รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

กันยายน 2019 : เดือนแห่งการศึกษาพระวจนะ

เทศนา ภาคเช้า 2013-06-02

ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์ หัวข้อ : ใครจะรู้
เอสเธอร์ 3:6-11, 4:1-14
โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

เอสเธอร์ วีรสตรีในยามวิกฤติ “เพราะถ้าเธอเงียบอยู่ในเวลานี้ ความช่วยเหลือและการช่วยกู้จะมาถึงพวกยิว จากที่อื่น แต่เธอและครัวเรือนบิดาของเธอจะพินาศ ที่จริงเธอมารับตำแหน่งราชินีก็เพื่อยามวิกฤตเช่นนี้ก็เป็นได้นะ ใครจะรู้”

เรื่องของพระนางเอสเธอร์เป็นอุทาหรณ์สอนเราอย่างมาก เธอเป็นเชลยสาวสวยชาวยิวในประเทศเปอร์เซีย เป็นหลานสาวของโมรเดคัย ลุงคนนี้เป็นผู้เลี้ยงดูเธอมาตลอด ในขณะกษัตริย์อาหสุเอรัส พระราชาเปอร์เซียเสาะหาสาวงามเป็นพระราชินีแทนพระราชินีพระองค์ก่อน เอสเธอร์ได้รับเลือกเข้าไปเป็นพระราชินี เรียกได้ว่า หนึ่งในล้านที่เดียวที่โอกาสเช่นนี้จะเกิดขึ้นมาได้

ผู้เขียน อาจเป็น โมรเดคัย ปี ก.ค.ศ. 485-465 เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเฝ้าดูแลของพระเจ้าที่มีต่อคนอิสราเอลที่กระจัดกระจายไปอาศัย อยู่ต่างแดน พระนางเอสเธอร์ได้รับการสถาปนาเป็นพระราชินีของกษัตริย์อาหสุเอรัส และทรงเป็นผู้ช่วยประชาชนของเธอให้รอดพ้นจาการวางแผนทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของฮามาน 

หนังสือเอสเธอร์เป็นเรื่องของสาวงามชาวยิวที่กษัตริย์อาหุเอรัสเลือกมาเป็น พระราชินี เมื่อฮามานวางแผนฆ่าคนยิวหมดแผ่นดิน โมรเดคัยผู้เป็นลุงของพระราชินีพยายามยื่นมือออกช่วยชีวิตพี่น้องร่วมชาติไว้ พระราชินีเอสเธอร์เสี่ยงชีวิตเข้าไปวิงวอนขอความช่วยเหลือจากพระราชาจนสามารถช่วยพวกเขาไว้ได้ 

  • บทที่ 1 : พระนางวัชที ถูกปลดออกจากตำแหน่งพระราชินี
  • บทที่ 2 : การสถาปนาเอสเธอร์เป็นพระราชินี
  • บทที่ 3-8 : การวางแผนของฮามาน
  • บทที่ 9-10 : คนยิวได้รับชัยชนะ

ชาวยิวทุกวันนี้ยังคงเฉลิมฉลองวันพ้นวิกฤติทุกปี ในเทศกาลปูริม คำว่า สลากในภาษาฮีบรู คือ เปอร์ ฮามานทอดสลากหาวันที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ได้วันห่างออกไปเกือบปี แต่พวกยิวได้รับการปกป้อง เหตุการณ์กลับตาลปัตรกลายเป็นวันที่พวกศัตรูถูกทำลาย เพราะชาวยิวได้รับอนุญาตให้ป้องกันตัวและทำลายศัตรูได้ เดือนที่พวกเขากลัวและหวาดหวั่นพรั่นพรึงกลับกลายเป็นความเริงรื่นชื่นบาน การไว้ทุกข์คร่ำครวญกลับกลายเป็นการเฉลิมฉลอง แผนชั่วของฮามานหวนกลับไปเล่นงานตนเองกับลูก ๆ ของเขา ชาวยิวกำหนดให้ถือวันนี้เป็นวันตรุษ มอบอาหารให้กันและกัน และมอบของขวัญให้คนยากจนด้วย โมรเดคัยถูกแต่งตั้งให้เป็นที่สองรองจากพระราชา เช่นเดียวกับโยเซฟในอียิปต์ 

