ส่งต่อความรัก || Pass The Love Forward

สิงหาคม 2020 : เดือนแห่งการระลึกสตรี

เทศนา ภาคเช้า 2012-09-02

Suksa Theparee หัวข้อ : ตายแล้วไปไหน
1 โครินธ์ 15:17-28

โดย ศจ.ดร.ศึกษา เทพอารีย์

17และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา   ความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์   ท่านก็ยังตกอยู่ในบาปของตน 18และคนทั้งหลายที่ล่วงหลับในพระคริสต์ก็พินาศไปด้วย 19ถ้าในชีวิตนี้   พวกเราซึ่งอยู่ในพระคริสต์มีแต่ความหวังเท่านั้น   เราก็เป็นพวกที่น่าสังเวชที่สุดในบรรดาคนทั้งปวง 20แต่ความจริงพระคริสต์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกในพวกคนทั้งหลายที่ได้ล่วงหลับไปแล้วนั้น 21เพราะว่าความตายได้อุบัติขึ้น   เพราะมนุษย์คนหนึ่งเป็นเหตุฉันใด   การเป็นขึ้นมาจากความตายก็ได้อุบัติขึ้น   เพราะมนุษย์ผู้หนึ่งเป็นเหตุฉันนั้น 22เพราะว่าคนทั้งปวงต้องตายเกี่ยวเนื่องกับอาดัมฉันใด   คนทั้งปวงก็จะกลับได้ชีวิตเกี่ยวเนื่องกับพระคริสต์ฉันนั้น 23แต่ว่าจะเป็นไปตามลำดับ   คือพระคริสต์ทรงเป็นผลแรก   แล้วภายหลังก็คือคนทั้งหลายที่เป็นของพระคริสต์   ในเมื่อพระองค์เสด็จมา 24ต่อจากนั้นจะเป็นวาระที่สุด   บัดนั้นพระคริสต์จะทรงมอบแผ่นดินไว้แก่พระบิดาเจ้า   เมื่อพระองค์จะได้ทรงทำลายเทพผู้ครอง   ศักดิเทพและอิทธิเทพหมดแล้ว 25เพราะว่าพระองค์จะต้องทรงปกครองอยู่ก่อน   จนกว่าพระองค์จะได้ทรงปราบศัตรูทั้งสิ้นให้อยู่ใต้พระบาทของพระองค์ 26ศัตรูตัวสุดท้ายที่พระองค์จะทรงทำลายนั้นก็คือความตาย 27เพราะว่าพระองค์ทรงปราบสิ่งสารพัดลงใต้พระบาทของพระองค์แล้ว   แต่เมื่อพระคัมภีร์กล่าวว่าทรงปราบสิ่งสารพัดลงนั้น   ก็เป็นที่ทราบชัดว่า   ยกเว้นองค์พระเจ้าผู้ทรงปราบสิ่งสารพัดให้อยู่ใต้พระองค์ 28เมื่อสิ่งสารพัดถูกปราบให้อยู่ใต้พระองค์แล้ว   เมื่อนั้นองค์พระบุตรก็จะอยู่ใต้พระเจ้า   ผู้ทรงปราบสิ่งสารพัดให้อยู่ใต้พระองค์   เพื่อพระเจ้าจะทรงเป็นเอกเป็นใหญ่ในสิ่งสารพัดทั้งปวง บทนำ
ทางสถานีโทรทัศน์ DMC โดยวัดพระธรรมกาย ได้นำเสนอชีวิตหลังความตายของ สตีฟ จ็อบส์ โดยทางรายการอ้างว่า วิศวกรอาวุโสคนหนึ่งของแอปเปิลชื่อ โทนี่ ทรวง ได้ขอให้ท่านเจ้าอาวาสใช้ญาณตรวจสอบภพภูมิของสตีฟ       จ็อบส์ หลังความตาย มีใจความสรุปว่าสตีฟ จ็อบส์ ในขณะที่จะตายนั้น จิตใจมีแต่ความเป็นห่วงบริษัทแอปเปิลในอนาคต จึงทำให้ไปจุติเป็นภุมมะเทวาสายวิทยาธรกึ่งยักษ์* มีผิวดำและเขี้ยวเป็นยักษ์ แต่ด้วยผลบุญที่ได้คิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ให้แก่โลก จึงทำให้เขาได้พบมิตรที่ดีบนสวรรค์ และสตีฟ จ็อบส์ จึงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพื่อเข้าถึงธรรมกายต่อไป   [ที่มา - DMCหมายเหตุ: ภุมมะเทวาสายวิทยาธรกึ่งยักษ์ เป็นคำที่วัดพระธรรมกายบัญญัติขึ้นเอง ความหมายมันคือ สตีฟ จ็อบส์ ไปเกิดเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา แต่เป็นลูกครึ่งระหว่างสองเผ่าคือ เผ่าวิทยาธร (ความมัวเมา) และเผ่ายักษ์ (ความโกรธ)] พระมหาทศพร ปุญฺญงฺกุโร เว็บมาสเตอร์ชี้แจงเรื่องนี้ดังนี้  เรื่องราว Where is Steve Jobs นั้นเป็นความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติสมาธิในวิชชาธรรมกาย เมื่อฝึกปฏิบัติจนเชี่ยวชาญจะสามารถรู้เห็นเรื่องราวกฎแห่งกรรม, การเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพื่อให้เข้าใจถึงเรื่องราวความจริงของชีวิตว่า เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน อะไรเป็นเป้าหมายของชีวิต นำไปสู่การปฏิบัติของผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังเกิดความเกรงกลัวต่อบาป รักบุญกุศล รักการปฏิบัติธรรม
พระไพศาล วิสาโล บอกว่า ต้องตั้งคำถามถึงบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ก็คือ สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดรู้ได้อย่างไร ไปเจอสตีฟ จ็อบส์ มาจริงหรือเปล่า และที่พูดเกี่ยวกับสตีฟ จ็อบส์ ถูกต้องจริงหรือไม่, รู้จักสตีฟ จ็อบส์ ดีจริงไหม แล้วไปรู้ในภาวะจิตของเขาได้อย่างไร ซึ่งสิ่งที่นำมาพูดเหมือนกับว่า ได้ไปเจอ สตีฟ จ็อบส์ มาแล้ว ซึ่งการกล่าวอ้างว่าเห็นมาจริงเช่นนี้ ในทางพุทธศาสนาเรียกว่าเข้าข่ายอุตริมนุสธรรม ถือว่าผิด แต่หากบอกว่านึกขึ้นมาเอง ก็ถือว่าเข้าข่ายอาบัติปาราชิก ซึ่งเป็นอาบัติหนัก ทำให้ขาดจากความเป็นพระเลยทีเดียว
พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว บอกว่า การวิปัสสนา การเข้าญาณที่ถูกต้องนั้น ประโยชน์ก็เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้เห็นกิเลส เห็นหนทางแห่งการดับทุกข์ ไม่ใช่จะหวังให้ไปเห็นว่าใครไปเกิดเป็นอะไร ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช้แนวทางของการวิปัสสนาและไม่มีใครรับรองได้ หนักเข้าจะกลายเป็นการอวดอ้างตน ซึ่งหมิ่นเหม่ต่อความไม่ถูกต้องทางพระธรรมวินัย และไม่ใช่แนวทางที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้   พระพุทธเจ้าสอนแต่หนทางดับทุกข์ ไม่สอนให้ทำเรื่องเช่นนี้ แต่หากรู้ไม่ทันเชื่อง่ายงมงาย ไม่คิดถึงหลักเหตุและผลก็จะหลงเชื่อสุดท้ายก็ทำให้ศาสนาปั่นป่วนเกิดการโต้เถียงกันนอกจากนี้หากมองเห็นได้จริง ก็น่าจะเอาไปมองใช้ประโยชน์ในการดูเหตุการณ์ใกล้ๆ เช่น เหตุการณ์ภาคใต้จะถูกวางระเบิดเมื่อไร เพื่อที่จะได้ระวังตัว ทหารเราจะได้ไม่ตาย แบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อชาติมากกว่า
เนื้อหา
มีความคิดที่หลากหลายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ตายไปแล้ว บางคนเชื่อว่าเป็นการหลุดพ้น บางคนเชื่อว่ามีการกลับชาติมาเกิดเป็นอีกบุคคลหนึ่ง บางคนเชื่อว่ามีสวรรค์ เป็นที่ที่ทุกคนเมื่อตายไปแล้วจะไปที่นั่น คริสเตียนเชื่อว่ามีสวรรค์และนรก และทางเดียวที่จะไปสวรรค์ได้นั้นคือทางการต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิต คนอื่น ๆ ที่ไม่ต้อนรับพระองค์จะถูกแยกจากพระเจ้าไปที่นรก จากทัศนะที่แตกต่างในเรื่องนี้ ใครจะเป็นผู้บอกได้ว่าใครพูดถูก ? 
