รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

เมษายน 2019 : เดือนแห่งครอบครัวและผู้อาวุโส

เทศนา ภาคเช้า 2013-01-27

ศจ.มาโนช แจ้งมุข หัวข้อ : ฝ่าวิกฤตชีวิต 2013
ฮาบากุก 3:17-19

โดย ศจ.ดร.มาโนช แจ้งมุข

วันเดียวในพระนิเวศของพระเจ้าดีกว่าพันวันในที่ใดๆ (สดด. 84:10) ดังนั้นขอให้วันนี้ดีกว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันเวลาที่พระเจ้าประทานให้ และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงที่สามารถมาร่วมนมัสการพระเจ้าในวันนี้ 

หากคนที่ได้ไปเที่ยวที่กรุงโรม จะพบปฏิมากรรมเก่าแก่ เป็นเทพเจ้าสองหน้า (JANUS) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่มีใบหน้าทั้งข้างหน้าและข้างหลัง และคำว่า January หรือเดือนมกราคม ก็มาจากคำว่า Janus ทุกครั้งเดือนมกราคม เราจะสามารถมองเห็นข้างหน้าได้และข้างหลังก็ได้ เป็นเทพเจ้าแห่งการเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นวงการอะไรก็ตาม ก็จะมีการประเมินผลที่ผ่านมา และวางแผนถึงอนาคต ในชีวิตคริสเตียนเราก็เหมือนกัน ที่มกราคมเราจะมีโอกาสมองไปข้างหน้าและข้างหลังด้วย ตลอดปีที่ผ่านมาชีวิตเราเป็นอย่างไร และสิ่งที่อยู่ข้างหน้าที่เรามองไม่เห็น ซึ่งเราควรจะมุ่งมองไปข้างหน้า คริสเตียนอย่าย่ำอยู่กับที่ เราต้องมีเป้าหมายชีวิต เราจะก็าวหน้าไปอย่างไร เพราะอาจจะมีวิกฤติ เราไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ดังพระธรรมฮาบากุกที่ได้อ่านไปข้างต้น"แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ๋ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า" ฮาบากุกเป็นผู้เผยพระวจนะพระเจ้าที่ทำงานให้กับพระเจ้าในช่วงปีก่อนคริสตศักราช 606-604 เวลานั้นอิสราเอลตอนเหนือได้ล่มสลายลงไปแล้ว คนอิสราเอลได้ถูกไปเป็นเชลย เหลือแต่อิสราเอลฝั่งใต้ นั่นคือเมืองเยรูซาเล็ม ในขณะนั้นเองเนบูคัดเนสซาร์ได้ล้อมเยรูซาเล็มไว้ คนอิสราเอลมีคำถามมากมายกับพระเจ้าว่า เหตุใดพระเจ้าจึงให้คนบาบิโลนมาล้อมรอบชนชาติของพระเจ้า พระธรรมฮาบากุก พระเจ้าจะเปลี่ยนความสงสัยเป็นการสรรเสริญ เปลี่ยนความกลัวสู่การนมัสการ เปลี่ยนความท้อแท้ใจเป็นกำลังใจ หากพี่น้องมีเวลากลับไปอ่านที่บ้านจะพบว่า ฮาบากุกเป็นพระธรรมแห่งการหนุนใจ แม้ว่าเริ่มต้นด้วยคำถาม ว่า ทำไม แต่พระเจ้าทรงเงียบและท้ายที่สุดก็มีคำตอบในบทที่3 ที่ได้อ่านไปข้างต้น มีบทเรียน 4 อย่างที่อยากจะหนุนใจ ว่าเมื่อชีวิตอยู่ในวิกฤติเราจะทำอย่างไรให้ผ่านไปได้

