รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

มิถุนายน 2017 : เดือนแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

ประวัติคริสตจักรวัฒนา

คริสตจักรวัฒนา
34 ถ.สุขุมวิท 15 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

ใน ค.ศ.1874 มิสซิสแฮเรียต เอ็ม เฮ้าส์ (Mrs.Harriet M. House) ได้เริ่มตั้งโรงเรียนกุลสตรีวังหลังขึ้นที่ บ้านของท่าน ซึ่งเป็นบ้านพักมิชชันนารี ปัจจุบันเป็นที่ตั้งหอพักนักเรียนพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ต่อมาในปี ค.ศ.1886 มิสเอ็ดน่า ซาร่าห์ โคล (Miss Edna S. Cole) ได้เข้ารับงานของโรงเรียนกุลสตรีวังหลังแทน และโรงเรียนได้เจริญก้าว หน้าขึ้นจนสถานที่ไม่พอที่จะรับนักเรียนได้ มิสโคล และอำมาตย์เอก พระอาจวิทยาคม (Dr.George B. McFarland) จึง ได้ขยายโรงเรียนโดยการไปซื้อที่ดินที่ “ทุ่งบางกะปิ” และได้ย้ายมาอยู่ที่ดินผืนนี้ และสร้างตึกเรียนหลังแรกขึ้นในปี ค.ศ.1919 เมื่อครูและนักเรียน ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็มีปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางไปนมัสการพระเจ้าที่โรงเรียนเดิม ซึ่งไปมา ไม่สะดวก

ดังนั้น “คริสตจักรวัฒนา” จึงได้เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1922 ในโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เมื่อได้ตั้งคริสตจักรแล้ว มี การนมัสการพระเจ้าครั้งแรก วันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ.1922 ได้เชิญ ศจ.กิมเฮง มังกรพันธุ์ เป็นศิษยาภิบาลคนแรกของ คริสตจักร ท่านได้ทำงานจนถึงปี ค.ศ.1937 จึงได้ลาออก ในช่วงระหว่างนั้นยังไม่มีศิษยาภิบาลมาประจำ จึงมีมิชชันนารี หลายท่านมาช่วยงาน เช่น ศาสนทูต พอล เอ.เอกิ้น, พระอาจวิทยาคม และเชิญ อ.เจริญ สกุลกัน และ อ.เปลื้อง สุทธิคำ มาเทศนา

ต่อมามิสโคล มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างโบสถ์สำหรับนมัสการพระเจ้า ขณะนั้นมีเงินไม่พอที่จะ ทำได้ จนกระทั่ง ดร.โทมัส เฮเวิร์ด เฮย์ส (Dr.Thomas Heyward Hays) ได้แบ่งเงินส่วนหนึ่งให้แก่โรงเรียน มิสซิ สแมคฟาร์แลนด์ ภรรยาพระอาจวิทยาคม ได้อุทิศเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้สร้างอนุสรณ์แด่พระอาจฯ และได้รวบรวมเงินทั้ง ส่วนที่เหลือจากการปลูกสร้างอาคารโรงเรียน สมทบกับเงินถวายสุทธิทาน ฯลฯ สร้างโบสถ์ใช้ในการนมัสการ ดร.ฮอเรส ไรเบิร์น และ ดร.เคนเน็ต อี.แวลส์ ซึ่งเป็นประธานบอร์ดโรงเรียนในขณะนั้น ร่วมกับคณะธรรมกิจของคริสตจักร และ กรรมการบริหารโรงเรียน ซึ่งได้ขอ Dr.Amos Chang เป็นสถาปนิกออกแบบอาคารโบสถ์ ได้ทำพิธีวางศิลา เมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1958 และ ดร.เทเลอร์ เอ็ม.พอตเตอร์ (Dr.Taylor M. Potter) ซึ่งเป็นประธานคณะธรรมกิจในขณะนั้นเป็น ผู้ควบคุมการก่อสร้าง จนแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1958

อาคารโบสถ์หลังนี้พร้อมด้วยอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ ที่ได้รับการถวายจากผู้ที่มีจิตศรัทธาหลายฝ่าย สินค้าก่อ สร้างประมาณเจ็ดแสนบาท พิธีมอบถวายโบสถ์ จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ.1958 โดยมีคุณครูตาด ประทีปเสน เป็นประธานในพิธี

ต่อมาในปี ค.ศ.1990 ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ แต่ให้คงรูปแบบเดิมไว้ให้มากที่สุด นอกจากการ บูรณะซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของพระวิหารที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลับสู่สภาพปกติแล้ว สิ่งที่น่าบันทึกไว้อย่างหนึ่ง คือเป็นวิธี การใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครนำมาใช้ตลอดเวลานับศตวรรษ ก็คือ การเอาโอ่งจำนวนประมาณ 1,800 ใบ มาเรียงรายเป็นฐาน โดยวิธีทุบพื้นคอนกรีตออกและขุดใต้พื้นคอนกรีตลงอีกกว่า 1 เมตร นำโอ่งมาคว่ำหน้า เรียงลงแทนจนเต็มพื้นที่ โดยวิธี นี้จะช่วยแก้ปัญหาพื้นทรุดได้เป็นอย่างดี และได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพื่อบรรเทาเสียงรบกวนต่างๆ ซึ่งงบประมาณใน การบูรณะซ่อมแซม และการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,500,000.00 บาท ( แปดล้านห้าแสนบาทถ้วน) การบูรณะซ่อมแซมพระวิหารได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1990 จนถึงวันที่ 3 มีนาคม ค.ศ.1991 รวมเวลา 10 เดือน และได้จัดนมัสการพระเจ้า มอบถวายพระวิหาร เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 1991