พระผู้ช่วยให้รอดที่คืนพระชนม์ 
เนื่องจากศาสนาคริสต์แตกต่างจากศาสนาอื่น ทุกศาสนา ที่มีพระผู้ช่วยให้รอดผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์และฟื้นคืนพระชนม์ไปสู่ชีวิตนิรันดร์ เนื่องจากไม่มีผู้ใดนอกจากพระเยซูคริสต์ที่มีชัยชนะเหนือความตาย ไม่มีใครที่เคยชนะความตายและกลับมาในร่างเดิม แล้วจะไม่ตายอีก ยกเว้นพระเยซูคริสต์ 
เราเชื่อว่าคำสอนของพระองค์ เกี่ยวกับสวรรค์และนรกผ่านทางพระคัมภีร์ เพราะพระองค์ทรงสมควร พระองค์มีชัยเหนือความตาย และบอกเราถึงสิ่งที่จะมาและวิธีการที่เราจะชนะโลกนี้และได้รับชีวิตนิรันดร์ 
เนื่องจากการคืนพระชนม์ของพระองค์เป็นความจริง แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้และมีฤทธิ์อำนาจที่จะชนะความตายและพระองค์ทรงรักษาคำสัญญาที่มีต่อเรา จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในพระธรรม 1คร.15: 1-11 จึงเป็นสิ่งที่สำคัญจำเป็นที่ อ.เปาโลใช้เวลามากในการพิสูจน์ถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ซึ่งมีผู้เป็นพยานและเห็นด้วยตามากกว่า 500 คน จากพระธรรม 1คร.15 ในข้อต่อมา 17-19 อ.เปาโลจึงได้กล่าวว่า ถ้าปราศจากการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู เราก็ไม่มีความหวังอะไรเลย 
 17และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา   ความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์   ท่านก็ยังตกอยู่ในบาปของตน 18และคนทั้งหลายที่ล่วงหลับในพระคริสต์ก็พินาศไปด้วย 19ถ้าในชีวิตนี้   พวกเราซึ่งอยู่ในพระคริสต์มีแต่ความหวังเท่านั้น   เราก็เป็นพวกที่น่าสังเวชที่สุดในบรรดาคนทั้งปวง
ถ้าปราศจากความหวังของการฟื้นขึ้นมาจากความตาย เราก็ไม่มีความหวังในชีวิตนิรันดร์ เราก็จะอยู่และตายและไม่มีความหวังใดใด 1คร. 15:32  32ในการที่ข้าพเจ้าต่อสู้กับสัตว์ป่าในเมืองเอเฟซัสนั้น   (ตามที่เขาพูดกัน)  จะเป็นประโยชน์อะไรแก่ข้าพเจ้า   ถ้าพระเจ้าไม่ทรงชุบคนตายให้เป็นขึ้นมาอีกแล้ว   ก็ให้เรากินและดื่มเถิด  เพราะว่าพรุ่งนี้เราก็จะตาย
I. ความเข้าใจต่อความตาย : การแยกจาก
มีการแยกจากสองชนิด ที่แตกต่างกัน  ความตาย (separation) การแยก หมายถึง 
1. ร่างกายตาย ลมหายใจหยุด (แยก) ยบ. 14:10   10แต่มนุษย์ตาย  และล้มพังพาบ  เออ  มนุษย์สิ้นลมหายใจและเขาอยู่ที่ไหนเล่า   ในเรื่องนี้กล่าวถึงความตายฝ่ายร่างกาย เมื่อมนุษย์ตายฝ่ายร่างกาย ร่างกายของเขาถูกแยกจากร่างกายของผู้อื่น การแยกจากนี้ทำให้เราโศกเศร้า วิธีนี้เป็นการที่พระคัมภีร์กล่าวถึงความตายแบบหนึ่ง คือความตายฝ่ายร่างกาย แต่บางครั้งความตายไม่ได้หมายถึงความตายฝ่ายร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง ความตายฝ่ายวิญญาณด้วย 