1.ร้องทูลต่อพระเจ้า เมื่อไม่มีทางออก ฮาบากุกชื่อของท่านแปลว่า สวมกอด ช่วงที่ชีวิตวิกฤติ บางทีมือของเราทำร้ายกันและกันแทนที่จะสวมกอดกัน ขอให้ชื่อฮาบากุกเป็นชื่อที่อยู่ในใจในภาวะที่ชีวิตวิกฤติ เราร้องทูลต่อพระเจ้าเมื่อฮาบากุกสงสัยว่าทำไม ในฮาบากุก 1:2 "ข้าแต่พระเจ้าข้าพระองค์จะร้องทุกข์นานสักเท่าไร และพระองค์ไม่ทรงฟัง.." ทำไมพระเจ้าปล่อยให้เยรูซาเล็มอยู่ในความลำบาก ทำไมดูเหมือนพระเจ้าช้ากับใจของเรา อย่างไรก็ตามการร้องทูลต่อพระเจ้า เป็นการขอความ่เข้าใจจากพระเจ้าแม้ว่าคำถามไม่มีคำตอบก็ตาม กิจการ 12 เมือเปโตรถูกจับในเรือนจำ ชาวอิสราเอลอธิษฐานเผื่อเปโตรด้วยใจร้อนรนและท้ายที่สุดพระเจ้าได้ปล่อยเปโตรออกมาจากคุกนั้น ในภาวะวิกฤติของชีวิต ให้เราอธิษฐานต่อพระเจ้า พลังแห่งการอธิษฐานสำคัญมาก บอกกับพระเจ้าในทุกๆ เรื่อง และวิงวอนอธิษฐานต่อพระเจ้า ปรึกษาอธิษฐานกัน ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว ธุรกิจต่างๆ ฮาบากุกไม่เพียงขอความเข้าใจ แต่ขอหนทางแก็ไขจากพระเจ้าด้วย จอร์จ มูลเลอร์ดูแลเด็กกำพร้าที่อังกฤษ 2,000 คน เช้าวันหนึ่งเขาไม่มีอาหารสำหรับเด็กๆ เหล่านั้นเลย โดยที่เด็กๆ เหล่านั้นนั่งรออาหารอย่างใจจดใจจ่อแล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังทุกข์ใจว่าไม่มีอาหารให้เด็ก มีคนเคาะประตูว่า มีใครต้องการขนมปังกับนมไหม เพราะมีรถขนส่งขนมปังกับนมเกิดอบัติเหตุและทำให้ขนมปังกับนมนั้นเกลื่อนเต็มพื้น ผู้จัดการจึงไม่ต้องการขนมปังและนมเหล่านั้นแล้ว พวกเขาจึงนำมาให้บ้านเด็กกำพร้า พระเจ้ามาช้าแต่ไม่เคยสาย พระเจ้ามีวิธีการเลี้ยงดูอย่างอัศจรรย์ มีคนหนึ่งมาเยี่ยมบ้านเด็กกำพร้า และเขาเป็นคนขี้เหนียวมากๆ แต่อยู่ๆ เขาก็บริจาคให้ 500 เหรียญและบอกอีกว่า เขาจะส่งเงินมาให้อีก และเขาก็ส่งเงินมาอีก 7,500 เหรียญ วิธีของพระเจ้าอาจจะช้าแต่ไม่เคยสาย ขอให้เราร้องทูลต่อพระเจ้าในวิกฤติชีวิต แทนที่จะโกรธพระเจ้า คำถามอาจจะเกิดขึ้นมากมาย คำตอบอาจจะยังไม่มา แต่ให้เราร้องทูลต่อพระเจ้า

2.รอคอยพระเจ้า บทที่ 2 ของพระธรรมฮาบากุก  "ข้าพเจ้าจะยืนเฝ้าดูอยู่ ข้าพเจ้าจะยืนที่หอคอยและมองออกไปเพื่อจะฟังดูว่าพระองค์จะตรัสอะไรแก่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะทูลตอบพระองค์เกี่ยวด้วยการร้องทุกข์ของข้าพเจ้าอย่างไร และพระเจ้าตรัสตอบข้าพเจ้าว่า 'จงเขียนนิมิตนั้นลงไปจงเขียนไว้บนแผ่นป้ายให้กระจ่าง เพื่อให้คนที่วิ่งอ่านได้คล่องเพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่ มันกำลังรีบไปถึงความสำเร็จมันไม่มุสา ถ้าดูช้าไปก็จงคอยสักหน่อย มันจะบังเกิดขึ้นเป็นแน่คงไม่ล่าช้านัก'" เมื่อท่านร้องทูลกับพระเจ้าแล้วไม่มีคำตอบ ฮาบากุกปีนไปบนกำแพงและมองออกไปมีแต่ของทัพบาบิโลนล้อมเต็มไปหมด หลายครั้งปัญหารุมล้อมชีวิต เราพูดกันเสมอว่าทุกข์ใจให้เข้าเฝ้าพระเจ้า แต่ปัญหายิ่งหนักขึ้น แต่พระเจ้าบอกให้รอคอยพระเจ้า รอเวลาของพระเจ้า ให้เราฟังเสียงของพระเจ้า เสียงสำหรับเราคือ

  • เสียงตัวเอง อันตรายที่สุด ช่วงวิกฤติเสียงตัวเองมักจะดังกว่าเสียงพระเจ้า
  • เสียงคนรอบข้าง มีอิทธิพล มีคำแนะนำมากมาย ให้เราชั่งใจก่อนที่จะรับเสียงจากคนใกล้ตัวเรา ในพระธรรมโยบ เมื่อเขาทุกข์ใจ ภรรยาเขาบอกว่า จงแช่งด่าพระเจ้า และไปตายซะ เพราะภรรยาอาจจะโกรธพระเจ้าที่พระเจ้าเอาสมบัติไปทั้งหมด
  • เสียงมารซาตาน เป็นเสียงที่ฟังแล้วต้องระวัง มันฉลาดที่จะทำให้เรากลัว ให้เราหลงทางจากพระเจ้า
  • เสียงพระเจ้า เป็นเสียงที่สำคัญ ที่จะตรัสแก่เราในเวลาที่ทุกข์ใจ เอลียาห์เมื่อท่านทุกข์ใจ ท่านเก็บตัวอยู่ในถ้ำและอธิษฐานกับพระเจ้า

