รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

กันยายน 2019 : เดือนแห่งการศึกษาพระวจนะ

เทศนา ภาคเช้า 2013-05-12

อ.พิษณุ อรรฆภิญญ์ หัวข้อ : เยาวชนพันธุ์ใหม่
ลูกา 2:40-52
โดย อ.พิษณุ อรรฆภิญญ์

วันนี้นับว่า เป็นวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของพวกเราชุมชนวัฒนาคือ ถ้าจะเรียงลำดับประวัติศาสตร์กันแล้วก็ต้องโรงเรียนวัฒนามาก่อน ตามด้วยคริสตจักรวัฒนา เราเป็นสองสถาบันที่แยกออกจากกันไม่ได้ เพราะคริสตจักรเกิดขึ้นเนื่องจากการเอาใจใส่เลี้ยงดูของโรงเรียนวัฒนา และโรงเรียนวัฒนาก็เกิดจากแหล่งแห่งพระพรที่สำคัญ ที่งอกงามออกไปจากคริสตจักรวัฒนา

ก่อนที่จะพูดอะไรต่อไป ก็อยากจะขอใช้เวลาซักเล็กน้อย พูดถึงเรื่องสำคัญของบุคลากรของเรา เราคงทราบแล้วว่า ดร.วิภาวดี ชีวะผลาบูรณ์ สมาชิกของคริสตจักรวัฒนา ท่านได้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการของโรงเรียนวัฒนาอย่างเข้มแข็งตลอดมา  บัดนี้ท่านได้ทำหน้าที่จนครบสัญญาที่ท่านได้ให้แก่โรงเรียนแล้ว ท่านจึงหมดหน้าที่ผู้อำนวยการแต่ก็ยังคงรับใช้โรงเรียนต่อไป ท่านเป็นมัคนายกและเป็นเหรัญญิกของเรา

ในเวลาเดียวกัน วันนี้เราก็ขอต้อนรับ ผป.ดร.สิริลักษณ์ เฟื่องกาญจน์ ที่จะมาทำหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ผป.ดร.สิริลักษณ์ เป็นอดีตผู้อำนวยการของโรงเรียน ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยเชียงใหม่ 40 ปี ท่านเป็นผู้ที่แกร่งในทางวิชาการที่สุดคนหนึ่งในแวดวงของสภาคริสตจักร ท่านได้ปริญญาดุษฏีบัณฑิต PhD ด้านการสอนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยเกียรตินิยม คือผลการศึกษาของท่านได้เกรด 4 ทุกวิชา เราขอแสดงความยินดีต้อนรับท่านในเช้าวันนี้

วันนี้เป็นวันที่เราขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระพรที่ประทานให้แก่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ความจริงโรงเรียนนี้เกิดก่อนแล้วหลายปี แต่ได้ถือเอาปีที่เปิดโรงเรียนกุลสตรีวังหลังในอาคารหลังใหม่ที่บริเวณวังหลังในวันที่ 13 พฤษภาคม 1874 หรือ 139 ปีมาแล้วในเวลาเดียวกัน วันนี้เป็นวาระที่เราฉลองระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าที่ได้โปรดให้มีโรงเรียนอนุบาลขึ้นในโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง ปีนี้ครบ 100 ปี

