอดทนต่อ ความแตกต่างด้านวัฒนธรรม

อันดับที่ 2 ระบบการศึกษาในปัจจุบัน เทคโนโลยีจะลบล้าง ระบบการศึกษาที่แบ่งกลุ่มนักเรียนตามอายุ การเลื่อนระดับ ชั้นเรียนจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล นักเรียนจะมีโอกาสในการค้นพบ และเลือก สาขาความเชี่ยวชาญได้เร็วขึ้น (เช่นเดียวกับนักกรีฑาในปัจจุบัน ที่นักกรีฑาสามารถเลือกสาขากีฬาที่ตนชอบ ได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก) แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะฟังดูดี แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ บริษัทผู้นำด้านโทรคมนาคม บางแห่ง อาจจะกลายเป็นผู้ควบคุมการศึกษาของคนในอนาคต เพราะพวกเขามีเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดอยู่ในมือ

อันดับที่ 3 รูปแบบของสหภาพยุโรป ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าในประเทศต่างๆ ในทวีป ยุโรปจะแตกต่างไป โดยข้อจำกัดต่างๆ จะถูกทำลายลง และจะมีการปกครองแบบรัฐบาลเดียว สหภาพยุโรป จะกลายเป็นสหรัฐยุโรป (United Europe)และพูดภาษาเดียวกัน

อันดับที่ 4 งานในปี ค.ศ. 2030 งานกว่า 2 พันล้านตำแหน่งจะหายสาบสูญไป เทคโนโลยีที่เป็นปัจจัย สำคัญคือ เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีหุ่นยนต์ เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เทคโนโลยีการจัดแต่ง พันธุกรรม และอื่นๆ อย่างไรก็ตามแม้เทคโนโลยีเหล่านี้จะทำลายงานแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็สร้างงานรูป แบบใหม่ๆ ที่เราอาจจะคิดไม่ถึงขึ้นเช่นกัน

อันดับที่ 5 ร้านค้า ห้างร้านต่างๆ ในปี 2030 จะไม่ใช่ห้างร้านในรูปแบบที่เรารู้จักอีกต่อไป ผู้บริโภค จะใช้อินเตอร์เน็ตในการศึกษาคุณสมบัติ ความสามารถ และราคาของสินค้า จากนั้นก็แวะไปที่ห้างร้านเพื่อ ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมีเพียงหุ่นยนต์คอยให้บริการ และตอบคำถามพื้นฐานของผู้ที่สนใจ จากนั้นผู้บริโภค ก็จะสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ เมื่อพวกเขากลับถึงบ้าน ก็จะพบกับสินค้าที่เพิ่งสั่งไว้ตั้งรออยู่ที่หน้าประตู

I. เวลาของเราในโลกนี้มีจำกัด

1. เราต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิต สดด. 39:4 “ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ข้าพระองค์ทราบถึงบั้นปลายของ ข้าพระองค์และวันเวลาของข้าพระองค์จะนานสักเท่าใด ขอให้ข้าพระองค์ทราบว่าชีวิตข้าพระองค์ไม่เที่ยง อย่างไร” สดด. 90:10 “กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบหรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งาน และความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป”

เด็กวัยรุ่นที่กำลังตกหลุมรักกัน ใช้เวลาพูดคุยกันหลายชั่วโมง จะรู้สึกแป๊บเดียว แต่พ่อแม่นั่งรอที่บ้าน ด้วยความห่วงใย รู้สึกว่านานแสนนาน

2. การนับวันเวลาของเราทำให้เกิดปัญญา หลายปีก่อนหน้านี้ นิตยสาร People Magazine มีบทความ หนึ่งชื่อ “ความตายรอคุณอยู่เบื้องหน้า” เขาได้กล่าวถึงอายุเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของผู้ชายและผู้หญิงอีก 5 ปี จาก 70 เป็น 75 ของผู้ชาย และ 75 เป็น 80 ของผู้หญิง และมีบริษัทที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้ผลิตนาฬิกานับ ถอยหลัง เมื่อเราใส่ข้อมูลอายุและเพศของเราเข้าไปในนาฬิกานี้ และให้มันทำงาน มันจะนับเวลาถอยหลังว่า เราเหลือชีวิตบนโลกนี้อีกกี่วัน (นาฬิกานี้ขายราคา 99.95 USD.)