เราที่เป็นคริสเตียนเมื่อเราทุกข์ใจ เราอย่าพึ่งรีบใช้ทางลัด มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นชาวอินโดนิเซีย เขาย้ายไปอเมริกา พวกเขาร้อนรนในพระเจ้า และเขาอยากจะเป็นทนายความ เมื่อเขาแต่งงานมีลูก 2 คน และไปตรวจสุขภาพ ปรากฏว่าเป็นมะเร็ง เขาเริ่มท้อใจและโกรธพระเจ้า ว่าพระเจ้าแกล้งเขา ทั้งๆ ที่เขาร้อนรนในพระเจ้าขนาดนี้ เขาบอกภรรยากับลูกว่าจะเลิกไปโบสถ์นับแต่นี้ เพราะพระเจ้าไม่ตอบเขา เวลาผ่านไปสองปี คนในโบสถ์อธิษฐานเผื่อเขารวมถึงภรรยาและลูก ลูกบอกกับเขาว่า พ่อทะเลาะกับพระเจ้าแต่หนูไม่ได้ทะเลาะกับพระเจ้าด้วย ภรรยาและลูกๆ ของเขาจึงไปโบสถ์ และเขาอยู่ที่บ้านคนเดียว ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาคิดได้ว่า โรคที่เขาเป็นอยู่ก็เกิดกับทุกๆ คนได้ เขาเริ่มสำนึกในใจและเปิดพระคัมภีร์ เจอพระธรรมที่ว่า อย่ากระวนกระวายถึงชีวิต และเขาก็เริ่มมาโบสถ์ เขาบันทึกทุกอย่างในระยะเวลาที่เขารักษาตัว และพระเจ้าทำให้เขาหายขาด บันทึกนี้ได้กลายเป็นหนังสือ และขายได้ถึง 5 ล้านเหรียญ พระเจ้าอนุญาตให้บันทึกชีวิตของเขาได้หนุนใจคนอื่นและประสบความสำเร็จ คริสเตียนบางท่านอยากมีทางลัดอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะซื้อหวย และมาถวายเงินที่โบสถ์ บอกว่าพระเยซูเข้าฝัน สำหรับพระเจ้าไม่มีทางลัด พระเจ้ามีวิธีของพระองค์ คนหนึ่งเป็นศิษยภิบาลไปรับใช้ที่แอฟริกา เขาบันทึกเรื่องราวชีวิตของเขา เขาบอกว่าเขาไม่มีเงินเลย แต่เขารู้ว่าพระเจ้าเรียกเขาไปแน่นอน วันหนึ่งเขามีประชุมกับมิชชันนารีต้องนั่งรถไฟจากบ้านไปลอนดอน เขาตัดสินใจซื้อตั๋วด้วยเงินทั้งหมด แต่ระยะทางนั้นยังไม่ถึงลอนดอน วันหนึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งมาทักทายเขา และได้จิบกาแฟด้วยกัน เขาคิดว่าชายคนนี้คือคนที่พระเจ้าส่งมา และจะซื้อตั๋วให้เขาเป็นแน่ แต่ปรากฎว่าชายคนนั้นได้ผ่านไปเฉยๆ เขารอแล้วรอเล่า ขบวนสุดท้ายกำลังจะมา พระเจ้าบอกว่าเจ้าจะไปสอนความเชื่อให้คนอื่น ถ้าเชื่อให้ไปเข้าแถว เขาเข้าแถวและใจสั่น พระเจ้าลองใจเขา มีชายคนหนึ่งถามเขาว่าคุณจะไปไหน ถ้าคุณจะไปลอนดอน คุณเอาตั๋วผมไป และฝากทำธุระให้เรื่องหนึ่ง พระเจ้ามาช้าแต่ไม่เคยสาย พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งการจัดเตรียม อาจจะช้าแต่ไม่เคยสายสำหรับเวลาของพระเจ้า

