รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

กันยายน 2019 : เดือนแห่งการศึกษาพระวจนะ

เทศนา ภาคเช้า 2013-04-28

อ.สมชาย ส่องทางธรรม หัวข้อ : ยึดความเชื่อไว้ให้มั่น
ฮับรู 11:32-40

โดย อ.สมชาย ส่องทางธรรม

หัวข้อ : ยึดความเชื่อไว้ให้มั่น

ฮับรู 11:32-40

 

โดย อ.สมชาย ส่องทางธรรม

 

เราไม่ได้เข้ามาเพียงเพราะความเชื่อที่เรามีในพระเจ้า แต่เมื่อเราเข้ามาในวิหารของพระเจ้าทุกครั้งเราอยู่ในรอยเท้าของบรรพบุรุษแห่งความเชื่อของเรา ที่พวกท่านได้วางรากแห่งความเชื่อไว้ให้เรา เรามีโอกาสได้ระลึกถึง ขอบคุณ และให้กำลังใจกับผู้อาวุโสรอบข้างเรา ท่านเหล่านี้ได้ติดตามพระเจ้ามายาวนาน ที่พระเจ้าจะอวยพรพวกท่าน

เช้าวันนี้จะพูดถึงเรื่องของการยึดมั่นในความเชื่อ ในปี 1859 มีเรื่องราวชายคนหนึ่งเป็นนักไต่สลิงข้ามหน้าผา ชื่อ ชาร์ลส บลอนดิง ผู้คนจำนวนมากติดตามเขาที่เดินบนสลิงเส้นนั้นผ่านช่องเขาของน้ำตกไนแองการ่า ปีถัดมา 1860 เขาจัดแสดงอีกครั้งนึง เขาได้ถามคนดูว่า มีใครอาสาจะขี่หลังผมเดินไปกลับบนสลิงเส้นนี้มั้ย?

ไม่มีใครกล้าที่จะขี่หลังเขา พวกเขาอ้างต่างๆ นาๆ บางคนว่าลูกยังเล็ก บางคนว่าเพิ่งแต่งงาน แต่ทุกคนเชื่อว่าเขาสามารถทำได้ จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งอาสาที่จะขี่หลังเขา ผู้คนตื่นเต้นกันมาก และเขาทำสำเร็จบนหลังของ ชาร์ลส บลอนดิง เขาคนนั้นคือ แฮรี่ ทุกคนถามเขาว่าทำไมคุณถึงกล้าหาญนัก? เขาตอบว่ามีเหตุผลอยู่สองอย่างคือ ผมมีความเชื่อไว้วางใจในตัวเขา และสองผมคือผู้จัดการส่วนตัวของเขา ถ้าผมไม่เชื่อเขา ใครเล่าจะเชื่อเขา

 

ในวีถึชีวิตของคน ความเชื่อและความไว้วางใจ มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราทั้งนั้น เปรียบกับชีวิตคริสเตียนของเราก็เช่นเดียวกัน ในพระคัมภีร์ทุกเล่มก็ได้แสดงถึงความเชื่อ ในพระธรรมฮีบรู สิ่งที่ผู้เขียนได้ท้าทายจิตใจพระเยซู พวกเขามีความกดดันทั้งภายนอกและภายใน ในฐานะเป็นคนติดตามพระเยซูคือ พวกเขาคิดว่าจะติดตามพระเยซูต่อไปหรือไม่ ผู้เขียนได้พยายามที่จะช่วยพวกเขาในเวลานั้นให้เข้าใจความจริงของพระเยซู เราอาจเคยมีความสงสัยว่าพระเยซูมีความรอดจริงหรือไม่ เมื่อหลายอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา เราก็มักจะสงสัยหลายอย่างมากมาย แต่สำหรับพวกเขาในเวลานั้น ไม่ว่าจะสังคมเพื่อนบ้าน รัฐบาลที่ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง ผู้เขียนได้ท้าทายพี่น้องคริสเตียนว่า จงยึดความเชื่อไว้ให้มั่น ที่เราจะเชื่อว่าพระเยซูเป็นความเชื่อแท้ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เชื่อในความรอดและชีวิตหลังความตาย ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งเหล่านี้ ในข้อที่ 6 บอกว่า ถ้าไม่มีความเชื่อแล้วจะเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ไม่ได้เลย ในข้อที่ 16 คนเหล่านั้นที่อดทนสิ่งต่างๆ และเมื่อเขาเรียกพระเจ้าว่า พระบิดา พระเจ้าทรงภูมิใจ เหมือนกับเวลาเรามีคนรู้จักหรือญาติพี่น้องที่เป็นดารา เป็นนักแสดง นักร้อง หรือคนมีชื่อเสียง เวลามีคนมาถามว่า รู้จักคนนั้นมั้ย? เราก็จะตอบอย่างภูมิใจว่า รู้จักสิ เขาเป็นลูก เป็นน้อง เป็นหลาน เป็นเพื่อน แต่กลับกันเมื่อคนที่เรารู้จักติดคุก ค้ายาเสพติด เวลามีคนมาถามว่ารู้จักคนนั้นมั้ย ใช่เพื่อนคุณหรือเปล่า ใช้พี่น้องคุณหรือเปล่า ใช่ลูกคุณหรือเปล่า เราละอาย่ใจที่จะยอมรับคนเหล่านั้น ความเชื่อเป็นสิ่งที่ทำให้คนของพระเจ้าถูกยอมรับ 

