รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

พฤศจิกายน 2017 : เดือนแห่งการขอบพระคุณ

วันที่ 15 ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำงาน (1)

By: ศึกษา เทพอารีย์. Posted in คู่มือภาวนา: ปัญญาจารย์

Ecclesiastes

เดินไปกับปัญญาจารย์ 

วันที่ 15 ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำงาน (1)

ข้อพระธรรม: ปัญญาจารย์ 2:18-19 “18ข้าพเจ้าเกลียดการงานทั้งสิ้นของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าตรากตรำอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะข้าพเจ้าจำต้องละการนั้นไว้ให้ แก่คนที่มาภายหลังข้าพเจ้า 19แล้วใครจะไปทราบว่าเขาคนนั้นจะเป็นคน มีสติปัญญาหรือคนเขลา กระนั้นเขาก็ครอบครองบรรดาการงานของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้ตรากตรำมาและที่ข้าพเจ้าใช้สติ ปัญญากระทำภายใต้ดวงอาทิตย์ นี่ก็อนิจจังด้วย

ข้อท่องจำ: 1 โครินธ์ 10:31 “เหตุฉะนั้นเมื่อท่านจะรับประทานจะดื่ม หรือจะทำอะไรก็ตาม จงกระทำเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

ซาโลมอนเป็นนักคิด ยิ่งท่านมีประสบการณ์กับการหาความหมายของชีวิต ท่านยิ่งรู้จักลึกขึ้นเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ แต่ยังมีเวลากลับใจสำหรับท่าน ขบวนการนี้เป็นขบวนการที่เจ็บปวด แต่ก็ยังดี ยังเป็นพระคุณของพระเจ้า ความเจ็บปวด โศกเศร้า ก็ยิ่งทำให้จิตใจของคนเกิดสติปัญญา ท่านหันกลับมาดูงานของท่านหลังจากที่ท่านเกลียดชีวิตของท่านเอง ที่ไม่มีพระเจ้า ท่านก็ยังเกลียดงานของท่านด้วย ในข้อ 17 และ 18 เมื่อท่านตายแล้ว ท่านจำเป็นต้องละงานของท่านไว้กับคนที่มาภายหลัง แต่เมื่อไม่สามารถไว้ใจได้ หรือไม่อาจรู้ว่า ผู้ที่มารับงานนั้น จะสามารถครอบครองบรรดางานของท่านและรักษา พัฒนางานนั้นให้ก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองต่อไป

มีหลายคนอธิบายว่า ผลงานอันเกิดจากการบากบั่น สติปัญญานั้น ก็คือมรดกนั่นเอง ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นกับเราหลายคนด้วย เรามักอ้างว่าทำเพื่อลูก เพราะลูกจะเป็นคนรับมรดก แต่ที่เห็นได้กันทั่ว ๆ ไป คือ บ้างก็รับได้ บ้างก็รับไม่ได้ ไม่เสมอตัว ก็ดีขึ้น หรือแย่ลง นี่คือความไม่แน่นอน ไม่เที่ยงแท้ของชีวิตมนุษย์ อันเป็นเหตุให้ซาโลมอนซึ่งพยายามหาความเที่ยงแท้ในสิ่งต่าง ๆ ของชีวิตก็ไม่พบ หาความต่อเนื่องของผลงานที่ทุ่มเททั้งชีวิตลงไปทำก็ไม่ได้ หลังจากที่ท่านจากโลกนี้ไปแล้ว ท่านผิดหวังมากเพราะท่านไม่สามารถควบคุมสิ่งที่ท่านเคยควบคุมได้มาก่อน สิ่งที่แน่นอนกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ในที่สุดท่านก็สรุปว่า งานที่ปราศจากพระเจ้าไร้ประโยชน์ ว่างเปล่า อนิจจัง และกินลมกินแล้ง

หลังจากที่ท่านได้ทิ้งพระเจ้าและติดตามพระอื่น พระเจ้าได้เตือนท่าน ด้วยคำพยากรณ์ว่า หลังจากที่ท่านตายแล้ว แผ่นดินอิสราเอลจะถูกแยกเป็นสอง และจาก 12 เผ่าจะเหลือ 1 เผ่าคือ ยูดาห์ ที่จะมอบให้ราชโอรสของท่านปกครอง และที่เหลือ ก็จะตกเป็นของเยโรโบอัม คนใช้ของท่าน เมื่อพระเจ้าตรัสกับท่าน ท่านสำนึกและรู้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้นจริง ในช่วงท้ายของชีวิตท่าน ท่านเศร้าโศกเสียใจ เพราะแผ่นดินอันมั่งคั่ง สิทธิอำนาจทั้งหลาย การพัฒนาก้าวหน้า ความรุ่งเรืองของบ้านเมือง จะถูกละไว้ให้กับผู้ที่ไม่สมควรได้รับ ผู้ซึ่งไม่ได้ลงทุนลงแรงทำงานนั้น ๆ มาก่อน ซึ่งแตกต่างจากดาวิดราชบิดาของท่าน ผู้รักพระเจ้า และสามารถส่งต่อพระพรมาถึงท่านได้ ให้ท่านสร้างพระวิหาร ซึ่งเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า เมื่อท่านดูผลงานแห่งน้ำมือของท่าน ท่านเฝ้าเสียใจ เพราะท่านให้ความสำคัญกับงานที่ปราศจากพระเจ้า ซึ่งท่านไม่ได้อะไรที่เป็นประโยชน์และมีความหมายต่อท่านเลยในบั้นปลายชีวิต รวมถึงหลังจากที่ท่านตายไปแล้ว

ข้อคิด : น่าเสียดายที่ความเก่งและฉลาดของซาโลมอนเมื่อเปรียบเทียบกับดาวิด คุณค่านิรันดร์เกิดกับดาวิดและชีวิตหลังความตายของเขามากกว่าของซาโลมอน ซึ่งไร้คุณค่าและอนิจจัง