3.เรียนรู้ที่จะหวังใจพระเจ้า คำอธิษฐานของฮาบากุก "ข้าแต่พระเจ้าข้าพระองค์ได้ยินกิตติศัพท์ของพระเจ้า ข้าพระองค์ยำเกรง เมื่อทรงกริ้วขอเมตตากรุณาต่อข้าพเจ้าเถิด" เขารู้ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ที่จะนำเหตุการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้ และให้อิสราเอลมีชัยชนะได้ เขาเรียนรู้ที่จะหวังใจพระเจ้า ชีวิตของเราก็เช่นกัน พระเจ้าทรงเลี้ยงดูเรามาเสมอ ขอบคุณพระเจ้าที่เราหวังใจว่า พระเจ้าจะเป็นผู้นำ และช่วยเหลือเรา ปี 605 ก่อนคริสตศักราช บาบิโลนจับชาวอิสราเอลไปเป็นเชลยหลายคน คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมในเวลานั้นทำให้กองทัพเลิกราไปเอง เพียงแต่เอาเชลยไปด้วย แต่เยรูซาเล็มไม่ได้ถูกทำลาย พระเจ้าทรงเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเวลายากลำบาก ขอบคุณพระเจ้าช่วงเวลาที่วกฤติที่สุดเป็นเวลาที่พระเจ้าโอบอุ้มเรา 

เมื่องานสมรสเกิดขึ้นที่แคว้นกาลิลี เมื่อเหล้าองุ่นหมด พระเยซูตรัสว่า หญิงเอ๋ยให้เป็นธุระของเราเถิด เมื่อเรือของเทเลอร์เดินทางไปเมืองจีน พายุพัดเรือไปติดเกาะ ลูกเรือทั้งหลายก็กลัวว่าคนชาวเกาะนั้นจะมาปล้นและจะฆ่าพวกเขา พวกเขาจนปัญญาเพราะไม่สามารถเอาเรือออกได้ ลูกเรือทั้งหลายอ้อนวอนให้กัปตันไปหาเทเลอร์ให้อธิษฐานให้เรือออกจากเกาะนี้ เทเลอร์่บอกให้กัปตันกางใบออก กัปตันบอกว่าเราจะไม่กางใบถ้าไม่มีลม และชาวเกาะก็จะเห็นและมาฆ่าพวกเรา เทเลอร์บอกว่าถ้าไม่กางใบก็จะไม่อธิษฐาน กัปตันจึงกางใบออก และเทเลอร์อธิษฐานในห้อง จนมีคนมาบอกว่า หยุดอธิษฐานได้แล้ว เพราะลมแรงมาก ให้เราเปิดใจกับพระเจ้าว่าเราทำอะไรไม่ได้ และฝากไว้กับพระเจ้า

4.ร่าเริงยินดีในพระเจ้า ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงยินดีในพระเจ้า เราจะขอบคุณพระเจ้าเสมอ แม้ว่าเราจะทุกข์ใจ ท้อแท้ใจ หมดกำลังใจ มีปัญหารุมเร้า ให้เราเรียนรู้ที่จะขอบคุณพระเจ้า เพราะพระเจ้าจะเสริมกำลังเรา เหตุฉะนั้นให้เราเข้มแข็มขึ้น ถ้าปีนี้เราเผชิญวิกฤติอะไรก็แล้วแต่ให้เราฝากสิ่งนั้นไว้กับพระเจ้า เพราะพระเจ้าจะนำย่างเท้าของท่านเหมือนตีนกวางตัวเมีย ที่เป็นกวางตัวเมียเพราะเป็นกวางที่ไม่มีเขา เมื่อมีศัตรูไล่มา มันสามารถเอาตัวรอดได้เพราะไม่มีสิ่งใดติดพันเขาของมัน เหมือนตัวผู้ที่เขายาวทำให้ติดเถาวัลย์ต่างๆ และโดนจับกินได้ง่าย พระเจ้าจะนำเราผ่านพ้นวิกฤติตรงนั้นได้ 

ข้อคิดฝากไว้เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องอิสราเอลโบราณ นกอินทรีย์มีอายุประมาณ 70-100 ปี เมื่อมันมีอายุ 40 ปี ฟันและกรงเล็บเริ่มไม่แข็ง และปีกไม่มีแรง บางตัวตัดสินใจเข้าไปในซอกหิน และอยู่อย่างนั้นจนตาย บางตัวที่สู้มันจะใช้ปากไซร้ปีก เอากรงเล็บและปากกระเทาะกับหิน ให้ขนผลัดใหม่ ให้ปาก และกรงเล็บงอกใหม่ สดด.103 บอกว่า "วัยหนุ่มของเขาจะกลับคืนมาใหม่อย่างวัยนกอินทรีย์" ให้เราเป็นนกอินทรีย์ของพระเจ้า ขอพระเจ้าอวยพรเราทุกคนในปีนี้ หากชีวิตอยู่ในวิกฤติ เผชิญกับมรสุม ขอให้พระเจ้านำเราผ่านพ้นไปได้ โดยการร้องทูล การรอคอย การเรียนรู้ที่จะหวังใจ และร่าเริงยินดี และขอบพระคุณในพระเจ้าเสมอ