เรื่องใหญ่ที่เราอยากจะกล่าวถึงโดยย่อ เพียงเป็นเหตุการณ์ที่จะเตือนความทรงจำของเราคือ โรงเรียนกุลสตรีวังหลังและโรงเรียนอนุบาล ทั้งสองมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกวงการ คือการศึกษา คริสตจักรวัฒนา และสภาคริสตจักรในประเทศไทย ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่และยาวนานของสถาบันทั้งสองนั้นเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจของพวกเราที่สถาบันทั้งสองได้สร้างเกียรติประวัติไว้อย่างสูง ซึ่งเราอาจจะพูดได้พร้อมกันสำหรับสถาบันทั้งสองว่า เป็นผู้ที่ทำหน้าที่บุกเบิกสำหรับพี่น้องชาวไทยอย่างสำคัญยิ่ง และเราก็คงจะไม่มีเวลาที่จะพูดถึงรายละเอียดกันในเช้าวันนี้ นอกจากจะให้เราได้คิดถึงผู้บุกเบิกและผู้ที่ได้เริ่มต้นไว้สำหรับพวกเรา แหม่มแฮเรียต เฮ้าส์ เริ่มต้นให้การศึกษาของหญิง ซึ่งเวลานั้นไม่มีสถานะภาพใดใดในสังคมไทย ท่านเอาเด็กผู้หญิงที่อยู่รอบๆบ้านมาเล่าเรียนกับท่าน แน่นอนท่านต้องสอนพระคัมภีร์ และนอกจากนั้นก็เป็นวิชาความรู้สำหรับแม่บ้านที่เขาจะเป็นภรรยาและดูแลครอบครัวให้มีความสุขต่อไป เด็กทุกคนต้องเรียนหนังสือภาษาไทยซึ่งในขณะนั้นไม่มีใครคิดว่าผู้หญิงจะต้องเรียนหนังสือ เป็นเรื่องของเด็กผู้ชาย เพราะการรู้หนังสือนั้นก็จะเป็นอาชีพที่จะเป็นอาลักษณ์ต่อไป เด็กผู้ชายจะไปเรียนหนังสือที่วัดเพื่อจะอ่านออกเขียนได้ โดยให้การปรนนิบัติแก่หลวงพ่อหรือหลวงตา เช่น การเทกระโถนน้ำหมากให้ เป็นต้น เมื่อแหม่มแฮเรียต เฮ้าส์ ให้เด็กผู้หญิงมาเรียน ก็กลายเป็นเรื่องตลกขบขันไปด้วย มีคำกล่าวที่ว่า “เด็กผู้หญิงมาเรียนหนังสือ อีกหน่อยมันก็เขียนเพลงยาวถึงผู้ชายกัน” พ่อแม่ไม่ยินยอมที่จะให้ลูกผู้หญิงของตนมาเรียน โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นาๆ เช่น เด็กผู้หญิงจะต้องอยู่เลี้ยงน้องและทำงานบ้าน แหม่มเฮ้าส์จึงต้องจ่ายเงินให้เพื่อพ่อแม่จะได้จ้างเด็กอื่นมาเลี้ยงน้อง และแหม่มเฮ้าส์ก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อจะให้เด็กได้เรียน แหม่มเฮ้าส์ต้องจ่ายค่าเสื้อผ้าและอาหารการกินของเด็กๆ ทั้งหมด นี่คือการเริ่มต้นของสถาบันที่ยิ่งใหญ่ที่ได้กอบกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีของหญิงไทย นี่คือ วัฒนาวิทยาลัยของเรา 

วันนี้เราก็จะได้ระลึกถึงโรงเรียนอนุบาลของวัฒนาวิทยาลัยด้วยซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี เป็นเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สถาบันแห่งนี้ได้เริ่มต้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการศึกษา เพราะเด็กนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งที่เขาควรจะได้รับการเตรียมตัวไว้สำหรับการศึกษาที่สูงขึ้น ใครใครก็รู้ว่าเด็กนั้นมีความสำคัญอย่างไร เป็นเวลาที่เขาจะได้รับการปรับปรุง ปรุงแต่งชีวิตซึ่งจะเป็นการวางรากฐานให้แก่ชีวิตของบุคคลต่อไป ผู้ก่อตั้ง บริษัทโซนี่ สำทับว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ท่านได้เขียนหนังสือที่พิมพ์ออกแพร่หลายว่า “กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว” 

