รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

พฤศจิกายน 2018 : เดือนแห่งการขอบพระคุณ

ผู้บริหาร 4 สไตล์

By: ศึกษา เทพอารีย์. Posted in สารอภิบาล

Edward de Bono

ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน... ในฐานะปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก...

ท่านจึงมีโอกาสพบกับผู้บริหารองค์กรในประเทศต่าง ๆ มากมาย ท่านสรุปว่า ผู้บริหารมีอยู่ 4 สไตล์ เป็นมุมมองซึ่งแตกต่างจากที่เราเคยได้ยินได้เห็นในวิชาการบริหารที่เคยเรียน สไตล์ผู้บริหารในความหมายของท่านคือ...

ผู้บริหารคนนั้นต้องคิดว่ามีหน้าที่รับผิดชอบทำอะไรบ้างไม่ใช่ว่า เขาทำอะไรเก่ง หรือเก่งด้านไหน เมื่อเขาคิดว่าหน้าที่ของผู้บริหารต้องทำอะไร เขาก็ทำตามหน้าที่อย่างที่เขาคิดและเข้าใจ ผู้บริหารแต่ละคนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหน้าที่แตกต่างกัน เขาจึงทำงานแตกต่างกันให้เราได้เห็นแม้ทำงานตำแหน่งเดียวกัน สไตล์ผู้บริหารบอกความคิดของเขา อาจารย์ เดอโบโน แบ่งสไตล์ผู้บริหารออกเป็น 4 สไตล์ ตามหน้าที่ที่ผู้บริหารคิดว่าต้องทำอะไร คือ

  1. คนขับรถไฟ (Train Driver) คนขับรถไฟมีตารางการทำงานชัดเจน เช่น วันนี้ต้องขับรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงที่กรุงเทพฯ เวลา 07:00 น. ต้องไปถึงสถานีเชียงใหม่ เวลา 20:00 น. พอเริ่มงาน คนขับรถไฟก็สตาร์ทเครื่องและขับรถไฟมุ่งสู่เชียงใหม่ ตามเวลาที่กำหนด เป็นอันว่าวันนี้ทำงานสำเร็จเรียบร้อยอย่างสมบูรณ์ ผู้บริหารสไตล์คนขับรถไฟคิดว่าหน้าที่ของผู้บริหาร คือ การทำตามกำหนดการประจำวันที่มีอยู่ แต่ละวันทำตามตารางให้เสร็จเรียบร้อยถือว่าทำงานบริหารได้อย่างสมบูรณ์
  2. หมอ (Doctor) หมอมีหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาและรักษาคนไข้ให้หายจากความไม่สบาย พอคนไข้หาย ก็ถือว่าทำงานสำเร็จเรียบร้อย ผู้บริหารสไตล์หมอ คิดว่าหน้าที่ผู้บริหาร คือการแก้ปัญหา ถ้าวันไหนปัญหามีให้แก้ เขาจะเห็นว่าวันนี้งานเยอะ ถ้าวันไหนไม่มีปัญหา เขาจะเห็นว่าวันนี้ว่างไม่มีงานทำ
  3. ชาวไร่ชาวนา (Farmer) ชาวนาชาวไร่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และอยากทำให้ผลผลิตต่อไรสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชาวไร่ชาวนาจึงขวนขวายพัฒนาการปลูกพืชที่ทำอยู่อย่างตั้งใจ ผู้บริหารสไตล์ชาวนาจะสนใจทำงานที่ตนดูแลอยู่ให้ดีที่สุด และหมั่นพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เขาใส่ใจเฉพาะในฝ่ายของตนเอง และไม่ใส่ใจฝ่ายอื่นเพราะงานของใคร คนนั้นก็ควรดูแล เหมือนไร่นาของใคร คนนั้นก็ดูแลของตนเอง
  4. ชาวประมง (Fisherman) ชาวประมงไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง แหล่งทำกินของชาวประมงคือทะเล ซึ่งมีน้ำเต็มไปหมด จึงมองไม่เห็นอะไรอย่างอื่นเลย ชาวประมงออกทะเลไปหาปลาทุกครั้ง มีความไม่แน่นอนสูงมาก แต่เขาลดความไม่แน่นอนลงได้ โดยการลงทุนกับเรือหาปลา เครื่องมือหาปลา และสะสมทักษะการหาปลาไว้เพื่อให้รู้ว่า ควรหาปลาอย่างไร ควรแล่นเรือไปทิศทางใด จึงจะมีโอกาสได้ปลาตามที่ต้องการ ชาวประมงออกเรือไปหาโอกาสที่จะได้ปลาทั้งๆ ที่มองไม่เห็นตัวปลา และรู้ว่ามีความไม่แน่นอนอยู่มาก แต่เขามั่นใจที่จะไปเพราะเขามีเครื่องมือที่ดีและมีทักษะการหาปลาซึ่งตนได้ลงทุนสะสมไว้ ผู้บริหารสไตล์ชาวประมงหมั่นมองหาโอกาสใหม่ๆ ซึ่งมองด้วยตาอาจไม่เห็นชัดเจนนัก แต่เขามองด้วยความคิดเขาจึงเป็นนักสร้างสิ่งใหม่ ทำสิ่งใหม่ๆ โดยลงมือทำจริง ไม่ใช่เพียงแต่คิดและพูดเท่านั้น

สไตล์ของผู้บริหาร 4 สไตล์นี้ บอกให้รู้ว่าผู้บริหารคิดว่าตนมีหน้าที่อะไร แล้วตนก็ทำตามนั้นอย่างมั่นใจ และอุ่นใจว่าตนได้ทำถูกทางแล้วและทำดีที่สุดแล้ว หากคนเดียว ทำให้ได้ 4 สไตล์ คงเกิดประโยชน์

เมื่อได้ฟังสไตล์ของผู้บริหาร 4 แบบแล้ว... เราสามารถเลือกว่าจะนำแบบไหนมาใช้อะไรได้บ้าง ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อเราและองค์กรได้ ส่วนอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ไม่ต้องไปเสียเวลาคิด เช่น ไม่ต้องคิดว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาคิด เพราะนั่นเป็นการคิด ไม่สร้างให้เกิดประโยชน์ขึ้นมากับใคร อีกทั้งยังเสียเวลา และเสียพลังงานในการคิดและในการพูดวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เราสามารถดึงเอาแนวคิด 4 สไตล์ นี้มาใช้ประโยชน์ได้หลายทาง เช่น ลองถามตัวเองว่า ผู้บริหารควรทำสไตล์ใดได้บ้าง เราคงอยากให้ผู้บริหารไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารของบริษัท หน่วยงานราชการ หรือผู้บริหารประเทศสามารถทำได้ทั้ง 4 สไตล์ สามารถเลือกสไตล์ได้ตามสถานการณ์และความเหมาะสม

ปัจจุบันเราทำสไตล์ไหนได้บ้าง ถ้าเราเป็นผู้บริหารที่ทำได้ทั้ง 4 สไตล์ สไตล์ไหนที่เรายังไม่ค่อยได้ทำบ้าง เพื่อเป็นการพัฒนากายภาพ วิสัยทัศน์ สร้างสรรค์สิ่งดีงามใหม่ ๆ ให้กับตนเองและองค์กรมากขึ้น เพิ่มความภูมิใจที่สามารถช่วยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับองค์กร และประเทศชาติได้มากตามที่ต้องการ

Credit : อ.รัศมี ธันยธร - ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์