 

เหตุผลบางประการที่ผู้เขียนท้าทาย

1.จงยึดความเชื่อไว้เพราะความเชื่อจะทำให้เรามีชัยชนะในการดำเนินชีวิต ในวิถีชีวิตคริสเตียน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะเดินกับพระเจ้าอย่างมั่นคงเข้มแข็งตลอดชีวิตของเรานั้น มีปัญหาอุปสรรคมากมาย เมื่อเราเป็นวัยรุ่นเราก็แค่อยากจะเป็นคริสเตียนที่ดี เมื่อเราโตขึ้น ทำงาน มีครอบครัว มีลูก และอยากจะรับใช้พระเจ้า การเป็นคริสเตียนจริงๆนั้นไม่ง่ายเลย มีการต่อสู้หลายอย่างที่เกิดขึ้น ในข้อที่ 32 บอกว่าข้าพเจ้าจะต่ออะไรออกไปได้อีก ไม่มีเวลา ไม่ว่าจะอาเบล ยาโคบ หรือแม้แต่โมเสส พวกเขาได้มีชัยชนะโดยความเชื่อ เขาสามารถเผชิญความกดดันได้อย่างมีชัยชนะโดยผ่านทางความเชื่อ ความเชื่อจึงมีบทบาทในชีวิตของเรามาก เดินกับพระเจ้าโดยความเชื่อ

2.เราสามารถยืนหยัดเมื่อเผชิญความทุกข์ของการเป็นคริสเตียน พระคัมภีร์บอกว่า บางคนก็ถูกทรมาน บางคนถูกขว้างด้วยก้อนหิน บางคนถูกเลื่อยเป็นสองท่อน ตกระกำลำบาก แต่เขายอมรับและเผชิญสิ่งนั้นได้โดยผ่านความเชื่อ เขายอมถูกฆ่าตายโดยยอมรับความเชื่อไว้ ชีวิตคริสเตียนมีความกดดันมากมายตั้งแต่ยุคพระคัมภีร์เดิม คริสเตียนจะเป็นคนกลุ่มน้อยที่สุดในสังคมเสมอ และคนของพระเจ้าจะถูกข่มเหงเสมอ แต่คนที่มีความเชื่อจะยอมรับการทรมานและไม่ยอมรับการปลดปล่อย บางคนถูกเฆี่ยนตีเยาเย้ย ล่ามโซ่ หรือขังคุกด้วยเพราะความเชื่อของพวกเขา โดยความเชื่อเราจะเผชิญวิกฤติต่างๆได้ เราจะยึดความเชื่อไว้ให้มั่น มีศบ.ท่านหนึ่งในประเทศจีนท่านเป็นหัวหน้าและเป็นต้นแบบของคนจำนวนมาก และท่านถูกทรมานต่างๆ หากท่านบอกว่าท่านไม่เชื่อ ก็สามารถทำให้คนอื่นไม่เชื่อตามไปด้วยได้ แต่ท่านยังคงรักษาความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ในประเทศจีนการถูกทรมานที่น่ากลัวที่สุดคือการนอนในหลุมหน่อไม้ ซึ่งในประเทศจีนนั้นมีชื่อเสียงเรื่องหน่อไม้ชนิดต่างๆ และมีหน่อไม้ชนิดหนึ่งที่มีความแข็งอย่างมาก สามารถแทงทะลุดินแข็งๆได้วันละ2นิ้ว ปลายของมันเหมือนกับตะปู พวกเขาจะนำนักโทษไปไว้ในหลุมหน่อไม้ที่กำลังจะขึ้นมาจากดิน มันจะค่อยๆแทงทะลุร่างกายที่ละนิดๆจนตาย และสามวันที่ท่านได้ร้องครวญครางด้วยความทรมานก่อนที่หน่อไม้จะแทงทะลุหัวใจของท่านและท่านตายอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นคริสเตียน เพราะเขายึดมั่นในความเชื่อ หลายคนจำนวนมากที่ต้องเป็นทุกข์ และเขายังยืนหยัดอยู่ได้ในพระเยซูคริสต์ การติดตามพระเยซูเรามีความกดดันหลากหลายรูปแบบมีสิ่งที่คนของพระเจ้าต้องเผชิญในทางหนึ่งทางใด แต่สิ่งหนึ่งจะยึดเราไว้คือ ความเชื่อ