แม้ว่าหนังสือเอสเธอร์จะไม่เอ่ยถึงพระนามของพระเจ้าเลยสักแห่งเดียว โรม 1: 20 กล่าวว่า20ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมาแล้ว สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้น คือฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ ก็ได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง ฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย แต่เราก็ได้เห็นถึงการปกป้องของพระเจ้าที่พระเจ้ารักษาอิสราเอลไว้ให้เป็นชนชาติที่สืบทอดพระคุณของพระองค์มาจนถึงเราในทุกวันนี้ 

1. ใครจะรู้ถึงการทรงเลือกของพระเจ้าได้ (บทที่ 1-2) เอสเธอร์เป็นเชลยสาวสวยชาวยิวในประเทศเปอร์เซีย ชาวยิวตกเป็นเชลยของบาบิโลน เรื่อยมาจนเปลี่ยนมหาอำนาจมาเป็นมีเดียเปอร์เซีย 70 ปี เอสเธอร์เป็นหลานสาวของโมรเดคัย ลุงคนนี้เป็นผู้เลี้ยงดูเธอมาตลอด ในขณะกษัตริย์เซอร์ซิส พระราชาเปอร์เซียเสาะหาสาวงามเป็นพระราชินีแทนพระราชินีพระองค์ก่อน ซึ่งถูกตั้งข้อหาขัดขืนไม่ทำตามโองการที่รับสั่งให้เข้าเฝ้า เอสเธอร์ได้รับเลือกเข้าไปเป็นพระราชินีแทน เรียกได้ว่า หนึ่งในล้านทีเดียวที่โอกาสเช่นนี้จะเกิดขึ้นมาได้ แม้ว่าลุงเองออกจะเป็นคนขี้ขลาดหวาดกลัวไปสักหน่อย เห็นได้จากการพยายามปกปิดเชื้อชาติและภูมิหลังของตนเองและเอสเธอร์เองในตอนแรกก็กลัวว่าหากเข้าเฝ้าอย่างอุกอาจโดยไม่ได้รับโองการ ก็จะต้องโทษถึงชีวิตเช่นกันการทรงเลือกเป็นพระคุณพิเศษ เพราะไม่ได้ขึ้นกับความสามารถ หรือเก่ง แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมและทรงเลือกไว้ล่วงหน้าอย่างอัศจรรย์และไม่ผิดพลาด

โมเสส พระเจ้าทรงให้เขาเกิดเป็นลูกทาสที่ต่ำต้อยในดินแดนอียิปต์ ถูกจับใส่ตะกร้าลอยมากับน้ำ ถูกรับเป็นพระราชโอรสบุญธรรมของธิดากษัตริย์ฟาโรห์ เป็นรัชทายาท เป็นว่าที่ฟาโรห์ แต่กลับระหกระเหเร่ร่อนไปในถิ่นทุรกันดารในทะเลทราย และเมื่อถึงเวลา เขาก็ได้เป็นผู้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์ทั้ง ๆ ที่อ้างว่าเป็นคนพูดไม่เก่ง

เราเองอาจเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ แต่ต้องตระหนักว่า การทรงเลือกของพระเจ้านั้นไม่ผิดพลาดและเป็นพระคุณตามน้ำพระทัยและแผนการอันประเสริฐของพระเจ้า เราควรตอบสนองเมื่อการทรงเรียกมาถึง อย่าให้ความกลัวหรือความไม่กล้าหรือความไม่มั่นใจ หรือแม้แต่สถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่สมเหตุสมผลทำให้เราช้าต่อการตอบสนองการทรงเลือกของพระเจ้าได้

เอเฟซัส 1: 4 ในพระเยซูคริสต์นั้น พระองค์ได้ทรงเลือกเราไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงเริ่มสร้างโลก เพื่อเราจะบริสุทธิ์และปราศจากตำหนิในสายพระเนตรของพระองค์ 

