รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

สิงหาคม 2018 : เดือนแห่งการระลึกสตรี

วันที่ 14 ทัศนคติที่ถูกต้องต่อชีวิตและความตาย

By: ศึกษา เทพอารีย์. Posted in คู่มือภาวนา: ปัญญาจารย์

Ecclesiastes

เดินไปกับปัญญาจารย์ 

วันที่ 14 ทัศนคติที่ถูกต้องต่อชีวิตและความตาย

ข้อพระธรรม: ปัญญาจารย์ 2:12-17 “12ข้าพเจ้าจึงหันมาพิเคราะห์สติปัญญา ความบ้าบอ และความเขลา เพราะคนที่มาภายหลังกษัตริย์ จะทำอะไรได้บ้าง เขาก็กระทำสิ่งที่เขากระทำกันมานานแล้วนั้นได้ 13ข้าพเจ้าเห็นว่าสติปัญญาวิเศษกว่าความเขลา เหมือนความสว่างวิเศษกว่าความมืด 14คนมีสติปัญญามีตาอยู่ในสมอง แต่คนเขลาเดินในความมืด ถึงกระนั้นข้าพเจ้ายังเห็นว่า เคราะห์อย่างเดียวกันเกิดขึ้นแก่เขาทั้งมวล 15ข้าพเจ้าจึงรำพึงว่า “เคราะห์กรรมอันใดเกิดแก่คนเขลาฉันใด ก็คงจะเกิดกับตัวข้าพเจ้าฉันนั้น ถ้ากระนั้นแล้วข้าพเจ้าจะมีสติปัญญามากมายทำไมเล่า” ข้าพเจ้าจึงรำพึงว่าเรื่องนี้ก็อนิจจังเหมือนกัน 16เพราะไม่มีใครระลึกถึงคนมีสติปัญญาเช่น เดียวกับคนเขลา ด้วยเห็นว่าในอนาคตก็ลืมกันไปหมดแล้ว พุทโธ่ คนมีสติปัญญาก็ตายเหมือนคนเขลา 17ข้าพเจ้าจึงเกลียดชีวิต เพราะว่าการงานที่เขาทำกันภายใต้ ดวงอาทิตย์ก่อความสลดใจให้แก่ข้าพเจ้า เพราะสารพัดก็อนิจจังคือกินลมกินแล้ง

ข้อท่องจำ: ฟีลิปปี 1:21 “เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร

ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่า คำถามและสัจธรรมที่ซาโลมอนได้ตั้งไว้และค้นพบคำตอบ ก็ได้ตอบในข้อท่องจำ ย้ำเน้นทัศนคติ ท่าทีที่มีต่อชีวิตของเรา เช่นวันนี้ ถ้าหากถามว่า เราจะมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อชีวิตและความตายอย่างไร คำตอบอยู่ใน ฟป.1.21 คือ การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร

นั่นแสดงว่า ซาโลมอนกำลังบอกเราว่าชีวิตที่ไม่ได้อยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีพระเจ้า คือ ชีวิตที่อยู่เพื่อตัวเอง เพื่อสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ใช่พระเจ้า เป็นชีวิตอนิจจัง ไร้ความหมาย และกินลมกินแล้ง ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าเราจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ระดับไหน ขนาดไหน ทุกอย่างก็จะถูกลืมในอนาคต ท่านหวนระลึกถึงความพยายามในการเสาะแสวงหาสติปัญญา ความบ้าบอ ความโง่เขลา และมีประสบการณ์กับสิ่งเหล่านี้ ท่านทำการวิจัยในเรื่องเหล่านี้ด้วยความตั้งใจ ท่านพบว่า จริงอยู่ที่สติปัญญาจะดีกว่าความโง่เขลา เพราะเหมือนคนที่ตาสว่างมองเห็นอนาคตชัดเจนดีกว่าคนตาบอดที่เดินอยู่ในความมืด แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งในที่สุดที่ทั้งสติปัญญาและความโง่เขลามีเหมือนกัน คือทั้งคนมีสติปัญญาและคนโง่ก็ตายเหมือนกันหมด นั่นคือความอนิจจังที่แท้จริง ไม่ว่าเราจะดำเนินชีวิตอย่างฉลาดเพียงใดถึงเวลาสุดท้าย ทุกคนตายเหมือนกันหมด คนเก่งก็ตาย คนไม่เก่งก็ตาย คนฉลาดตาย คนโง่ตาย คนที่ประสบความสำเร็จก็ตาย คนที่ล้มเหลวก็ตาย คน่ดังก็ตาย คนที่ไม่มีใครรู้จักก็ตาย คนสติดีก็ตาย คนบ้าก็ตาย คนมีความรู้และคนไม่มีความรู้อะไรก็ตายเหมือนกันหมด นี่คือ ชีวิตอนิจจัง

ข้อสรุปอันแสนเศร้าของท่านต่อชีวิตคือ ข้าพเจ้าเกลียดชีวิต! ทำไม เพราะคำตอบเหมือนเดิม คือ อนิจจัง(Vanity) และกินลมกินแล้ง (Vexation) ทุก ๆ ความยิ่งใหญ่ ความสำเร็จของคนเราบนโลกใบนี้ ถูกทำให้ชะงักและหยุดลงด้วยความตายเหมือนกันหมด มันสูญเสียความหมายประโยชน์ที่มีต่อคน ๆ นั้น มันไม่เกิดผลดี ส่งผลดีต่อคนนั้นอีกต่อไป

นั่นเป็นเพราะซาโลมอนใช้ชีวิตเพื่อวัตถุประสงค์ที่ขาดพระเจ้า แม้ว่าจะมีความเพลิดเพลิน สนุก ดูเหมือนดี แต่ท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นอนิจจัง ในขณะที่อัครทูตเปาโลที่ใช้ชีวิตเพื่อพระเจ้า ท่านกลับรักชีวิตและเห็นคุณค่าชีวิตของตนมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ท่านอยู่เพื่อองค์พระเยซูคริสต์ ก็จะเป็นผลดี ไม่อนิจจัง ไม่กินลมกินแล้ง แต่กลับกลายเป็นกำไร

ข้อคิด : เราเกลียดชีวิตแบบโลกหรือยังรักมันอยู่ และถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมีชีวิตที่จะอยู่เพื่อพระคริสต์ และเมื่อตายก็ได้กำไรมากมาย