ผมอยากคิดต่อยอดว่าปัจจุบันมีการตรวจดีเอ็นเอ และสามารถคำนวณโอกาสที่เราจะเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคทางกรรมพันธุ์ ความเสี่ยงต่างๆ ทางวิชาชีพ ที่อยู่อาศัย วัฒนธรรมการกินอาหาร โดยละเอียด เมื่อใส่ข้อมูลปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อสุขภาพ ก็น่าจะคำนวณอายุเฉลี่ยได้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้นของแต่ละ บุคคล ถ้าทำได้ถึงขนาดนั้น ผมเองก็อยากจะซื้อมาใช้สักเครื่อง หนึ่งเหมือนกัน

ถ้าเราคำนวณวันเวลาที่เหลือของเรา และนับวันที่ผ่าน มาแล้ว เชื่อแน่ว่าเราจะมีปัญญาทำสิ่งที่ดีกว่านี้เป็นแน่ ความ เป็นจริงก็คือพระวจนะได้บอกเราว่า เราไม่สามารถไว้วางใจ ได้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ และในอนาคต แต่สิ่งที่เรา มีอยู่เดี๋ยวนี้คือ ปัจจุบัน เราควรวางแผนทำให้ปัจจุบันในอนาคต ของเรามีคุณค่ามากที่สุด เพราะมันมีค่าสูง และจำกัดอย่างยิ่ง

II. เราต้องฉวยโอกาส

1. ซาตาน --ลักขโมยเวลาของเรา อัครทูตเปาโลเตือนสติเราให้ใช้ทุกๆ โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุด หมายความว่าเราต้องฉวยโอกาสที่เข้ามาในชีวิตให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะทุกวันนี้เป็นกาลที่ชั่ว ซึ่ง หมายความว่า ศัตรูของเราคือมารซาตานมันพยายามอย่างยิ่งที่จะขโมยเวลาของเราไป และผลักดันเราให้ทำชั่ว มากกว่าที่จะทำดี มันรู้ว่าเวลาของเรามีจำกัด มันพยายามเบี่ยงประเด็นให้เราหลงไปใช้เวลาอย่างไม่ถูกต้อง และไม่สมควร บางคนใช้เวลาในสถานเริงรมย์ หมกมุ่นกับสิ่งที่เป็นอบายมุข บางคนใช้เวลาไปในการซุบซิบ นินทา หรือบางคนเสียเวลาไปในความเครียด ความกังวลในสิ่งที่ตนเองควบคุมไม่ได้ หรือบางคนตกเป็นทาส ของความรู้สึกผิด คิดวนเวียน จมปลักอยู่กับเหตุการณ์ในอดีตอันขมขื่น

2. ระวังสิ่งที่ดี เราควรจดจ่อระวังไม่ให้สิ่งที่ดี ทำให้เราพลาดสิ่งที่ดีที่สุด ตัวอย่าง มารีย์ และมาร์ธา (ลก. 10:40-42) เราทำผิดเช่นมาร์ธาบ่อยๆ เราถูกกักตัวไว้ หรือเรากักตัวเองไว้กับสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด สิ่งสำคัญแต่ไม่ จำเป็น สิ่งที่ไม่มีผลยั่งยืนนิรันดร์ หมอจิตแพทย์ท่านหนึ่งคือ ดร.ริชาร์ด สเวนเซ่น ได้กล่าวถึงสภาพการแบก น้ำหนักที่ส่งผลทำให้เกิดความเครียดและความกังวล เขาใช้คำว่า overload ซึ่งแบ่งเป็น 4 ประเภทด้วยกัน

  1. Commitments เรื่องการตกปากรับคำ คำสัญญาต่างๆ เราสัญญาว่าจะไปในที่ต่างๆ และทำ กิจกรรมต่างๆ มากมาย
  2. เรื่องทรัพย์สิน สิ่งของ ความเป็นเจ้าของ เรามี ตู้เสื้อผ้าที่เต็ม มีโรงรถที่มีของล้นออกมา เราตั้งหน้า ที่จะจ่ายหนี้กับสิ่งของเหล่านี้ เพื่อต้องการความเป็น เจ้าของ
  3. เรื่องหน้าที่การงาน เราตื่นแต่เช้า ไปเผชิญกับ การจราจรที่ติดขัด และเงื่อนไขต่างๆ ในการทำงานมากมาย เนื่องจากต้องไปจ่ายสิ่งต่างๆ ที่เราเป็นเจ้าของ
  4. เรื่องข่าวสารข้อมูลที่มีมากล้น เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเสพข่าว สาร ข้อมูลโดยไม่ใช้วิจารณญาณ

III. เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า

อัครทูตเปาโลย้ำเน้นว่า จงอย่าเป็นคนโง่เขลา แต่จงเข้าน้ำพระทัยของพระเจ้าว่าเป็นอย่างไร ท่านคิดว่า ปีใหม่นี้พระเจ้ามีน้ำพระทัยอะไรสำหรับท่าน ท่านคิดว่าพระเจ้าดีใจที่เห็นท่านมีความทุกข์ เครียด วิตกกังวล หรือ ท่านคิดว่าพระองค์ต้องการให้ตารางเวลาของท่านเต็มไปด้วยสิ่งที่ท่านไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างหรือไม่ ท่านเคยส่งตารางเวลาให้พระองค์ด้วยการอธิษฐานทูลถามพระองค์หรือไม่ คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้เรา เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า

1. จัดลำดับความสำคัญตามพระวจนะ ให้เวลากับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเจ้า ซึ่งแปลว่าพระเจ้า ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด เหนือสิ่งอื่นใด เพราะการรู้จักพระเจ้า จะทำให้เรารู้น้ำพระทัยพระองค์ การรู้น้ำพระทัย จะส่งผลต่อการตัดสินใจ การจัดเวลาของเรา การให้เวลากับกิจกรรมต่างๆ และผู้คนอื่นๆ อย่างถูกต้อง

จงใช้เวลากับครอบครัว ให้เวลาส่วนตัวกับคู่สมรสของเรา ให้เวลากับลูก ให้เวลากับพ่อแม่ อย่างสมดุล ใช้เวลากับงาน ทุ่มเททำงานอย่างสัตย์ซื่อ เพื่อเป็นพยานและถวายเกียรติพระเจ้า คริสเตียนต้องไม่โกงเวลา เพราะเรารับผิดชอบในการถวายเกียรติพระเจ้า แม้ในที่ทำงานก็ตาม

2. เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า และมีคุณค่า อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการใช้ชีวิต คือ การจมปลักอยู่ กับอดีต และความเป็นห่วงกังวลกับอนาคต เราควรเรียนรู้ว่าชีวิตของเราเมื่ออยู่ในน้ำพระทัยของพระเจ้า เราจะ อยู่ในพระหัตถ์แห่งการอารักขา มั่นคง ปลอดภัย และชีวิตเช่นนั้นเป็นชีวิตที่คุ้มค่า และมีคุณค่า การมีชีวิต อยู่เพื่อคนอื่นเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตของตนเอง การเดินกิโลเมตรที่สอง การแสดงน้ำใจไมตรี เป็นการ เพิ่มคุณค่า ยกระดับการเดินของเรา ให้สวยงามและสง่างาม ในสายพระเนตรของพระเจ้า

อธิษฐานขอพระเจ้าให้ปีใหม่ เมื่อเราเผชิญกับสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ เราจะรับผลดี

  1. ความสุขที่จะให้ชีวิตหอมหวาน ความทุกข์ที่จะให้เราเข้มแข็ง
  2. ความเสียใจที่จะให้เราคุ้นชิน ความหวังที่จะให้เราเดินหน้าต่อไป
  3. ความล้มเหลวที่จะสร้างความถ่อมใจ ความสำเร็จที่จะกระตุ้นให้คุณปีนป่าย
  4. มิตรสหายที่จะปลอบโยน ความพอเพียงที่จะตอบสนองความต้องการ
  5. ความกระตือรือร้นที่จะทำให้ก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้ ความมุ่งมั่นที่จะให้ชีวิตวันนี้ดีกว่าเมื่อวาน

โรม 13:11-12 “นอกจากนี้ท่านควรจะรู้กาลสมัยว่า บัดนี้เป็นเวลาที่เราควรจะตื่นจากหลับแล้ว เพราะว่าเวลา ที่เราจะรอดนั้นใกล้กว่าเวลา ที่เราได้เริ่มเชื่อนั้น กลางคืนล่วงไปมากแล้วและรุ่งเช้าก็ใกล้เข้ามา เราจงเลิกการ กระทำของความมืด และจงสวมเครื่องอาวุธของความสว่าง”