2. ใครจะรู้ถึงการทรงเรียกของพระเจ้าได้ การสังหารครั้งประวัติศาสตร์ ยิวที่เป็นเชลยในเปอร์เซียมีศัตรู คือฮามาน อัครมหาเสนาบดีของพระราชา เป็นคนอากัก เป็นชื่อของกษัตริย์ชาวอามาเลข ซึ่งคนอามาเลขนี้เป็นศัตรูพวกแรกที่โจมตีอิสราเอลเมื่อครั้งอพยพจากอียิปต์ (อพย.17:8-16) โมรเดคัยเป็นยิวจึงไม่ยอมทำความเคารพคนอามาเลข เพราะเป็นปรปักษ์มาแต่ครั้งโบราณ และฮามานเองก็วางแผนการลับ ๆ เพื่อทำลายล้างชาวยิวโดยออกอุบายทูลเสนอพระราชาเซอร์ซีสให้เชื่อว่าพวกยิวเป็นศัตรูของชาติ ให้พระราชากำหนดวันสังหารพวกยิวได้โดยไม่ผิดกฎหมาย พระราชาทรงเห็นคล้อยตาม และออกพระราชกฤษฎีกาตามข้อเสนอนั้น นี่คือ วิกฤติการล้างเผ่าพันธุ์ทีเดียว เมื่อกฎออกไปแล้วใครก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เรื่องนี้พระนางเอสเธอร์มิได้ล่วงรู้ แต่โมรเดคัยได้แจ้งให้เธอทราบ โมรเดคัยมองเห็นและเสนอว่า ช่องทางหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้ คือการที่พระนางเอสเธอร์จะเสี่ยงเข้าไปกราบทูลพระราชา ซึ่งกฎหมายในสำนักพระราชวังสมัยนั้น ถ้ากษัตริย์ไม่ทรงเรียกหญิงคนใดเข้าเฝ้า ก็ไม่มีใครกล้าล่วงล้ำเข้าไปในพระราชฐานชั้นใน ผู้เข้าไปอาจมีโทษถึงตาย เดี๋ยวนี้โอกาสของการช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติของเธอมาถึงแล้ว เธอจะอยู่เฉยๆ หรือเสี่ยงลุกขึ้นมาแก้ปัญหา เธอต้องตัดสินใจ ในที่สุดเธอก็ได้เข้าไปหาพระราชา และพระราชาทรงโปรดปรานเธอ อันเป็นเหตุให้ชาวยิวพ้นวิกฤติการณ์ พึงสังวรว่า เมื่อเวลาของพระเจ้ามาถึง พระเจ้าทรงเรียกคนของพระองค์ด้วยวิธีของพระองค์ โปรดอย่าลืมพระเจ้าทำพระราชกิจของพระองค์ได้แม้ไม่มีเรา แต่เป็นพระคุณพิเศษและเกียรติที่ทรงมอบให้เรา และจะน่าเสียดายเสียใจขนาดไหนที่เราไม่ได้ตอบสนองต่อการทรงเรียกของพระองค์ และปล่อยให้โอกาสที่ประเสริฐนั้นผ่านไป บางคนอ้างว่าไม่ได้ยินการทรงเรียกของพระเจ้า เป็นไปได้ว่าชีวิตเรายุ่งกับภารกิจฝ่ายโลกและผลประโยชน์ของตนมากจนเกินไป ชีวิตของบางคนอาจมีเสียงจ้อกแจ้ก จอแจของสังคมที่วุ่นวาย จึงไม่ได้ยินเสียงพระเจ้า บ่อยครั้งที่พระเจ้าใช้เสียงเรียกเบาๆ เหมือนเสียงกระซิบในใจ ต้องเงียบและสงบ เราจึงจะได้ยินเสียงเรียกนั้น เอสเธอร์ขออดอาหารและให้ชาวยิวในเมืองสุสาถืออดด้วย เมื่อถืออดแล้ว เธอตัดสินใจเข้าพบพระราชาแม้จะขัดกับกฎหมาย เธอแสดงความเด็ดเดี่ยวในการตอบสนองการทรงเรียกโดยพูดว่า “ แม้ข้าฯต้องพินาศ ข้าก็ยอมพินาศ”

บางคนได้ยินเสียงเรียกของพระเจ้าแต่ไม่กล้าตอบสนองหรือหนีเหมือนโยนา ทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในท้องปลาสามวันสามคืน เพื่อให้กลับใจตอบสนองการทรงเรียกได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นอย่าให้เราพลาดจากน้ำพระทัยหลักและแผนการอันทรงเกียรติและยิ่งใหญ่ของพระองค์ คำถามหนึ่งที่จะช่วยได้คือให้ถามตัวเองว่า ทำไมพระเจ้าจึงทรงนำเรามาถึงจุดที่เรายืนอยู่ หรือเราเป็นอยู่เวลานี้ เหตุการณ์ใดหรือสถานการณ์ใดที่ได้ชักนำเราให้มาถึงจุดนี้ ที่เรามีเราเป็นอยู่ในเวลานี้เพื่ออะไร พระเจ้าทรงมีวัตถุประสงค์อะไรในชีวิตของเรา