วัฒนาวิทยาได้เริ่มต้นสอนอนุบาลก่อนมีโรงเรียนรัฐบาลถึง 55 ปีด้วยการเสียสละของครูอรุณ ประทีปะเสน ท่านได้ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวไปเรียนวิชาการสอนอนุบาลที่สหรัฐฯ เมื่อปี 1907 ซึ่งก็เพิ่งจะเริ่มต้นก่อนหน้าท่านไม่นาน โดยมีแหม่มโคลเป็นผู้สนับสนุน เมื่อกลับมาก็ได้ซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ และของเล่นสำหรับเด็กมาด้วย เมื่อได้อบรมครูที่จะรับผิดชอบได้แล้ว ท่านก็ได้จากโรงเรียนไปสมรสกับพระยาเมธาธิบดี ปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ เชื่อว่าเป็นงานของคุณหญิงอรุณที่ได้แปลนิทานอีสปเป็นภาษาไทย ก็เพื่อจะใช้สอนเด็กซึ่งเป็นชีวิตการทำงานของท่าน นิทานอีสปได้พิมพ์ออกจำหน่ายไปแล้วในระหว่างที่ท่านมีชีวิตอยู่กว่าล้านเล่ม เมื่อท่านป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สมเด็จพระบรมราชชนนีศรีสังวาลเสด์จมาเยี่ยมท่าน  คุณหญิงอรุณเป็นพระสหายและสอนภาษาอังกฤษให้แก่พระองค์

เราได้เห็นความก้าวหน้าของวัฒนาวิทยาลัยและโรงเรียนอนุบาลมาแล้วเป็นลำดับเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าภูมิใจ มีความเป็นเลิศทางวิชาการและสร้างสรรค์บุคคลที่มีความสามารถให้แก่ประเทศชาติมากมาย ซึ่งนับว่าเป็นความก้าวหน้าของวัฒนาวิทยาลัย แต่บัดนี้เวลานี้เรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรากำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรง ยิ่งกว่ายุคใดสมัยใด เป็นเวลาที่วัฒนาวิทยาลัยจะต้องก้าวกระโดดเท่านั้นจึงจะทันเหตุการณ์ และเหมาะสมที่จะอยู่รอดต่อไปได้ เพราะการเรียนการสอนในยุคสมัยของเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

นักวิชาการมีความเห็นว่า ความรู้ ความสามารถ และสติปัญญาที่ได้สะสมกันมาตั้งแต่สมัยสำนักตักศิลา เป็นเวลานับพันๆ ปีนั้น กำลังจะถูกเบียดบังโดยความรู้ ความสามารถของคนรุ่นใหม่ที่กำลังพัฒนาขึ้นในช่วง 50 ปีนี้เอง เราเพิ่งผ่านพ้นยุค Analogue มาสู่ยุค Digital เมื่อไม่นานมานี้เอง โลกใหม่ของเราเป็นโลกยุค Cyberspace

การเรียนการสอนที่เราสะสมกันมาและวิธีการที่เราใช้กันอยู่ในการสอนของเรานั้นกำลังถูกนักวิชาการลงความเห็นว่าเป็นวิธีที่ใช้ไม่ได้ เป็นวิธีการที่ไม่ทันเหตุการณ์อีกต่อไป

การเรียนการสอนในเวลาข้างหน้านั้น มุ่งที่จะสร้างคนขึ้นใหม่สำหรับอนาคตที่เรียกว่า เยาวชนพันธุ์ใหม่ การเรียนการสอนจะไม่ใช้วิธีที่นักวิชาการบางคนเรียกว่า “เปิดสมองเด็กเอาข้อมูลยัดเยียดให้ แล้วดูผลจากการสอบว่าเด็กสามารถคายสิ่งที่สอนนั้นออกมาได้เท่าไร” ในเวลาข้างหน้าเด็กคือผู้ที่จะทำหน้าที่วิเคราะห์วิจัยตามความสนใจและความสามารถของเขา ครู อาจารย์มีหน้าที่เป็นโค้ช ซึ่งก็คือเป็นนักวิชาการที่ต้องรู้ในสิ่งที่จะนำมาสอนเด็ก โดยไม่แพ้เด็ก เป็นการสอนแบบ Problem based Learning 

