รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

เมษายน 2019 : เดือนแห่งครอบครัวและผู้อาวุโส

เทศนา ภาคเช้า 2013-02-10

ศจ.ดร.รุ่ง เริงสันต์อาจิณ หัวข้อ : รู้คุณ ขอบคุณ แทนคุณ
สดุดี 166:8-19

โดย ศจ.ดร.รุ่ง เริงสันต์อาจิณ

ในเทศกาล Lent และเดือนแห่งความรักนี้ เราคงจะได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ที่กี่ยวข้องกับสองเรื่องนี้ และสำหรับวันนี้ก็ขอกล่าวเรื่องของการโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า ซึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตของคริสเตียน สำหรับประเด็นแรกก็คือ


รู้คุณ สดด. 116:8 "เพราะพระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากมัจจุราช ช่วยนัยน์ตาข้าพระองค์จากน้ำตา ช่วยเท้าข้าพระองค์จากการล้ม" ในชีวิตของเราจะได้พบพานหลายสิ่งหลายอย่าง และก็จะมีหลายสิ่งที่เข้ามาในชีวิตของเราและทำให้เราได้ระลึกถึง ใคร่ครวญ ทบทวนถึงสิ่งที่พระเจ้าได้กระทำในชีวิตของเราเมื่อเหตุการณ์เหล่านั้นผ่านพ้นไป ในบางครั้งเมื่อเรามองดูด้วยสายตาแห่งความเชื่อ ความมั่นใจในการทรงนำของพระเจ้าแล้วเราจะสำนึกในการทรงนำของพระเจ้าที่มีต่อเรา ถ้าเราจะลำดับเรื่องราวที่พระคุณของพระเจ้าที่มีต่อเราตั้งแต่รู้ความเป็นต้นมา ก็คงจะเป็นเรื่องราวที่มากมาย มีไม่ขาดสาย พระองค์ทรงนำชีวิตของผมตลอดเวลา และถ้าเรามีจิตสำนึกในพระคุณของพระเจ้าแล้ว เราก็จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีความสุข แต่ในด้านกลับกันถ้าเราจะใช้ชีวิตโดยไม่รู้สึกถึงพระคุณของพระเจ้าแล้ว เราก็จะมีแต่การบ่น ต่อว่า ไม่พอใจ และมองโลกในแง่ลบ ฉะนั้นจึงเป็นการสมควรที่เราจะสำนึกในพระคุณของพระเจ้า

 

ในชีวิตของคริสเตียนคนหนึ่งที่ผ่านร้อนหนาว หลายสิ่งหลายอย่างมาในชีวิตจะทำให้เราใด้สำนึกในพระคุณของพระเจ้า แต่ในเรื่องธรรดาสามัญ จนทำให้เราแทบไม่ได้คิดถึงเลยว่านั่นก็เป็นพระคุณของพระเจ้าเช่นกัน ตัวอย่างเช่นลมหายใจของเรา ซึ่งสำคัญกับชีวิตเรามากที่สุดแต่ว่าเราก็มักจะละเลยจนลืมไปว่านี่คื่อสิ่งที่สำคัญ จนถึงวันหนึ่งที่เราต้องการลมหายใจนั่นแหละถึงจนทำให้เราสำนึกถึงความสำคัญนั้นได้ มีอีกหลายอย่างที่เรามักจะทึกทักเอาว่าเราสมควรจะได้ เป็นสิ่งที่เราควรจะได้ (Take it for granted) แต่ที่จริงแล้วเป็นพระคุณของพระเจ้า แม้กระทั่งบางคนก็ยังไม่พอใจพ่อแม่ของตัวเองที่พระเจ้าประทานให้ มีอีกหลายสิ่งที่เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ทรงโปรดประทานให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัว ญาติ พี่น้อง รวมจนถึงความรอดที่พระองค์ได้ประทานให้เราด้วย ซึ่งเราก็มักลืมเลือนไป