3. ใครจะรู้ถึงการทรงช่วยกู้ของพระเจ้าได้ เมื่อโอกาสช่วยเหลือคนอื่นมาถึงเรา เราจะตัดสินใจอย่างไร เราได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นๆบ้างหรือยัง เมื่อเราเห็นความต้องการของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง หรือความต้องการด้านต่างๆขั้นพื้นฐานของชีวิต เราจะยังนิ่งอยู่ หรือเสียสละความสุขส่วนตัวเข้าไปช่วยเหลือเขา นี่คือสิ่งที่เราแต่ละคนอาจพบอยู่บ่อย ๆ หากเราหรือเอสเธอร์เมินเฉยต่อพระคุณที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ เราอาจจะพลาดจากน้ำพระทัยหลักของพระเจ้าได้ ชื่อของเอสเธอร์จะไม่ได้ถูกจารึกไว้ พระคัมภีร์เอสเธอร์จะไม่ได้อยู่ในสารบบของพระคัมภีร์ได้เลย

ในการตอบสนองต่อการทรงเลือกและการทรงเรียกนั้น จำเป็นที่จะต้องมีพัฒนาการของชีวิตฝ่ายวิญญาณเสียก่อน ซึ่งต้องเริ่มต้นด้วยการเชื่อฟัง รับการท้าทายตามพระสัญญาโดยอาจต้องเสียสละความสุขส่วนตน ละทิ้งนิสัยที่ไม่ดีหลายอย่าง เปลี่ยนทัศนคติ โลกทัศน์ และการให้คุณค่าต่อสิ่งต่างๆใหม่ หรืออาจต้องฝึกฝนเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคน จัดการกับความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ หรืออาจต้องเรียนรู้ที่จะอดทนต่อสิ่งต่างๆที่ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกใจ หรือสิ่งที่ไม่คาดคิด ไม่ได้เป็นดังที่หวังบางอย่าง

เมื่อผมและครอบครัวตัดสินใจถวายตัว ภรรยาเป็นพยานว่า ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับผู้รับใช้พระเจ้า เรารู้ว่าหนทางนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ต้องพึ่งพระเจ้ามาก ต้องใช้ความรักและความอดทนสูง ต้องเอาชนะตนเอง แบกกางเขนของตนเองนั้นแบกยากที่สุด เอาชนะ Ego นั้นยากที่สุด รักคนอื่นเหมือนรักตนเองยาก

เคยได้ยินหลายคนเป็นพยานว่าก่อนที่เขาจะถวายตัว เขาอธิษฐานว่า รอให้ผมปลดเกษียณก่อนแล้วค่อยมารับใช้พระเจ้า บางคนขอพระเจ้าอวยพระพรให้มีสตางค์เยอะๆ ก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะถวายมากๆ บางคนวางเงื่อนไขให้พระเจ้าสำแดงอะไรบางคนตามใจตนเองก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินใจ แต่พระเจ้าไม่ได้ทำเช่นนั้น พระเจ้าทรงท้าทายและเชิญชวนเราให้เราเริ่มถวายก่อน ถวายชีวิตด้วยพร้อมกับเงินถวาย แล้วพระองค์จึงจะอำนวยพระพรและเปิดบัญชรท้องฟ้าเทพรมาถึงเรา 

ในเวลาวิกฤตของคนอื่น ใครจะรู้ว่าที่จริงที่เรามีตำแหน่ง มีเงินทอง ที่เราเป็นอยู่นี่ก็เพื่อยามวิกฤตนี้ เราจะยอมเปลืองตัว อาจจะเจ็บตัวเหมือนเอสเธอร์ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อายุน้อย มีความเชื่อมาก ใจถึง ยิ่งใหญ่ผู้นี้พูดว่า ถ้าฉันพินาศ ฉันก็ยอม!!