 

3.ยืดหยัดแม้ไม่เป็นอย่างที่เราเชื่อ ในข้อ 39 แม้คนเหล่านี้ได้รับการรับรองเพราะความเชื่อ แต่เขายังไม่ได้ในสิ่งที่สัญญาไว้ ไม่ว่าจะเป็นอับราฮัม โมเสส หรือคนอื่นๆ ย้อนไปดูในข้อ 13 คนเหล่านี้ทั้งหมดตายในขณะที่มีความเชื่ออย่างเต็มที่แต่พวกเขาก็สังเกตเห็นแต่ไกลและรอรับด้วยใจยินดี หลายอย่างไม่เกิดขึ้นอย่างที่คาดหวังแต่ยังมีความเชื่อและยังมุ่งหน้าต่อไปแม้สิ่งที่เกิดตรงกันข้ามกับที่หวังไว้ด้วยซ้ำไป ในชีวิตจริงของเราไม่ใช่ทุกอย่างที่จะเป็นไปอย่างที่เราเชื่อ และความล้มเหลวผิดหวังมาเยี่ยมเยียนเราบ่อยๆ แต่จงยึดความเชื่อไว้แม้ไม่เป็นอย่างที่เราคิด เพราะเรารู้ว่าพระเจ้าทรงเตรียมความสำเร็จเหล่านี้ไว้ ถึงแม้เราตายลงก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้น บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเราเราอาจไม่มีคำตอบด้วยซ้ำไป เพื่อนของผมคนหนึ่งรับใช้พระเจ้ามาตลอด เขามีลูกชายที่เรียนอยู่ปีสี่และลูกสาวที่ผิดปกติทางสมอง เขาหวังกับลูกชายที่กำลังจะเรียนจบ สองสัปดาห์ทีผ่านมาลูกชายของเขาถูกรถชนและจากไป แต่ขอให้เขาที่จะติดตามพระเจ้าต่อไปด้วยความเชื่อ คำอธิฐานที่เราทำมาหลายปีถึงยังไม่เกิดขึ้นอย่างที่เราคาดหวังไว้ และเรายังอธิฐานต่อไปแม้เรายังไม่เห็นสิ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียม เป็นสิ่งที่ท้าทายเราว่าเรายังติดตามพระเจ้าต่อไปแม้ไม่เป็นอย่างที่เราคิด คนของพระเจ้าต้องยึดความเชื่อแม้ตาเรายังมองไม่เห็นสิ่งนั้น พระเจ้าทรงเห็นเราและทรงรู้ว่าความเชื่อของเราอยู่ตรงไหน 

 

จงยึดความเชื่อไว้ให้มั่นเพราะความเชือจะทำให้เรามีชัยชนะในการดำเนินชีวิต 

จงยึดความเชื่อไว้ให้มั่นแม้เราจะต้องถูกทรมานเผชิญความทุกข์ยากลำบาก 

จงยึดความเชื่อไว้ให้มั่นแม้สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไม่เป็นอย่างที่เราหวังไว้

 

เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่เส้นชัยของชีวิต เส้นชัยของเราอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่? เรารักษาความเชื่อไว้จนวันสุดท้ายของชีวิต หรือวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาเราจะพบเส้นชัยของเรา เผชิญสิ่งที่ท้าทายเราให้ยึดความเชื่อไว้ให้มั่น ท่านกำลังสั่นคลอนในความเชื่อของท่านหรือไม่? สิ่งเดียวจะช่วยเราให้มุ่งหน้าต่อไป "จงรักษาและยึดความเชื่อไว้ให้มั่น"