ตัวอย่างในพระคัมภีร์คือคนที่เป็นโรคเรื้อนทั้ง 10 คนที่ถูกรักษาโดยพระเยซูคริสต์ มีเพียงหนึ่งคนที่กลับมาหาพระเยซู มาสำนึกในพระคุณ และถวายคำสรรเสริญขอบพระคุณต่อพระองค์ ในพระคัมภีร์ก็ไม่ได้ระบุไว้ว่าพวกที่เหลืออีก 9 คนนั้นทำไมไม่ได้กลับมาขอบพระคุณพระองค์ พวกเขาอาจจะคิดว่าไม่สำคัญหรอกที่จะต้องขอบพระคุณ เพราะคนอื่นๆ ก็ได้รับการรักษาเช่นกัน การสำนึกในพระคุณของพระเจ้านั้นก็สำคัญมาก

การออกมาขอบพระคุณพระเจ้า เป็นพยานแก่คนอื่นนั้นก็มักจะแบ่งปันในความปลอดภัย รอดพ้นจากภยันตราย ได้รับการรักษา ทำให้คนอื่นๆ มักไม่ได้ออกมาขอบคุณพระเจ้าเพราะว่าไม่มีเรื่องทำนองนี้ให้แบ่งปัน ชีวิตราบรื่น แต่ไม่ได้นึกถึงว่าความราบรื่น ไม่มีปัญหานี้ไม่ใช่สิ่งที่เราแสวงหาหรอกหรือ ไม่ใช่พระคุณของพระเจ้าที่ทรวงโปรดเราหรอกหรือ

ขอบคุณ สดด. 116:12 "ข้าพเจ้าจะเอาอะไรตอบแทนพระเจ้าได้ เนื่องจากบรรดาพระราชกิจอันมีพระคุณต่อข้าพเจ้า" ในตัวอย่างของคนโรคเรื้อนที่พระเยซูได้รักษาพวกเขาให้หาย พระองค์ก็ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่าจะให้พวกเขากลับมาขอบคุณพระองค์แต่อย่างใด แต่ในคนที่หายโรคที่ได้กลับมาขอบพระคุณพระองค์นั้น จะเป็นการสำนึกในพระคุณ และต้องการแสดงออกของคนสมาเรียผู้นั้น สำหรับบางคนแล้วการพูดขอบคุณนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เขาอาจจะคิดว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เขาควรจะได้รับ ผู้ใหญ่บางคุณพูดขอบคุณเด็กๆ ไม่ได้ เจ้านายไม่ขอบคุณลูกน้อง ครูไม่ขอบคุณนักเรียน หรือพ่อแม่ไม่ขอบคุณลูกๆ เพราะคิดว่าเป็นสิ่งเขาเหล่านั้นต้องทำเพื่อพวกตน

จอห์น วูดเดิล โค้ชฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตไปแล้วถึง 25 ปี เขาได้เขียนจดหมายรักถึงภรรยาของเขาทุกๆ วันมาตลอด 25 ปีนั้น เพื่อจะขอบคุณภรรยาของเขาที่แบ่งปันสิ่งดีดี ความรัก ความเอื้ออาทร เอาใจใส่ หนุนใจ และเสียสละ การขอบคุณเป็นการสร้างสรรค์ในการดำเนินชีวิตของเราอย่างมาก เพราะเป็นการยืนยันในความเชื่อของเราที่เรามีต่อพระเจ้า และพระคัมภีร์ก็บอกให้เราขอบพระคุณพระเจ้าในทุกเวลา ทุกกรณี ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากอะไรหรือ เพราะเราเป็นมนุษย์ และมนุษย์เรานั้นมีความจำกัด ไม่ว่าจะมองไปได้ไกลสักเพียงใดก็ยังมีความจำกัด ไม่ว่าจะมีความเข้าใจสักเพียงใดก็ยังมีความจำกัด ไม่สามารถมองได้ทะลุปรุโปร่งจนถึงวาระจบสิ้น ได้แต่เพียงมองเห็นในวาระที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเท่านั้นเอง ด้วยความเชื่อของเราเท่านั้นเอง เราขอบคุณพระเจ้า แม้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ ในขณะนั้นเราไม่มีความเข้าใจ เราอาจจะเสียใจ เศร้าใจด้วยซ้ำไป เราขอบคุณพระเจ้าแสดงถึงความเชื่อของเราที่ว่าทุกเหตุการณ์พระเจ้าของเราเป็นผู้ควบคุม และท้ายที่สุดพระเจ้าจะมีน้ำพระทัยที่ดีสำหรับเรา