2. วิญญาณตาย ความตายฝ่ายวิญญาณทำให้จิตวิญญาณของเราแยกจากพระเจ้า ปฐก. 2:16-17 15พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน  ให้ทำและรักษาสวน 16พระเจ้าจึงทรงบัญชาแก่มนุษย์นั้นว่า   “บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้   เจ้ากินได้ทั้งหมด 17เว้นแต่ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว   ผลของต้นไม้นั้นอย่ากิน   เพราะในวันใดที่เจ้าขืนกิน  เจ้าจะต้องตายแน่” เมื่ออาดัมกับเอวากินผลไม้นั้น พวกเขาไม่ได้ตายฝ่ายร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ตายฝ่ายวิญญาณด้วย พวกเขาถูกแยกจากพระเจ้าเพราะความบาป อสย.59: 2 2แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า.....บาปได้ทำให้เกิดความตายฝ่ายวิญญาณ ซึ่งแยกเราจากพระเจ้า ความตายนี้สามารถชนะได้ในวันนี้ เนื่องจากการสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ เมื่อเราวางใจในพระองค์ให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ทำให้เรามีชีวิตฝ่ายวิญญาณขึ้นใหม่ อฟ. 2:4-5 4แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณา   เพราะเหตุความรักอันใหญ่หลวง   ซึ่งพระองค์ทรงรักเรานั้น 5ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป   พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์   (ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณ) นอกจากนี้ พระคัมภีร์ยังได้กล่าวถึงความตายฝ่ายวิญญาณในลักษณะที่เป็นความตายนิรันดร์ หรือเรียกว่าความตายครั้งที่สอง วิวรณ์ 20:12-14 12ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้ว   ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่งนั้น   และหนังสือต่าง ๆ ก็เปิดออก   หนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออกด้วย   คือหนังสือชีวิต   และผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหมด   ก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น   และตามที่เขาได้กระทำ 13ทะเลก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่ตายในทะเล   ความตายและแดนมรณาก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในแดนนั้น   และคนทั้งหลายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนหมดทุกคน 14แล้วความตาย   และแดนมรณาก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ   บึงไฟนี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง   
เมื่อพระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์และเป็นขึ้นจากตาย สิ่งที่เกิดตามมาก็คือ ใครก็ตามที่เชื่อและไว้วางใจในพระองค์จะได้รับชีวิตใหม่จากพระองค์ กล่าวคือ ผู้ที่อยู่ในเมืองบรมสุขเกษมกับอับราฮัมก็จะได้อยู่กับพระองค์ การสิ้นพระชนม์ทำให้เกิดการยกโทษบาป เพราะ อสย. 59:2  2แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า  และบาปของเจ้าทั้งหลาย ได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน   กล่าวว่า ความผิดบาปของเราทำให้เราแยกจากพระผู้เป็นเจ้า แต่พระธรรม อฟ. 2: 4-5    4แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณา   เพราะเหตุความรักอันใหญ่หลวง   ซึ่งพระองค์ทรงรักเรานั้น 5ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป   พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์   (ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณ)
II. คำสอนของพระเยซูเรื่องชีวิตหลังความตาย (Intermediate State) ลก. 16: 19-31  
