รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

มิถุนาย 2018 : เดือนแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

นมัสการ ภาคเช้า 2018-05-06

ศจ.โพ้นนที นิตยภูมิ หัวข้อ : สุดใจ สุดจิต สุดความคิด สุดกำลัง
มาระโก 12:30
โดย ศจ.โพ้นนที นิตยภูมิ

“และพวกท่านจงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน ด้วยสุดความคิดและด้วยสิ้นสุดกำลังของท่าน” - มาระโก 12:30

เมื่อท่านก้าวเข้ามาในคริสตจักรแห่งนี้ ข้างในพระ วิหาร ท่านเห็นอะไรที่เด่นชัดที่สุด คือกางเขนนั่นเอง และผมค่อนข้างแปลกใจในรูปร่างของกางเขนในพระวิหารของคริตจักรวัฒนาเหมือนกันว่า ทำไมถึงดูยาว มากกว่าที่อื่นๆ เขาเช่นนี้ ออกจะผิดปกติในแง่ของคน ที่เห็นใหม่ๆ แต่ในแง่ของนักออกแบบคงบอกว่า นี่ช่าง สวยงาม และเมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ความคิด ต่างๆ ที่ได้เรียนรู้ถึงพระคุณและความรักของพระเจ้า ผ่านพระคัมภีร์ก็ได้พบว่า ในบัญญัติสิบประการ ข้อ 1-4 เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ ที่ว่าอย่ามีพระเจ้าอื่นใด อย่ามีรูปเคารพสำหรับตน ไป จนถึงข้อที่ 5-10 เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ กับมนุษย์ เมื่ออีกครั้งที่ผมได้เห็นกางเขนในคริสตจักร แห่งนี้ทำให้เห็นว่า ส่วนล่างของกางเขนนั้นจะต้องปัก อยู่กลางใจของพี่น้องทุกท่านในที่นี้ พระเจ้าจะต้องเป็น ที่รักสุดใจ สุดจิต สุดกำลัง สุดความคิด ใครก็ตาม ที่รักพระเจ้าอย่างสิ้นสุดชีวิตจิตใจ ย่อมปรารถนาที่จะ รับใช้พระองค์อย่างสิ้นสุดชีวิตจิตใจเช่นกัน

การถวายตัวรับใช้พระเจ้าที่แท้จริงนั้นคืออะไร คือ การยินดีที่จะรับใช้พระเจ้าทุกเวลา ทุกนาที โดยไม่มี เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องไปเรียนพระคริสตธรรม มาก่อน ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ และทุกอย่างที่อยู่ รอบตัวเราคือโอกาสที่เราจะรับใช้พระเจ้า การรับใชั พระเจ้าจึงไม่ใช่อาชีพสงวนผูกขาดของใคร ไม่ใช่ตำแหน่ง ของใคร ไม่ใช่ผู้ที่มีตำแหน่งต่างๆ ในคริสตจักร

แท้จริงแล้วการรับใช้พระเจ้าเป็นอย่างไร มีภาษา อังกฤษคำว่า “voluntold” มีความหมายว่าต้องมี บางคนมาบอกว่า ตอนนี้คริสตจักรของเราอยากให้เรา ร่วมกันทำจิตอาสาเพื่อกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง นี่คือ “voluntold” ที่ต้องมีใครมาบอกมากล่าว ซึ่งตรงข้าม กับคำว่า “volunteer” ซึ่งแปลว่า จิตอาสา นี่เป็นสิ่ง ที่น่าสนใจมาก จิตสำนึกคือการริเริ่มที่จะทำด้วยความ กระตือรือร้น ไม่ต้องรอ ไม่ต้องเรียก พร้อมเสมอที่จะ ทำหน้าที่นี้ด้วยใจรัก ถ้าท่านรักพระเจ้าดังหัวข้อเทศนา ในวันนี้ “สุดใจ สุดจิต สุดความคิด สุดกำลัง” นั่นคือ สิ่งที่เราไม่ต้องรอ ไม่ต้องเรียก พร้อมเสมอ เพราะเรา ทำด้วยคำว่า “passion” คือการมีใจรักพระองค์ เรา จึงมีใจที่จะรับใช้พระองค์ทุกที่ที่มีโอกาส ถึงแม้ว่าเรา จะมีอาชีพอื่นแล้วก็ตาม เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรับใช้ พระเจ้าตามกำลัง ตามความสามารถ เราสามารถอาสา ทำกิจกรรมของคริสตจักรเพื่อร่วมทัศนคติ ร่วมวัตถุ ประสงค์ เพื่อเกื้อกูลหนุนกำลังกันและกัน ช่วยกันขับ เคลื่อนงานของพระเจ้าในทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและ ทางอ้อม