เมื่อเรามองย้อนกลับไปในเหตุการณ์ทั้งหลายที่ผ่านมา เราจะมองเห็นการที่พระเจ้าได้กระทำการดีต่างๆ ในชีวิตของเรา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราขอบคุณพระเจ้าเพราะเป็นการเสริมประสบการณ์ของเราให้มีประสยการณืกับพระเจ้ามากขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราขอบคุณพระเจ้าเพราะอาจจะเป็นการทดสอบความเชื่อของเรา ให้เรามีความเชื่อที่เข้มแข็ง โดยไม่พึ่งสิ่งอื่นมีแต่พระเจ้าเท่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราขอบคุณพระเจ้าให้โอกาสเราในการมองสำรวจชีวิตของเราเองเพื่อการปรับปรุงแก้ไข

แทนคุณ สดด. 116:16 "ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ เป็นบุตรชายของหญิงคนใช้ของพระองค์ พระองค์ทรงแก้พันธนะของข้าพระองค์" แสดงถึงความยินดีในการรับใช้พระเจ้าด้วย ไม่เพียงแต่ตอบสนองพระคุณของพระเจ้าเพียงการขอบพระคุณ เราจะแสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์ในการรับใช้พระองค์อย่างไร พระองค์จะใช้ของประทาน สิ่งที่เรามีอย่างไร เราได้รับพระคุณของพระองค์อย่างมากมาย อย่างเปล่าๆ เราก็ควรจะให้สิ่งเหล่านั้นกับคนอื่นอย่างเปล่าๆ ด้วยเช่นกัน มีของประทานจากพระองค์มากมายบางคนร้องเพลง เล่นดนตรี  สั่งสอน หนุนใจ ทำการฝีมือ หัตถกรรม ทำสวน ประมง กฏหมาย วิศกรรม สถาปัตยกรรม การแพทย์ การรักษา สาธารณสุข ทุนทรัพย์ แรงงาน ล้วนแล้วแต่สามารถนำมามอบให้กับพระเจ้าเพื่อพันธกิจของพระองค์ เพื่อแสดงถึงการแทนคุณ ตอบสนองพระคุณของพระคุณ แต่ระมัดระวังอย่าให้เป็นเดนที่เหลือ ของเหลือใช้มาให้แด่พระเจ้า ชีวิตของเราทั้งชีวิตพระเจ้าประทานให้ทั้งสิ้น ถ้าเราจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า มีความหมาย สามารถมีความสุขกับการใช้ชีวิตเราต้องสำนึกถึงพระคุณพระเจ้าตลอดเวลากับสิ่งที่เรามี กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับผู้คนที่เราได้สัมผัสด้วย และตอบแทนพระคุณของพระเจ้า ไม่ใช่เก็บความรู้สึกเงียบๆ ไว้ในใจเท่านั้น เพราะการแสดงออกของเราจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้เป็นอันมาก

เราต้องขอบคุณพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา เพราะนั่นเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูที่เรามีต่อพระองค์ สำนึกถึงพระคุณของพระองค์ เมื่อพระเจ้าให้เราอย่างมากมายก็ให้เราได้แบ่งปันสิ่งที่พระเจ้าให้กับเราต่อผู้อื่นด้วยจิตใจที่กว้างขวาง