สิงคโปร์ได้เข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้มาแล้ว 5 ปีโดยที่กระทรวงศึกษาธิการของเขามีคติว่า

Teach Less, Learn More ผลที่เกิดขึ้นนั้นชัดเจนในเอเชียด้วยกัน มี Tokyo University ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ส่วนสิงคโปร์เป็นอันดับ 2 สำหรับประเทศไทยนั้นสูงสุดคืออันดับที่ 55 ได้แก่ King's Mongkut Institute of Technology สิงคโปร์เป็นเกาะที่มีแต่หินผาขนาดเล็กกว่ากรุงเทพครึ่งหนึ่งและมีประชากรครึ่งหนึ่งของคนในกรุงเทพด้วย คือ 6 ล้านคน บัดนี้เขาเป็นเจ้าของธนาคารในประเทศไทยเกือบทั้งหมด ถนนสาทรก็คือถนน Raffle คือ ย่านธุรกิจของสิงคโปร์

มีหนังสือซึ่งเป็นการเรียนการสอนสำหรับศตวรรษที่ 21 พิมพ์จำหน่ายอันเป็นผลการค้นคว้าของนักวิชาการไทยที่มีความสามารถ มีขายอยู่แล้วที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ 3-5 เล่ม เป็นเรื่องแปลกที่ว่านักวิชาการที่ทำการค้นคว้าและเผยแพร่การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 (21st Century Learning) ล้วนเป็นนายแพทย์ที่ประสบความสำเร็จในสาขาวิชาการต่างๆ 

แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไป ความรู้ความสามารถจะไม่ทันสมัยอีกแต่กระบวนการการเรียนการสอนที่ยังเหมาะสมกับโลกสมัยใหม่นั้น เป็นบันทึกของหมอลูกาซึ่งเป็นเรื่องราวของพระกุมารเยซู ที่ได้บันทึกไว้ในหนังสือของท่าน (2:40-52) เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระกุมารเยซูเมื่อได้มากรุงเยรูซาเล็มเมื่ออายุได้ 12 พรรษานั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักวิชาการของผู้เชี่ยวชาญที่จะวิเคราะห์วิจัยได้ว่า บันทึกของหมอลูกานั้นแท้จริงก็คือ รายงานของเรื่องเยาวชนพันธุ์ใหม่ในการเรียนรู้

หมอลูกาได้บันทึกไว้อย่างครบถ้วนว่า การเจริญเติบโตของพระเยซูนั้นถูกต้องตามยุคสมัยของเราที่นักวิชาการจะวิเคราะห์วิจัยได้ ว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้องครบถ้วน

หมอลูกาสรุปไว้ในรายงานของท่านในการสร้างบุคลิกภาพว่า พระเยซูก็ได้จำเริญขึ้นทางสติปัญญา (Intellectually) ทางกาย (Physically) และหมอลูกาได้ทำไว้ได้ดียิ่งกว่านักวิชาการใดใด คือ พระเยซูก็ได้จำเริญขึ้นทางอารมณ์ (Emotionally) ท่านได้บันทึกไว้อย่างถูกต้องว่า “เป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้า และต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย” ดังนั้นถ้าเราอบรมลูกหลานของเราและเด็กๆ ที่เราสอนให้ชีวิตของเขาเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้แล้ว พวกเขาก็จะมีชีวิตที่ครบถ้วน แต่ในเวลาเดียวกันหมอลูกาก็ได้เน้นว่า เขาจะเป็นที่ชอบต่อหน้าคนทั้งปวง ลูกหลานของเรา เด็กๆ ของเราก็จะได้ทุกอย่างที่ครบถ้วนในการดำเนินชีวิตไม่เพียงแต่เหมาะสมสำหรับศตวรรษที่ 21 เท่านั้นแต่เขาจะเป็นเยาวชนสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกต้องทุกประการคือ มีจิตบริการ สาธารณะบริการและเป็นผู้นำชุมชนได้