ดังนั้นอย่าแปลกใจที่พบว่าฆราวาส และสมาชิก บางคน มีใจกล้าที่จะอุทิศทั้งตนเองและเวลาให้กับ พระเจ้ามากกว่าผู้รับใช้เต็มเวลาเสียอีก เพราะพวกเขา คิดว่า พวกเขามีเวลาน้อยเหลือเกินที่จะรับใช้พระองค์ พวกเขากระตือรือร้น กระหายอย่างแรงกล้าในการ รับใช้ พี่น้องในคริสตจักรวัฒนามีจิตใจเดียวกันที่อยาก รับใช้พระเจ้า ไม่ว่าจะมีโอกาสหรือไม่ก็ตาม ทำให้ คริสตจักรของเราเติบโตขึ้น จิตใจที่แรงกล้าในการ ทำงานของพระเจ้านั้น ย่อมสนับสนุนให้พี่น้องถวาย ตัวมาเป็นจิตอาสา บางคนต้องรอการทรงเรียกของ พระเจ้าให้แน่ใจก่อน แต่เราอาจต้องเปลี่ยนความคิด ในเรื่องนี้ ในพระคัมภีร์มีตัวอย่างที่พูดถึงจิตอาสา ที่ไม่ ต้องรอ ไม่ต้องเรียก พร้อมเสมอ และก้าวเข้ามารับใช้ พระเจ้าอย่างมากมาย หลายคนมีความคิดว่ากษัตริย์ ซาโลมอน พระเจ้าทรงเรียกเขามาเพื่อสร้างพระวิหาร ของพระเจ้า เขาได้ทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้า ซึ่งเป็น ตัวอย่างที่ดี แต่ชีวิตในตอนท้ายกลับจบไม่สวยอย่าง ที่คิด เพราะเขารับนางสนม นางกำนัลที่นับถือรูปเคารพ มาเป็นภรรยา และมีการนำรูปเคารพต่างๆ มาวาง เรียงรายรอบพระวิหารของพระเจ้า ซึ่งเป็นการหมิ่น ประมาทพระเจ้า ชีวิตของกษัตริย์ซาโลมอนไม่สวยงาม ชีวิตของเดมาส มีชีวิตที่ไม่ต่างจากมาระโก หรือทิโมธี ที่ติดตาม อ.เปาโลอย่างใกล้ชิด เพื่อปรนนิบัติและคอย ช่วยเหลือท่าน แต่เดมาสเป็นคนหนึ่งที่ อ.เปาโลต้อง ร้องเรียกไปยังพี่น้องที่อยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ใน 2 ทิโมธี 4:9-10 กล่าวว่า “จงพยายามมาพบข้าพเจ้าโดยเร็ว เพราะว่าเดมาสได้หลงรักโลกนี้และทิ้งข้าพเจ้า...”

“ตราบใดที่คนสุดท้ายจะกลับเป็นคนแรก และคน แรกจะกลับเป็นคนสุดท้าย” ในพระธรรมมัทธิว 20:16 ได้กล่าวไว้ การทรงเรียกของพระเจ้าไม่ได้เป็นเครื่อง รับรอง บางครั้งพระเจ้าเรียกท่านทั้งหลายจากการที่ ท่านเห็นความจำเป็น “the need is a call” ความ จำเป็น ความต้องการที่จะให้ท่านได้ช่วยเหลือ หยิบยื่่น หลายครั้งเป็นการทรงเรียกของพระเจ้า ไม่ต้องรอ ไม่ ต้องเรียก พร้อมเสมอหรือไม่ บางครั้งเรามักกล่าวว่า “ให้คนอื่นก่อน” แต่จิตใจที่พร้อมอาสาเพราะรักพระเจ้า มักจะทำด้วย สุดใจ สุดจิต สุดความคิด สุดกำลัง

อ.เปาโลได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าเพราะท่าน ได้เห็นนิมิตจากองค์พระเยซูคริสต์ที่มาปรากฏแก่ท่านระหว่างเดินทางไปเมืองดามัสกัส แต่ท่านเป็นคนที่ ถวายตัวรับใช้พระเจ้าทุกๆ วัน พระเจ้าตรัสผ่านจิตใจ ของเราว่า “เจ้ารักเราจริงหรือ” ถ้าเจ้ารักเราให้กระทำ ตามที่พระองค์ได้สั่งไว้ คือการรักเพื่อนมนุษย์ เพราะ สิ่งที่เราทำกับเพื่อนมนุษย์ ก็เหมือนกับเราได้ทำกับ พระเจ้าด้วย อ.เปาโลถูกโบยตี ถูกคุมขัง ถูกทำสารพัด แต่ในทุกๆ เช้าวันใหม่ อ.เปาโลขอบคุณพระเจ้าที่ท่าน ยังมีโอกาสรับใชัพระเจ้า เราก็ควรขอบคุณพระเจ้าใน ทุกๆ เช้าวันใหม่เช่นกัน ที่เรายังได้มีโอกาสรับใช้พระ องค์อีก

