รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

มิถุนาย 2018 : เดือนแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

วันที่ 22 จงวางใจในพระราชกิจของพระองค์

By: ศึกษา เทพอารีย์. Posted in คู่มือภาวนา: ปัญญาจารย์

Ecclesiastes

เดินไปกับปัญญาจารย์ 

วันที่ 22 จงวางใจในพระราชกิจของพระองค์

ข้อพระธรรม: ปัญญาจารย์ 3:9-11 “9คนงานได้กำไรอะไรจากการงานของเขา 10ข้าพเจ้าเห็นธุรกิจ ซึ่งพระเจ้าประทานให้มนุษย์ทำ 11พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามฤดูกาลของมัน พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ยังมองไม่เห็นว่า พระเจ้าทรงกระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดปลาย

ข้อท่องจำ: ปัญญาจารย์ 3:11 “พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามฤดูกาลของมัน พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ยังมองไม่เห็นว่า พระเจ้าทรงกระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดปลาย

ซาโลมอนได้ถามคำถามซ้ำ เหมือนตอนแรกว่า มนุษย์ได้กำไรอะไรจากการงานของเขา เหมือนกับว่าท่านเองกำลังพูดย้ำซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับการสังเกตของท่าน เพื่อที่จะค้นหาออกมาให้ได้ว่าความหมายที่แท้จริงของชีวิตมนุษย์นั้นคืออะไร และความสุขที่แท้จริงของมนุษย์นั้นคืออะไรกันแน่

ในเบื้องต้นพระองค์พูดถึงงานหนักที่พระเจ้าได้ประทานให้กับมนุษย์ ซึ่งพบในบทที่ 1 ข้อ 13 ว่าสิ่งที่เรากระทำกันภายใต้ฟ้าสวรรค์นั้นเป็นเรื่องยากลำบากซึ่งพระเจ้าได้ให้มนุษย์ทำอยู่นั้น จากความพยายามที่จะหาความหมายชีวิตจากการทำงาน เพื่อที่จะเข้าใจชีวิตและคุณค่าของชีวิตจากผลงาน ท่านได้พบความจริงว่า หากปราศจากความรู้จากพระเจ้าและความเข้าใจที่พระเจ้าประทานให้แล้ว มนุษย์ไม่มีวันเข้าใจ น้ำพระทัยและจุดมุ่งหมายที่พระเจ้าตั้งไว้ต่อชีวิตของมนุษย์ในโลกนี้ได้ เพราะพระเจ้าทรงเป็นผู้เดียวที่สถาปนาทุกสิ่งไว้แล้วตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงที่สุดปลาย ซึ่งลึกซึ้งและไกลเกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์ พระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่เข้าใจได้ทั้งหมดและเป็นผุ้เดียวซึ่งทรงไว้ด้วยฤทธานุภาพและสิทธิอำนาจสูงสุดในการทำให้สรรพสิ่งครบถ้วนสมบูรณ์แบบและสวยงามตามแผนการของพระองค์ ฉะนั้น ทุกสิ่งและทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมและครอบครองของพระเจ้า ตามที่เราได้เรียนรู้กันมาแล้ว

ข้อที่ 10 คำว่า “ธุรกิจ” เน้นย้ำสิ่งที่พระเจ้าประทานให้กับมนุษย์ทำ พระเจ้าให้มนุษย์มีความสนใจ มีความรู้สึกอยากปรารถนา สนุกที่จะได้ทำ คำว่า “ฤดูกาล” ในข้อ 11 ทำให้เราเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกฤดู มีความดี ความงดงามในตัวของมันเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุด คำว่า “นิรันดร์กาล” เป็นสิ่งที่พระเจ้าบรรจุไว้ในชีวิตของมนุษย์ ซึ่งมนุษย์มองไม่เห็น และเป็นพระดำริของพระเจ้า ที่ปรารถนาจะให้มนุษย์ได้ตระหนักถึงความสำคัญสูงสุดของคำว่า “นิรันดร์กาล”

หากเราทำความเข้าใจกับคำว่า “นิรันดร์กาล” ก็จะเข้าใจว่า หมายถึงจิตวิญญาณของมนุษย์ที่สรรพสิ่งอื่นไม่มี จิตวิญญาณของมนุษย์นั้นคงตัว คงอยู่ตลอดไปชั่วนิจนิรันดร์ เมื่อเราเปรียบเทียบช่วงเวลาชั่วคราวในโลกนี้ของชีวิตมนุษย์ ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับความยั่งยืนยาวนานของนิรันดร์กาลได้ หากเราจะตีความหมายให้ลึกซึ้งลงไปอีก ก็หมายความว่า พระราชกิจของพระเจ้านั้น รวมไว้ซึ่งแผนการความรอดที่มีต่อชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์ ซึ่งแผนการนี้ พระเจ้าทรงเริ่มต้นไว้แล้ว ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดปลาย เพียงแต่มนุษย์โดยทั่วไปยังมองไม่เห็น ถ้าเขายังไม่เคยได้ฟังหรือได้ยินข่าวประเสริฐแห่งความรอดขององค์พระเยซูคริสต์

ดังนั้น ท่าทีการตอบสนองของเราที่ควรจะมีต่อแผนการยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ที่มีต่อจิตวิญญาณของพวกเรา คือการถ่อมใจ เชื่อฟัง และไว้วางใจในพระสติปัญญาของพระเจ้า เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามที่เคยถาม เช่น ทำไมพระเจ้าให้เกิดเหตุการณ์บางอย่าง แต่จะเริ่มเปลี่ยนไปถามว่า พระองค์ต้องประสงค์สิ่งใด และขอให้ข้าพระองค์ไว้วางใจและมีความเชื่อมั่นศรัทธาในพระปรีชาญาณของพระองค์ มั่นใจและไว้วางใจว่า น้ำพระทัยและพระประสงค์ของพระองค์จะสำเร็จผ่านพระราชกิจของพระองค์ที่ได้เริ่มต้นในตัวของเราตั้งแต่ต้นนั้น จะทรงกระทำให้สำเร็จอย่างดีและสวยงามในที่สุด ในวาระ เวลาที่ทรงกำหนดไว้อย่างแน่นอน

ขอพระเจ้าทรงประทานจิตใจที่ถ่อมลง ยอมจำนน และเชื่อฟังพระวจนะ และพระสุรเสียงของพระองค์เสมอ อาเมน