 19“ยังมีเศรษฐีคนหนึ่งนุ่งห่มผ้าสีม่วงและผ้าป่านเนื้อดี   รับประทานอาหารอย่างประณีตทุกวันๆ 20และมีคนขอทานคนหนึ่งชื่อลาซารัส   เป็นแผลทั้งตัว   นอนอยู่ที่ประตูรั้วบ้านของเศรษฐี 21และเขาใคร่จะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐีนั้น   แม้สุนัขก็มาเลียแผลของเขา 22อยู่มาคนขอทานนั้นตาย   และเหล่าทูตสวรรค์ได้นำเขาไปไว้ที่อกของอับราฮัม   ฝ่ายเศรษฐีนั้นก็ตายด้วย   และเขาก็ฝังไว้ 23แล้วเมื่ออยู่ในแดนมรณาเป็นทุกข์ทรมานยิ่งนัก   เศรษฐีนั้นจึงแหงนดูเห็นอับราฮัมอยู่แต่ไกล   และลาซารัสอยู่ที่อกของท่าน 24เศรษฐีจึงร้องว่า   'อับราฮัมบิดาเจ้าข้า   ขอเอ็นดูข้าพเจ้าเถิด   ขอใช้ลาซารัสมา   เพื่อจะเอาปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นของข้าพเจ้าให้เย็น   ด้วยว่าข้าพเจ้าตรำทุกข์ทรมานอยู่ในเปลวไฟนี้' 25แต่อับราฮัมตอบว่า   'ลูกเอ๋ย   เจ้าจงระลึกว่าเมื่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่   เจ้าได้ของดีสำหรับตัว   และลาซารัสได้ของเลว   แต่เดี๋ยวนี้เขาได้รับความเล้าโลม   แต่เจ้าได้รับความแสนระทม 26นอกจากนั้น   ระหว่างพวกเรากับพวกเจ้ามีเหวใหญ่ตั้งขวางอยู่   เพื่อว่าถ้าผู้ใดปรารถนาจะข้ามไปจากที่นี่ถึงเจ้าก็ไม่ได้   หรือถ้าจะข้ามจากที่นั่นมาถึงเราก็ไม่ได้' 27เศรษฐีนั้นจึงว่า   'บิดาเจ้าข้าถ้าอย่างนั้นขอท่านใช้ลาซารัสไปยังบ้านบิดาของข้าพเจ้า 28เพราะว่าข้าพเจ้ามีพี่น้องห้าคน   ให้ลาซารัสเป็นพยานแก่เขา   เพื่อมิให้เขามาถึงที่ทรมานนี้' 29แต่อับราฮัมตอบเขาว่า   'เขามีโมเสสและพวกผู้เผยพระวจนะนั้นแล้ว   ให้เขาฟังคนเหล่านั้นเถิด' 30เศรษฐีนั้นจึงว่า   'มิได้   อับราฮัมบิดาเจ้าข้า   แต่ถ้าคนหนึ่งจากหมู่คนตายไปหาเขา   เขาคงจะกลับใจเสียใหม่' 31อับราฮัมจึงตอบเขาว่า   'ถ้าเขาไม่ฟังโมเสสและพวกผู้เผยพระวจนะ   แม้คนหนึ่งจะเป็นขึ้นมาจากความตาย   เขาก็จะยังไม่เชื่อ' ”      ให้อ่าน สรุปให้ฟัง “ตายแล้วไปไหน?” 6 Slides
1. ทูตสวรรค์มารับไป (ข้อ 22) 
2. ลาซารัสอยู่กับอับราฮัม (ข้อ 22) คือแดนมรณาที่มีความสุข มีความสุขได้
3. เศรษฐีอยู่ในแดนมรณา (ข้อ 23) ที่มีความทุกข์,  ร้อน, ตรากตรำ, ทุกข์ทรมาน เปลวไฟ 
4. มองเห็นกันได้, สื่อสารกันได้  (ข้อ 23) แต่มีเหวใหญ่กั้นอยู่ไปมากันไม่ได้ (chasm) 
5. ออกไปไหนไม่ได้ 
6. มีความรู้สึก ไม่ใช่นอนหลับ 
7. รู้จักกับคนที่ไม่เคยพบเห็น เช่น เอลียาห์ 
8. จำกันได้ 
9. ส่งอิทธิพลให้ความช่วยเหลืออะไรไม่ได้, รับความช่วยเหลือไม่ได้ 
10. หมดโอกาสและไม่มีการต่อรองและไม่สามารถแก้ตัวได้ 
บทเรียน : คนเป็นนำคนเป็น             ยุติธรรม 
            sufficient warn 
     Abe : น้ำหนักของพระวจนะ/ผู้เผยพระวจนะ/ธรรมบัญญัติอยู่สูงมาก มีน้ำหนักเพียงพอมากยิ่งกว่าการอัศจรรย์ใด ๆ         โรม 1:16 16เพราะว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ   เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า   เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด   พวกยิวก่อน   แล้วพวกต่างชาติด้วย ข่าวประเสริฐเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า