พระเจ้าต้องการปลุกจิตสำนึกของเราให้ทุกคน เป็นจิตอาสา งานรับใช้พระเจ้าจึงไม่ใช่คำนามแต่เป็น คำกริยาที่หมายถึงการฉวยโอกาสที่จะช่วยเหลือคน อื่น เพื่อคนอื่นจะได้เห็นพระเจ้าในตัวของเรา มัทธิว 5:16 “จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็น ความดีที่ท่านทำ พวกเขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของ ท่านผู้สถิตในสวรรค์” จะเห็นว่าการรับใช้พระเจ้าไม่ ได้จำกัดเฉพาะคนที่เรียนทางด้านศาสนศาสตร์เท่านั้นแต่เป็นเราทุกคนที่รับใช้พระเจ้าได้ ถ้าเราตั้งใจนำคน เหล่านั้นมาถึงพระองค์ ท่านก็เป็นผู้รับใช้พระเจ้าเช่นกัน บางคนมีของประทานด้านการสอน ก็สามารถหา ความรู้เพิ่มเติมได้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่นด้วยเช่นกัน ไม่มีใครแก่เกินเรียน เราต้องพยายาม ทำตัวเองให้อยู่ในทางของพระเจ้า เพื่อเป็นแบบอย่าง ที่ดีให้กับคนอื่นได้ แม้เราจะไม่สมบูรณ์ก็ตาม เราทุกคน สามารถรับใช้พระเจ้าได้ตามของประทานที่พระองค์ ประทานให้ พระเจ้าคือพระผู้สร้าง เราทุกคนถูกเตรียม ไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างโลก พระธรรมเยเรมีย์กล่าวว่า เราได้มีโอกาสมาเกิดในโลกนี้เพื่อที่จะได้เสรีภาพตามที่พระองค์ทรงสร้างเรา ตามพระฉายาของพระองค์ เพื่อเราจะได้พิสูจน์ว่าเราจะเลือกพระองค์เป็นพระเจ้าของเราอีกหรือไม่ และเมื่อนั้นเราจะได้ชีวิตนิรันดร์ใน พระองค์

ถ้าท่านมีโอกาสเข้ามารับใช้พระเจ้าแบบสุดใจ สุดจิต สุดความคิด สุดกำลัง ท่านจะรู้ว่าชีวิตของท่าน มีความหมายยิ่งนัก ในโลกนี้มนุษย์เราต้องการเพียง สองอย่างคือ ต้องการรัก หรือถูกรัก และต้องการรู้สึก ว่าตัวเองมีคุณค่า บางคนอาจคิดว่าตัวเองยังไม่ประสบ ความสำเร็จในชีวิต กรุณาอย่าเอาค่านิยมของโลกนี้มา ตัดสินพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของท่าน การรับใช้พระเจ้า เป็นจิตสำนึกที่พระเจ้าทรงเรียกให้ ท่านมีจิตอาสาที่จะเสนอตัวรับใช้พระองค์

ขอให้เราทุกคนตั้งเป้าหมายสูงสุดคือ การทำตาม พระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์เจ้า คือให้เราทั้งหลาย ประกาศ สั่งสอน ชนทุกชาติให้เป็นสาวกของพระองค์ ถึงแม้จะไม่มีคนฟังก็ตาม แต่เราก็ได้ทำหน้าที่ของเรา แล้ว แต่ถ้าเราไม่ประกาศจะเหมือนกับในพระธรรม เยเรมีย์ที่กล่าวว่า เหมือนเลือดยังอยู่ที่มือเรา การมีจิตใจ sympathy ผู้อื่น เป็นการสงสารอยากจะช่วยเหลือ แต่ empathy คือการเห็นอกเห็นใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุข คำอุปมาเรื่องชาวสะมาเรียใจดี เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดง ถึง empathy

คริสตจักรเป็นจุดรวมของแหล่งแห่ง time treasure and talent หมายความว่า เราทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่มีกี่คนที่ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับชีวิต กับครอบครัวบ้าง พระเจ้าได้ประทาน treasure ให้กับท่าน ท่านได้บริหารสิ่งนั้นเพื่อพระราชกิจของพระองค์หรือไม่ หรือมีแต่ตัวเอง talent ตะลันต์ที่ท่านมี อย่าดูถูกตัวเอง ถึงแม้จะมีน้อย แต่เราสามารถขยายทวีคูณเพื่อพระ ราชกิจของพระเจ้าได้ ถวายให้กับพระเจ้าก่อน ให้ พระเจ้ามาเป็นที่หนึ่ง time treasure and talent เป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ เพื่อเราจะใช้ในพระราช กิจของพระองค์ เพื่อพระองค์จะประทานบำเหน็จให้ กับเรา เมื่อเราอยู่จำเพาะพระพักตร์ของพระองค์

คริสตจักรยืนอยู่ได้เพราะก้อนหินแต่ละก้อน เรา เองก็เช่นกัน เราต้องยอมรับกันและกัน พึ่งพากันและ กัน เพื่อเราจะเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งที่สามารถรับใช้ พระองค์ได้อย่างสุดใจ สุดจิต สุดความคิด สุดกำลัง ขอให้เราเดินหน้าต่อไปด้วยการใช้ตะลันต์ และความ สามารถที่ท่านมีอยู่ ด้วยใจเปรมปรีดิ์ที่จะนำคนมาถึง พระเจ้าทันทีที่มีโอกาส เพราะเราทุกคนคือผู้รับใช้ พระเจ้า ขอพระเจ้าทรงอวยพระพร